Goooooogle Analytics

fancyfish

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ siamese fighting fish แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ siamese fighting fish แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

ถึงเวลาหรือยัง กับมาตราฐานปลากัดไทย

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ถึงเวลาหรือยัง กับการสร้างมาตราฐานปลากัดไทย






ต้องยอมรับด้วยเหตุผลส่วนตัว ผมเองเป็นคนที่ชื่นชอบความสวยงามของ ปลากัด
มากกว่า ปลาสวยงาม ชนิดอื่น
และด้วยเหตุผลนี้เองที่นำผมเข้ามาสู่วงการปลาสวยงาม ไม่ใช่ในฐานะพ่อค้า
คนเพาะปลาขาย แต่มาในฐานะของคนที่ชอบ รัก และอยากให้คนอื่นรัก ชอบ
ปลาสวยงาม เหมือนกับเรา ดังนั้น


www.thaifancyfish.com


จึงเกิดขึ้น เพื่อเผยแพร่ข่าวสาร และข้อมูลการเลี้ยงปลาสวยงาม
รวมถึงเป็นที่ระบายความอัดอั้นตันใจของคนรักปลาทุกคน

อย่างที่ผมกล่าว โดยส่วนตัวผมชอบปลากัด และเลี้ยงปลากัดมากกว่าปลาสวยงามอื่นๆ แต่บางครั้งผมเองก็ยังคงสับสนกับคำว่าว่า ปลากัดสวยงาม เพราะทุกวันนี้เวลาที่ผมเดินเข้าไปในตลาดปลา ไม่ว่าจะที่ซันเดย์ หรือที่สนามหลวงสอง หรือแม้นแต่ตลาดปลาสวยงามแห่งอื่นๆ ผมก็ยังหาความเป็นหนึ่งเดียวของคำว่าปลากัดสวยงามไม่เจอ เพราะมันไร้ซึ่งมาตราฐานกำหนด ไม่มีความชัดเจนในเรื่องของสีสัน รูปทรง
หรือแม้นแต่ชื่อเรียก ล้วนแต่ทำกันไปแบบมุมใครมุมมัน หากเป็นแบบนี้สังคมปลากัดหรือแม้นแต่ปลาสวยงามชนิดอื่นๆ มันจะเดินไปในทิศทางไหน

โดยเฉพาะเมื่อมีการประกวดปลาสวยงาม จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนในความไร้เอกภาพของปลากัด ไม่มีการกำหนดกฏเกณท์ ที่ชัดเจนทำให้มีเพียงพูดประกวดปลาหน้าเดิมๆเท่านั้นที่ส่งปลาเข้าประกวด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านหรือฟาร์มไม่ก็เป็นผู้ส่งออกปลา
tran shipper ที่มีการจับปลาเพื่อส่งขายต่างประเทศเท่านั้น และเมื่อมีการตัดสินก็จะมีเสียงบ่นด่าต่อว่า ตามหลังกันมา ไม่เห็นว่าปลาตัวนี้สวยเลย ปลาพรรคพวกกัน ไม่ยุติธรรม หนักหน่อยก็กรรมการตาถั่ว มั่นนิ่ม


มันถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่วงการปลากัดสวยงามจะต้องมีการจัดทำมาตราฐานปลากัดสวยงามไทย ให้เป็นที่ชัดเจน เพราะจะได้เกิดความยุติธรรม และไม่มีปัญหาในการตัดสินของกรรมการ เมื่อมีรูปแบบและมาตราฐานของปลาที่ชัดเจนไม่ว่าจะเรื่องรูปทรงสีสัน ชื่อเรียกชนิดและสายพันธุ์ เมื่อไม่มีความสับสน เรื่องคำครหาก็จะเบาบางลง และที่สำคัญ คนที่จะเข้ามาเลี้ยงปลากัดสวยงามจะได้มีมุมมองที่ชัดเจนในเลือกซื้อปลา และขณะเดียวกันผู้เพาะปลากัด ก็จะได้มีแนวทางในการพัฒนาปลากัด ให้ตรงตามมาตราฐานเพื่อรองรับตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเอาปลามาเลขายให้เสียราคา ผู้ซื้อก็ไม่สับสนว่าปลาที่ซื้อมานั้นดีถูกต้องตามมาตราฐานสายพันธุ์หรือไม่ และเมื่อจะส่งเข้าประกวดกรรมการก็จะได้ตัดสินได้ง่ายขึ้น ไม่เกิดความสับสน หรือโอนเอียงไปเข้าข้างความรู้สึกชื่นชอบส่วนตัว

