Goooooogle Analytics

fancyfish

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลาสวยงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลาสวยงาม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เลี้ยงปลาทองให้มีความสุข

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

เลี้ยงปลาทองให้มีความสุข และสุขภาพดี

สวัสดีครับ...นี่คงเป็นการกล่าวทักทายกันหลังจากผมห่างหาจากที่นี่ไปนาน เพราะช่วงนี้ผมจะค่อนข้างใช้เวลาดูแลและบริหารเวปไซด์ thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์ ค่อนข้างจะมาก ก็ต้องขออภัยกับหลายคนที่เข้ามาอ่านบทความในBlog ของผมเป็นประจำ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกละอายใจ และอยากจะขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่ใช่ผู้ที่เก่งกาจอะไรนักจนสามารถเรียกตัวเองว่ากูรูเรื่องปลาสวยงาม อาศัยแค่ใจรักและชอบอ่านหนังสือหรือค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาสวยงาม รวมถึงปลาสายพันธุ์ต่างๆที่มีอยู่บนโลกกลมๆใบนี้ และทุกวันนี้ก็ยังพยามหาข้อมูลและเรียนรู้เรื่องปลาสวยงามต่างๆอยู่เสมอ ดังนั้นถือว่าผมเอาความรู้ที่ได้ค้นคว้าหามา และจากประสบการณ์บางส่วนของผมและจากผู้รู้ท่านอื่นๆที่ผมมีโอกาสพบป่ะพูดคุยด้วยมาเล่ามาแลกเปลี่ยนให้ทุกคนที่รักการเลี้ยงปลาสวยงามฟังก็แล้วกันนะครับ สำหรับบทความนี้ผมขอออกตัวก่อนว่าเป็นบทความเดียวกันกับที่ผมเขียนและตีพิมพ์อยู่ในนิตยสารแฟนซีฟิช ดังนั้นหากท่านที่อ่านแล้วสงสัยว่าทำไมเหมือนกันก็ขออภัย เพราะผมนำมาลงในนี้เพื่อบางท่านที่ไม่ได้ติดตามอ่านจากนิตยสาร

ในโลกของการเลี้ยงปลาสวยงามแล้ว ปลาทอง(Gold Fish) จัดเป็นปลาที่มีคนนิยมและชื่นชมไปทั่วโลก อาจจะถืดว่าเป็นปลาสวยงามที่มีผู้เลี้ยงมากที่สุดชนิดหนึ่งก็ว่าได้ ผมเองเมื่อยังเด็กก็ชอบเลี้ยงปลาทอง แม้นบ้านจะอยู่ต่างจังหวัด แถมการหาปลาทองสวยๆมาเลี้ยงก็ทำได้ยากลำบาก แต่ผมเองก็ชอบที่จะรบเร้าพ่อแม่ซื้อปลาทองมาให้เลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง ส่วนพ่อแม่ผมจะถือว่าท่านสนับสนุนหรือไม่อันนี้ไม่ขอยืนยัน เพราะส่วนหนึ่งผมคิดว่าพวกท่านคงทนรำคราญผมไม่ไหว (ฮา)
การเลี้ยงปลาทองนั้นถามว่ายากมั้ย หากจะให้ตอบผมก็บอกว่าไม่ยากเลยครับ เพียงคุณต้องเตรียมพร้อมก่อนที่จะเลี้ยงปลาทอง โดยเราต้องศึกษาเรื่องของชนิดปลาทองศึกษาลักษณะปลาที่ดีเป็นอย่างไร การดูแลปลาทำอย่างไร เพราะหากไม่ศึกษาก่อนแล้วนำมาเลี้ยงโดยไม่มีความรู้เลยโอกาสที่ปลาจะตายก็สูง ซึ่งความรู้ต่างๆเหล่านี้สามารถศึกษาได้จากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับปลาสวยงาม หรือจะขอคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับปลาชนิดนั้นๆเพื่อให้โอกาสในการเลี้ยงปลาของเราประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น แต่หลายๆครั้งผมเห็นผู้เลี้ยงปลาทองโดยเฉพาะมือใหม่ หรือแม้นแต่มือเก่าที่เลี้ยงปลามามากบางคน เมื่อพบเจอปลาทองที่สวยโดนใจ ก็จะเกิดแรงกระตุ้นต่อมความต้องการที่จะเลี้ยงจนพุ่งสูงปรี๊ดๆๆๆขึ้นมาแบบหักห้ามใจไม่อยู่ควักเงินซื้อปลาทองจากร้านขายปลามาเลี้ยง โดยลืมไปว่าบางครั้ง ณ.เวลานั้นเรายังไม่พร้อมที่จะนำปลามาเลี้ยง แม้นคุณจะมีความคุ้นเคยกับการเลี้ยงปลามามากแต่บางครั้งความหน้ามืดที่มาเยือนคุณแบบไม่รู้ตัว ทำให้คุณต้องพบกับอุปสรรคในการที่จะเลี้ยงปลาทองให้มีความสุขและสุขภาพดี หากคุณลืมนึกถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนจะเลี้ยงปลาทอง และสิ่งที่สำคัญในการเลี้ยงปลาทองคือ สถานที่ในการเลี้ยงปลา