ทำไมผมต้องพุ่งเป้ามาที่ปลากัด ไม่ใช่เพราะผมชอบปลากัดมากกว่าปลาสวยงามชนิดอื่น
แต่เพราะปลากัดเป็นปลาสวยงามของไทยแท้ๆที่ขึ้นไปผงาดบนตลาดโลก และเป็นปลาสวยงามที่อยู่ในอันดับต้นๆของนักเลี้ยงปลาสวยงาม
และยังเป็นปลาสวยงามที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของปรเทศ และด้วยชื่อ
Siamese fighting fish ปลานักสู้จากประเทศสยาม ยิ่งทำให้ผมรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่า มันคือตัวแทนของประเทศไทย ประเทศของพวกเรา










วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลาสวยงาม ธรรมชาติใกล้ตัว






siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,
เคยสังเกตหรือไม่ว่าเวลาเราเดินผ่านตู้ปลาเรามักจะหยุดดูเสมอๆบางครั้งก็ยืนจ้องดูอยู่นาน บางครั้งก็ยืนดูสักครู่แต่แปลกใจมั้ยทำไมคนเราจึงชอบหยุดดู ทั้งที่บางคนก็ไม่ได้ชอบเลี้ยงปลาเลย นั่นเป็นเพราะว่าปลาสวยงามมีสีสันที่สามารถดึงดูดใจผู้คนที่พบเห็น ช่วยทำให้มีความรู้สึกสบายใจและสดชื่น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนหลายคนเมื่อเดินผ่านตู้ปลามักจะหยุดมองอย่างน้อยก็เว้บหนึ่ง ปลานับเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต่างจากสัตว์เลี้ยงทั่วไปเพราะมันไม่รบกวนจิตใจคนเลี้ยงและไม่เคยทำความสกปรกในบ้านที่เลี้ยงและไม่มีกลิ่นที่น่าอึดอัดไม่เคยส่งเสียงน่ารำคราญให้กับผู้เลี้ยงและเพื่อนบ้าน และด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้เองครับทำให้มีผู้ที่นิยมเลี้ยงปลาสวยงามเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเติบโต แล้วปลาสวยงามแบบไหนล่ะที่คนไทยนิยมเลี้ยงอันนี้หากพูดกันมันก็ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนเพราะมันแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคลเพราะบางคนก็เลี้ยงปลาหลายชนิดบางคนก็เลี้ยงปลาชนิดเดียว แต่บางคนก็เลี้ยงปลาตามกระแสตลาด ดังนั้นปลาสวยงามที่เป็นที่นิยมของตลาดจึงไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน บางคนชอบปลาใหญ่บางคนชอบปลาตัวเล็กๆน่ารักโดยส่วนตัวแล้วผมชอบปลาทุกชนิดนั่นล่ะครับแต่ที่เน้นหน่อยก็เห็นจะเป็นปลากัดเพราะความผูกพันในวัยเด็กและอีกอย่างปลากัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยทำให้ที่บ้านผมมีปลากัดอยู่เยอะทีเดียว เริ่มจากหนึ่งตัวสองตัวไปเรื่อยๆ เพาะเองบ้างซื้อเขาบ้างจนช่วงที่ปลากัดมีมากสุดในบ้านก็ราวๆ3-4000ตัว เพราะผมเพาะเอง บ่อเพาะก็มีอยู่70 บ่อ เลี้ยงเยอะจนที่บ้านบอกไปทำมาหากินโดยการขายปลาเลยดีกว่ามั้ย แต่ผมไม่ได้เลี้ยงแค่ปลากัดนะครับยังมีปลาหางนกยูง ปลาหมอสี ปลาปอม ปลาสอด ปลาคราฟ ... ว้า...