สถานที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงปลาทองนั้นบางคนอาจจะสงสัยว่ามันมีความพิเศษหรือมีคุณสมบัติแบบไหน โดยรวมๆแล้วสถานที่ ที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาทองนั้น ก็คือที่คุณพักอาศัยอยู่นั่นล่ะครับ เรียกได้ว่าทุกแห่งที่เป็นที่พักอาศัยของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมีเนียม หรือแม้นแต่ห้องเช่าก็สามารถจะเป็นที่เลี้ยงปลาทองได้ดี ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องมีเนื้อที่เลี้ยงเป็นไร่ ถึงจะเลี้ยงได้ปลาทองได้สวยและมีคุณภาพ
เทคนิคมีเพียงแค่ปัจจัยสนับสนุนที่เหมาะสม โดยแบ่งเป็นส่วนๆดังนี้

1.บ้านหลังงามของปลาทอง
คำว่าบ้านของปลาทองในที่นี้ผมหมายถึง ตู้หรืออ่างปลาที่คุณจะใช้เลี้ยงปลาทองตัวเก่งของคุณ โดยภาชนะที่จะใช้เลี้ยงนั้นต้องมีความเหมาะสมกับขนาดของปลาและจำนวนปลาที่จะเลี้ยง นอกจากนั้นต้องสามารถจัดวางได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่อยู่อาศัยของคุณ เพราะผมเคยเห็นคนเลี้ยงปลาทองในโหลแก้วแล้วนั่งอมยิ้มแก้มตุ่ยชื่นชมว่าปลาทองน่ารัก ดูสิพวกมันทำปากมุบมิบๆ แต่คุณทราบมั้ยการที่อยู่ในโหลขนาดแทบจะพอดีตัวปลาแบบนั้น ผมบอกเลยครับทรมารปลาชัดๆ หากมีใครจับคุณไปขันในที่แคบๆพอดีตัวคุณแบบนั้นทั้งชีวิตคุณจะมีความสุขมั้ยล่ะคุณก็คงทำปากมุบมิบแบบปลาทองด่าแช่งคนที่ทำแบบนี้กับคุณทั้งวันเหมือนกัน
2.อากาศแน่นอนครับเลี้ยงปลาแม้นมันจะอยู่ในน้ำแต่ก็ต้องใช้อากาศหายใจเช่นกันลองคิดกันเล่นครับหากเราต้องอยู่ในที่ๆไม่มีอากาศที่ดี ไม่มีการถ่ายเท อับ ชื้น เหม็นเน่านั้น มันจะอึดอัดขนาดไหน ดังนั้นการเลี้ยงปลาทองก็เช่นกันครับ สถานที่เลี้ยงก็ต้องเป็นสถานที่ ที่มีความโปร่งโล่งและอากาศถ่ายเทได้สะดวกพอสมควรเพราะหากปลาที่เลี้ยงไม่มีอากาศที่ถ่ายเทสะดวกแล้วละก็ ความอ่อนแอก็จะมาเยือนเจ้าพุงยุ้ยของเราเป็นแน่ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อรา
3.แสงแดด