นอกเรื่องปลาสวยงามกันไปเยอะ เอาล่ะครับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับปลาสวยงามในเมืองไทยที่นิยมเลี้ยงกันนั้น เวลานี้เห็นจะอินเทรนหน่อยก็ต้องปลาหมอสี โดยเฉพาะปลาครอสบรีด ตอนนี้จัดได้ว่าเป็นปลากระแสแรงมากในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา เรียกว่าแซงปลากัดและปลาทองรันชูที่เคยฮิตติดกระแสกับเขาอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วทำไมน้อทำไมเจ้าปลาหมอสีถึงได้มาแรงแซงปลาเลือดเดือดอย่างปลากัด และเจ้าปลากระปุ๊กลุกอย่างปลาทองรันชูไปได้ เหตุผลส่วนหนึ่งเท่าที่ผมพอจะนึกออกนั่นก็น่าจะเป็นเพราะปลาหมอสีนั้นมีขนาดที่ใหญ่ สีสันสดใส มีท่าทางน่ารักๆซึ่งดูขัดกับรูปร่างที่ดูโหดๆ แถมบางตัวมีนิสัยขี้เล่น สามารถเล่นกับผู้เลี้ยง โดยให้จับตัวได้หรือว่ายตามมือ กินอาหารจากมือ อะไรแบบนี้ อีกทั้งเป็นที่น่าท้าทายสำหรับนักพัฒนาสายพันธุ์ปลาด้วย เพราะปลาหมอสีครอสบรีดสามารถพัฒนาทั้งรูปทรง สีสัน ขนาด โหนกหัว ให้มีลักษณะแปลกใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด อีกทั้งขายได้ราคา (อันนี้เหตุผลใหญ่ที่สุด) ยิ่งเป็นปลาที่มีมาตราฐานสีสันแดงแจ่ม ตบมาร์คกิ้งเด่นๆล่ะก็ราคากระโดดกันไปหลักหมื่นถึงหลักหลายหมื่นทีเดียว บวกกับความเชื่อเรื่องโชครางและเสริมฮวงจุ้ยโหงวเฮ้งของคนจีนอีกทำให้ปลาหมอสีกลายเป็นปลาที่นิยมกันอย่างรวดเร็วในประเทศแถบเอเชีย ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ทำให้บรรดานักเพาะนักพัฒนาสายพันธุ์ปลาต่างก็ลงมาเล่นปลาหมอสีกัน เรียกว่าบางรายเลิกเพาะปลาที่ตัวเองเคยเพาะมาก่อนเพื่อเน้นที่จะเพาะปลาหมอสีออกสู่ตลาดกันเป็นล่ำเป็นสัน กระทั่งเวลานี้เราลองไปเดินตลาดปลาดูสิครับเราจะเห็นร้านปลาแทบทุกร้านจะมีเจ้าปลาหมอสีครอสบรีดขายจนแทบจะไม่เห็นปลาหมอสีธรรมชาติเลย มีแต่ปลาหมอสีครอสบรีด แต่สัจจะธรรมมันก็มีอยู่จริงในโลกว่า"สิ่งที่แน่นอน คือ...สิ่งที่ไม่แน่นอน" เพราะวันหน้าคงมีปลาชนิดอื่นขึ้นมาขอท้าชกชิงตำแหน่งแชมป์ปลาสวยงามยอดนิยมของเมืองไทยเจ้าเจ้าปลาหมอสีอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นปลาตัวไหนที่จะขึ้นมาท้าชิง...


วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลาสวยงามของไทยที่ส่งออกมากที่สุด

ตลาดปลาสวยงามทั่วโลกที่ผ่านมา คนไทยเราแม้นแต่รัฐบาลเองก็ไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก แต่หากผมจะบอกว่าตลาดปลาสวยงามทั่วโลกนั้นมีมูลค่ามากกว่า
6,000 ล้านดอลลาร์ ว้าว...ก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยใช่มั้ย โดยตลาดปลาสวยงามใหญ่ๆของโลกนั้นได้แก่ สหรัฐอเมริกา , ยุโรป, กลุ่มตะวันออก , สิงคโปร์ ,ฮ่องกงและ
ที่อื่นๆอีกทั่วโลก หากแต่ว่าในสถาณะการณ์ปัจจุปันที่ผ่านมาหลายสิบปีนี้ รัฐบาลไม่เคย
ให้ความสนใจกับจำนวนเงินมหาศาลเหล่านี้ปล่อยให้ประเทศสิงคโปร์เป็น
ผู้คว้าพุงปลานี้ไปกินโดยตั้งตัวเองเป็นตัวกลางรับซื้อปลาสวยงามจากผู้ผลิตชาวไทยไปส่งออกทั่วโลก...น่าเสียดาย สำหรับประเทศไทยหากจะย้อนมองดูตัวเอง ประเทศไทยนับเป็นประเทศผู้ผลิตปลาสวยงามรายใหญ่เพราะเรามีความพร้อมทั้งเรื่องพื้นที่ สภาพดินฟ้าอากาศที่ เหมาะสมในการเพาะเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์ปลาและมีบุคลากรที่มีความพร้อม( แต่ขาดการสนับสนุนตลอด ) แต่หากมีคำถามว่าแล้วปลาอะไรของไทยล่ะที่ส่ง ออกมากเป็นอันดับต้นๆของปลาสวยงาม หลายคนคงนึกถึงปลาราคาแพงอย่าง ปอมปาดัวร์ อะโรวาน่า ปลาหมอสี ...หากจะบอกไปหลายคนคงอึ้งว่าที่จริงแล้วปลา สวยงามที่ส่งออกมากและทำเงินเข้าประเทศปีละสิบหลายร้อยล้านบาทนั้นกลับเป็นปลาตัวเล็กๆอย่างปลากัด ปลากัดนับว่าเป็นปลาพื้นบ้านของไทยที่ได้รับการยอมรับจากนักเลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลกว่าเป็นปลาที่มีความสวยงามและมีเสน่ห์ในตัวเอง อีกทั้งปลากัดเป็นปลา ที่เพาะพันธุ์ง่ายและเป็นปลาที่ค่อนข้างมีน้ำอดน้ำทนดีเยี่ยมต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ดังนั้นจึงมีผู้ที่นิยมเพาะเลี้ยงปลากัดเป็นอาชีพกันมากมาย และในปัจจุปันปลา
กัดก็ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนมีความหลากหลายทั้งรูปทรงและสีสันให้มีความสวยงาม และในต่างประเทศเองก็มีความนิยมในการเลี้ยงปลากัดกันมากจนถึงขั้นมีการก่อตั้งเป็นสมาคมผู้นิมปลากัด(IBC) และมีการจัดการประกวดปลากัดสวยงามกัน ตลอดทั้งปีเรียกว่าเดินสายประกวดกันทั่วโลก แต่เราคนไทยกลับให้คุณค่าความสวยงามของปลากัดเป็นเพียงปลาของนักเลงการพนันชาวบ้านคนกลุ่มล่าง ขาดการ สนับสนุนแบบนี้แล้วปลาไทยที่มีชื่อไทยในตลาดโลกจะเป็นอย่างไร หรือเราต้องรอให้ต่างชาติเขาเอาปลาไทยของเราไปหากินกันจนร่ำรวยแล้วค่อยกลับมาคิดได้ว่า นี่มันปลาของเรานี่หว่า....เพราะถึงเวลานั้นมันก็สายเกินไปแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ตำนานปลากัดไทย

ปลากัดป่า Betta splendensหรือบางคนเรียกว่าปลากัดลูกทุ่ง

อันนี้สุดแล้วแต่จะเรียกกันนะครับ สำหรับปลากัดป่าลำตัวจะค่อนข้างบาง มีสีน้ำตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียว ปลาป่านี่ถือว่าเป็นปลาที่มีมานานตามธรรมชาติในสมัยก่อนนักเลงปลากัดก็นิยมเอามาใช้เลี้ยงกัดในเกมกัดปลาเหมือนกัน เพราะมีความปราดเปรียวและว่องไวแต่เรื่องน้ำอึดน้ำทนในการกัดแล้วอาจจะน้อยกว่าปลากัดหม้อ ปลากัดป่าเป็นปลาที่หาง่าย(ในสมัยก่อนนะ)โดยสามารถหาได้ตามห้วยหนองคลองบึง ตามแหล่งน้ำทั่วไปตามคันนาก็ยังสามารถหาได้ แต่ในสมัยนี้อาจจะหายากกว่าเดิมเพราะว่าสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยน เมื่อก่อนตอนผมเป็นเด็กการจะหาปลากัดก็จะหาได้ตลอดทุกฤดูแต่ให้ดีหน่อยก็ช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำเยอะและปลากัดจะชอบทำหวอดอยู่บริเวณริมน้ำ สังเกตเห็นง่ายมากแถมเจ้าของหวอดก็จะว่ายวนเวียนเป็นปลาหวงถิ่นอยู่แถวๆนั้นบางครั้งก็อยู่ใต้หวอด ผมใช้สวิงหรือบางครั้งก็ตระกร้าเล็กๆที่มีรูตักพรวดได้มาแล้วหนึ่งตัว... แต่บางครั้งก็ใช้มือจับก็ได้ครับค่อยๆวางมือลงน้ำทั้งสองข้างแล้วค่อยช้อนเข้าหากัน เจ้าปลากัดด้วยความเป็นปลานักสู้มันไม่ยอมถอยง่ายๆครับมันจะว่ายน้ำนิ่งๆเพื่อปกป้องอนาเขตและประกาศให้ศัตรูมันรู้ว่านี่ถิ่นตูนะเฟ้ย...มันก็เลยโดนจับมาง่ายๆด้วยประการฉะนี้แลแต่ในปัจจุปันปลากัดป่าหายากกว่าสมัยก่อน ดังนั้นจึงได้มีฟาร์มและผู้เพาะเลี้ยงปลากัดป่าเป็นอาชีพเกิดขึ้นมาแทน และยังได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความสวยงามละหลากหลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย


ปลากัดหม้อหรือบางครั้งก็เรียกปลาลูกหม้อ ปลากัดไทยครีบสั้น
เรียกกันเสียหลายชื่อ แต่ที่นิยมกันและเข้าใจกันง่ายสุดก็ปลากัดหม้อนี่ล่ะ ปลากัดหม้อจะมีความแตกต่างจากปลากัดป่าตรงที่ขนาดรูปร่างลำตัวโตกว่าปลาป่า ปากมีขนาดใหญ่และหนา สีเดิมของปลากัดหม้อก็จะเป็นสีเข้ม เช่น สีน้ำเงิน สีดำ สีเขียว สีแดง สีเทา สมัยก่อนนั้นนิยม
ใช้ในเกมการกัดปลา(ที่จริงสมัยนี้ก็ยังนิยม) เพราะมีความอดทนกว่าปลาป่า กัดเก่งและหนักกว่า จึงเป็นที่ถูกใจนักเลงปลากัดมาตลอด สำหรับปลากัดหม้อไม่ใช่ปลาที่มีอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแต่เป็นปลาที่คาดว่าจะมีการพัฒนาสายพันธุ์มาแต่โบราณโดยเน้นเรื่องเกมการกัดปลา แต่ในสมัยนี้ปลากัดหม้อได้ถูกพัฒนามาเป็นปลากัดสวยงามและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ อีกทั้งตอนนี้ปลากัดหม้อก็ยังถือเป็นปลาส่งออกที่มีอัตราการสั่งจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ปลากัดจีน หรือปลากัดไทยครีบยาว หรือที่ฝรั่งเรียกว่า"ปลากัดสยาม siamese fighting fish"

ปลากัดจีนเป็นปลาที่มีที่มาของชื่อหลากหลาย บางตำราก็ว่ามาจากชุดงิ้วของอุปรากรณ์จีน บ้างก็ว่ามาจากคนจีน บางคนก็บอกว่ามาจากเวียดนามแต่ที่แน่ๆปลากัดจีนเป็นปลาไทยชัวร์ครับ โดยคาดว่าเริ่มมาจากการที่มีผู้พยามพัฒนาคัดสายพันธุ์ปลากัดโดยเน้นความสวยงามเพื่อเอาไว้เลี้ยงดูเล่น มากกว่าที่จะเอามาเป็นปลานักสู้และเจ้าปลากัดจีนนี่ล่ะครับเป็นปลาที่ถูกจำหน่ายเป็นปลาสวยงามส่งออกมากที่สุด และในปัจจุปันปลากัดจีนก็ได้รับการพัฒนาออกมาจนแตกแยกออกเป็นอีกหลายหลายชนิด และมีความหลากหลายมาก จนเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงกันทั่วโลก
น่าภูมิใจมั้ยครับที่ปลากไทยแท้ๆได้รับความนิยมและโด่งดังไปทั่วโลก แล้วเราคนไทยล่ะ...ให้ค่าความสำคัญของความเป็นไทยนี้แค่ไหน


ครั้งหน้าคงจะมีเรื่องราวปลากัดมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ และสำหรับปลาสวยงามชนิดอื่นๆก็คงจะมีเรื่องเล่ามาคุยกันยังไงก็ติดตามกันเรื่อยๆนะครับ