ใช่ครับต่อมาการเลี้ยงปลาทองให้มีสุขภาพดีนั้น นอกจากสถานที่เลี้ยงจะต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกแล้ว สิ่งต่อมาก็คือเรื่องของแสงแดด แสงแดดนั้นมีความสำคัญหลายอย่างในการเลี้ยงปลาทอง เพราะแสงแดดจะช่วยให้ปลามีสีสันที่สดใส เกร็ดขึ้นเงาสวยงาม อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้อุณหภูมิในน้ำโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวแบบนี้มีความอบอุ่นขึ้น ทำให้ปลาทองของเราร่าเริงไม่ซึมหงอยนอนอยู่พื้นตู้ อีกทั้งแสงแดยังช่วยเพิ่มผู้ช่วยทางธรรมชาติให้กับปลาทองของเรา นั่นคือตะไคร่น้ำ ต้องไม่ลืมว่าปลาทองนี่เป็นปลาที่กินง่ายถ่ายคล่อง แต่ก็อย่าปล่อยตะไคร่ขึ้นมากจนเกินไปนะครับ เพราะตะไคร่น้ำที่มีแบบพอดีจะช่วยกำจัดของเสียซึ่งมาจากปลาทอง จะทำให้คุณภาพน้ำเลี้ยงนั้นดีขึ้น อีกทั้งแสงแดดยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดในน้ำ และยังสามารถทำลายสารบางชนิดที่ตกค้างอยู่ในตู้ปลาของเราได้ แต่ก็มีข้อพึ่งระวังเช่นกันนะครับสำหรับการให้ปลาทองของเราโดนแสงแดด เพราะหากโดนมากไปหรือโดนทั้งวันอุณหภูมิของน้ำอาจจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ปลาปรับตัวไม่ทัน แทนที่จะเป็นผลดีกลับเป็นฝันร้ายแทน ดังนั้นเราต้องวางตู้ปลาทองในจุดที่พอเหมาะที่จะโดนแสงแต่ต้องไม่มากไป หรือหากว่าไม่มีมุมที่จะหลบแสงแดดจริงๆ โดยเฉพาะปลาทองที่เลี้ยงในบ่อ เราอาจจะต้องหาอะไรมาช่วยบังแดดไว้บ้าง
4.ระบบน้ำเลี้ยง
คุณภาพน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาทอง ต้องเป็นน้ำที่ที่สะอาด ไม่มีคลอรีน และต้องมีการจัดการการหมุนเวียนของน้ำที่ดี ผ่านระบบกรองน้ำหมุนเวียนซึ่งจะช่วยควบคุมสภาวะที่จำเป็นต่อเจริญเติบโตและสุขภาพที่ดีของปลาทอง ระบบน้ำหมุนเวียนคือระบบที่ผลิตน้ำที่สะอาดโดยการใช้ระบบกรองหมุนเวียนน้ำในตู้กลับมาเลี้ยงใหม่ ผ่านการกรอง(ไบโอฟิวเตอร์) ซึ่งทำให้น้ำที่ไหลผ่านมีความสะอาดขึ้น โดยการนำของเสีย เศษอาหารออกจากน้ำทำให้น้ำสะอาดก่อนที่จะหมุนเวียนนำกลับมาเลี้ยงปลาใหม่อีกครั้ง

ดังนั้นข้อสรุปคือ ก่อนจะเลี้ยงปลาทองคุณต้องวางแผนและจัดการสถานที่ในการเลี้ยงให้พร้อมเสียก่อน แล้วจึงค่อยคิดที่จะซื้อปลาทองมาเลี้ยง การเลี้ยงปลาทั้งทีให้มองว่าเขาคือสิ่งมีชีวิตที่รักตัวเองเช่นเดียวกับคุณ กลัวตายเช่นเดียวกับคุณ และอยากมีความสุขในชีวิตเช่นเดียวกับคุณ ... เอาล่ะครับวันนี้คงต้องลากันก่อนไว้ครั้งต่อไปผมจะมีเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามชนิดต่างๆมาเล่าให้ฟังกันอีก ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงปลาครับ

นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ความหวังปลากัดสวยงามของไทย

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ผมหายหัวไปนาน...ไม่ใช่เพราะผมขี้เกียจนะ

how to fish fancy ...now มันไม่ใช่ข้อแก้ตัวของผมนะครับกับการที่ผมหายหัวไปนานไม่เข้ามาเขียนบทความอะไรเลยที่เกี่ยวกับปลาสวยงามในblogแห่งนี้
เพราะจริงๆผมก็ยังคงมุ่งมั่นทำอะไรๆเกี่ยวกับปลาสวยงามอยู่เหมือนเดิมเพียงแต่ตอนนี้ผมเข้าไปคลุกอยู่ใน
www.thaifancyfish.com
เลยไม่มีเวลามาเขียนบทความต่างๆในblogแห่งนี้

แต่วันนี้ผมพอจะมีเวลาหลังจากอู้งานประจำที่ต้องทำในวันเสาร์-อาทิตย์เลยรีบมานั่งเขียนblogก่อนที่จะหมดเวลาอย่างที่ผมเขียนไว้ในบทความแรกๆของblogนี้ว่าโดยส่วนตัวผมชอบปลากัดมาก
เพราะผมถือว่าปลากัดเป็นปลาไทยที่สามารถไปยืนประกาศตัวอยู่ในตลาดปลาสวยงามของโลกได้อย่างเต็มความภาคภูมิของคำว่าประเทศไทย

และตอนนี้มีความเคลื่อนไหวอยู่ในวงการคนเลี้ยงปลากัดสวยงามที่ได้มีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็น"สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม"
อันที่จริงสมาคมอนุรักษ์และพัฒนนาปลากัดสยามก็ตั้งกันมากว่า2-3ปีแล้วและได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงล้มลุกคลุกคลานกันมาตลอดด้วยเพราะขาดบุคลกรและเงินทุนหมุนเวียนดังนั้นการทำงานที่นี่จึงต้องทำด้วยใจ... ใจเท่านั้นเพราะไม่มีเงินเดือนไปไหนทำอะไรก็ต้องทุนส่วนตัว
จึงทำให้ที่ผ่านมาผลงานของสมาคมจึงน้อยและเงียบมากผิดกับความตั้งใจของเหล่าสมาชิกและผู้ที่คอยลุ้นอยู่ภายนอก

betta fish แม้นจะล้มๆลุกๆแต่ก็ต้องยอมรับจิตใจของกลุ่มผู้บริหารสมาคมทุกคนตั้งแต่ชุดแรกจนถึงปัจจุปันว่ามีจิตใจที่จะต่อสู้เช่นเดียวกับปลากัด
นักสู้จากสยามกระทั่งมาถึงวันนี้วันที่สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยามที่ผ่านลมฝนและพายุอุปสรรคเดินทางมาอีกก้าวที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนมากขึ้นตามลำดับภายใต้การนำของนายกสมาคม พลโท.ทวีเกียรติ โกไศยกานนท์ ความก้าวหน้าของสมาคมกับความตั้งใจที่จะพัฒนาและช่วยเหลือเกษตกรผู้เพาะเลี้ยงปลากัดให้ลืมตาอ้าปากได้ก็ใกล้ความจริงขึ้นไปอีกขั้นโดยมีข่าวที่ผมทราบจากเพื่อนๆว่าปลายปีนี้จะมีการเปิดตัวสมาคมอย่างเป็นทางการและก่อนสิ้นปีก็จะมีงานสำหรับคนรักปลากัดที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งนั่นหมายถึงงานที่เป็นของคนปลากัดเพื่อคนปลากัดอย่างแท้จริง

ทุกอย่างกำลังก้าวเดินเริ่มนับ1...2...3...ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยามเพียงลำพังอีกต่อไปแต่มันอยู่ที่เราคนไทยด้วยกันเองที่ช่วยเหลือ ประคับประคอง ปกป้องร่วมมือ หรือจะเตะตัดขาทำลายกันเอง ผมฝากเอาไว้ให้คิดเราคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติไหนในโลกและปลากัดเป็นปลาของไทยแล้วเราคนไทยต้องยอมเป็นขี้ข้าเขาเพียงเพราะเราต้องการเงินหรือชื่อเสียงจอมปลอมจากต่างชาติมากว่าคำว่ารักและหวงแหนเพราะนี่คือสมบัติของแผ่นดิน





วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สงสารปลากัดไทย

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


"
ช่งนี้กระแสฟุตบอลโลกกำลังมาแรง เราคนไทยก็เชียร์กัน ไม่ว่าหญิงหรือชาย แม้นทีมชาติไทยของเราจะไม่มีโอกาสได้ลงแข่งขันกับเขาด้วย หากเปรียบกับกระแสความสนใจและรู้จักฟุตบอลสำหรับปลาสวยงามแล้ว คงเหมือนกับปลากัด ปลาที่คนไทยเราทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายต่างก็รู้จัก แต่จะมีสักกี่คนที่มีความรู้และเข้าใจเรื่องปลากัดอย่างจริงจัง คิดแล้วมันน่าเสียดายเหมือนเราเชียร์บอลโลกแต่เราไม่เคยสนใจบอลของทีมชาติไทยเลย ปล่อยให้ต่างชาติมามีบทบาทและอำนาจเหนือเรา เหมือนกับปลากัด Sime finght fish หรือ Betta fish ที่ต่างชาติรู้จักและชื่นชมกันไปทั่วโลก และมีการจัดตั้งเป็นสมาคมปลากัดมาออกกฏกติกาควบคุมเรา แล้วเราคนไทยก็ได้แต่นิ่งเฉย และมาในวันนี้มีกลุ่มคนที่พยามตั้ง"สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม" เพื่อสร้างมาตราฐานของปลากัดไทย แต่ก็ยังขาดแรงสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเรา...เราคนไทยด้วยกันเอง ผมจึงบอกว่ามันน่าเสียดายยังไงล่ะครับ เพราะหากเรานิ่งเฉยมันก็เหมือเรานั่งดูบอลโลกแล้วด่าบอลไทย แต่สำหรับปลากัดแล้ว นี่คือปลาของเราคนไทยที่คนทั่วโลกยอมรับ แล้วเราคนไทยยังทิ้งโอกาสนี้ให้ต่างชาติเขามาควบคุมเราอีก

วันนี้ผมจึงอยากจะเชิญชวนผู้ที่มีความรู้ ความสารถ หรือมีควานสนใจการเลี้ยงปลากัดหรือจะเป็นปลาสวยงามอย่างอื่นก็ได้ เข้ามาร่วมกันกับสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม เพื่อหาแนวทางในการพัฒนปลากัดไทยของเราให้โลกรู้จักมากกว่านี้และสำคัญที่สุดคือ ให้เขาเข้าใจถึงมาตราฐานปลากัดไทยโดยคนไทย"


หากเพื่อนๆท่านใดสนใจอยากจะสมัครเป็นสมาชิกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม
ก็สามารถติดต่อไปได้ที่

www.plakadthai.org
โทร
087-0738299 คุณต่อ , 089-9801588 คุณต้น interfish

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เตรียมพร้อมบ่อรองปูนสำหรับเลี้ยงปลา

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

การเตรียมบ่อรองปูน เพื่อเลี้ยงปลาสวยงาม


ปลาสวยงาม thaifancyfish วันก่อนผมปรับปรุงโรงจอดรถหน้าบ้าน
เพราะช่วงนี้อากาศมันร้อนเหลือเกินจึงต้องทำหลังคาโรงจอดรถไว้สำหรับกันแดดให้กับรถคันงาม(ที่เล็งเอาไว้ว่าจะไปซื้อมาขับ...ฮา...)
ดังนั้นตอนช่างต้องไปซื้ออุปกรณ์สำหรับทำโรงจอดรถ(ที่กำลังจะซื้อในอนาคต)





ผมจึงฝากให้เขาซื้อบ่อรองปูนสำหรับเลี้ยงปลามาให้ด้วยตอนแรกลุงช่างแกไม่รู้จัก
ผมก็อธิบายว่ามันก็เหมือนบ่อส้มนั่นล่ะ
แต่เขาทำไว้สำหรับเลี้ยงปลา แกก็พยักหน้างึกๆเข้าใจๆ
แล้วลุงช่างก็เข้าใจจริงๆล่ะครับ เพราะแกซื้อรองส้วมมาให้
ฮื่อๆ...เลยเดือดร้อนต้องมานั่งโปกปูนปิดก้นบ่อส้วมเพื่อทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา


ปลาสวยงาม thaifancyfish
เอาล่ะครับมาเข้าประเด็นกันดีกว่า
สำหรับรองปูนหรือใครจะเรียกถังส้วมก็ไม่ผิดกติกาอะไร
เป็นอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลาสวยงามอีกอย่างที่เราคนไทยใช้กันผมไม่เห็นฝรั่งต่างชาติเขาใช้เลย
ฮิๆๆสงสัยกลัวจะเหม็น รองปูนนั้นส่วนใหญ่เราคนไทยมักจะใช้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามหรือใช้เป็นบ่ออนุบาลูกปลาอย่าง
ปลากัด ปลาหางนกยูง หรืออาจจะเป็นปลาทอง ปลาหมอสี ก็ได้
เพราะความสะดวกและราคาที่ประหยัด รองปูนลูกหนึ่ง 2-300 บาท เท่านั้น
มันจึงเป็นอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลาของฟาร์มปลาสวยงามหลายๆฟาร์ม
แม้นแต่บางคนที่ไม่ใช่ฟาร์มเลี้ยงปลาสวยงามก็ใช้รองปูนในการเลี้ยงปลาตัวเล็ก
อย่างปลาหางนกยูง ปลาสอด บางคนก็เอามาเลี้ยงไม้น้ำ บัวสวยงามต่างๆ
ดังนั้นเจ้ารองปูนถังส้วมนี้
ผมจึงถือว่ามันเป็นอุปกรณ์การเลี้ยงปลาอีกแบบหนึ่ง

แต่รองปูนไม่ใช่อยู่ๆเราจะเอามาเลี้ยงปลาสวยงามของเราทันทีได้นะครับ
มันต้องมีการเตรียมตัวกันก่อน
และต้องเตรียมากกว่าการใช้ตู้เลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป
ดังนั้นคุณต้องเตรียมตัวดังนี้

1.ต้องมองหาและจัดเตรียมสถานที่ในการที่จะวางรองปูนเสียก่อน


บ่อรองปูน ปลาสวยงาม thaifancyfish

เพราะอย่าลืมครับว่ารองปูนน่ะมันหนักครับ
ขนาดไม่ใส่น้ำยังหนักชนิดต้องช่วยกันยกสองสามคนขืนวางแล้วใส่น้ำเข้าไปแล้วเกิดอยากจะเปลี่ยนมุมนี่เรื่องยาวเลยครับ
ผมเคยมาแล้วตอนต้องย้ายบ้าน จะย้ายบ่อเดิมที่บ้านเก่ามาบ้านใหม่
ฮื่อๆงานช้างเพราะจะเสียเงินค่าขนย้ายเยอะจนต้องยกยกให้เจ้าของบ้านคนใหม่แบบเขาไม่เต็มใจรับ
ฮิๆเพราะมันตั้งเกือบเจ็ดสิบบ่อ ฮา....

2.ทำความสะอาดรองปูนเสียก่อนเลี้ยงปลา
การทำความสะอาดรองปูนสำหรับใช้เลี้ยงปลาสวยงามนั้น
ไม่ใช่แค่ล้างน้ำเฉยๆนะครับ แต่มันต้องแช่น้ำผสมด้วยน้ำส้มสายชู
โดยใส่น้ำให้เต็มบ่อ ในอัตราส่วนประมาณ 3:1 นั่นคือ น้ำสามส่วน
น้ำส้มสายชูหนึ่งส่วน ทิ้งไว้ประมาณหนึ่งอาทิตย์
เพื่อให้กรด-ด่างของบ่อรองปูนหมดไปเสียก่อน
จึงค่อยถ่ายน้ำออกและล้างทำความสะอาด
ตากบ่อให้แห้งแล้วเติมน้ำใหม่ลงไปทิ้งไว้อีก2-3วัน
จึงค่อยนำปลามาปล่อยลงไปเลี้ยงได้
หากคุณไม่ทำความสะอาดและกำจัดกรด-ด่างในบ่อรองปูนให้หมด
แล้วรีบร้อนนำปลามาปล่อยลงไป
ผมรับประกันครับว่ามันจะนอนหงายท้องพึ่งพุงไม่ยอมหายใจให้คุณดูในไม่กี่ชั่วโมง
แต่หากคุณบอกไม่อยากใช้น้ำส้มสายชูก็สามารถใช้ต้นกล้วยแทนได้ครับ
แต่ต้องตัดเป็นท่อนๆเยอะหน่อยแล้วแช่ลงไปในบ่อที่เติมน้ำจนเต็ม
ปล่อยทิ้งไว้สักสิบถึงสิบห้าวัน
สำหรับวิธีนี้เป็นแบบชาวบ้านสมัยก่อนๆนะครับเพราะว่าสะดวกและประหยัดเงินกว่าการไปซื้อน้ำส้มสายชู
แต่ก็ต้องทนกับกลิ่นหน่อย
ฮ่าๆๆเพราะกลิ่นนี่จะแรงโดยเฉพาะวันหลังที่ต้นกล้วยเริ่มเน่า อุๆๆ

3.บ่อรองปูนสำหรับเลี้ยงปลาสวยงามที่ดีควรจะมีระบบน้ำล้นและจุกสำหรับเปิดน้ำทิ้ง





ถังกรองน้ำสำหรับบ่อปลา


ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการดูแลและทำความสะอาด
โดยส่วนใหญ่บ่อรองปูนในการเลี้ยงปลาสวยงามนั้นเรามักจะวางไว้นอกบ้าน
ในที่ๆโล่งและแน่นอนมันจะต้องเจอกับแดด ลม และสำคัญคือฝน
เพราะหากฝนตกมากๆรองปูนเราไม่มีท่อน้ำล้นจะทำให้น้ำเต็มบ่อจนล้น
นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไรแต่หากว่าปลาสวยงามของคุณมันไม่ไหลไปกับน้ำเสียก่อนล่ะ
มันคงเป็นหายนะแน่ๆโดยเฉพาะกับผู้ที่เลี้ยงปลาสวยงามเชิงธุรกิจ
ภายในเครื่องกรองน้ำบ่อปลาดังนั้นท่อน้ำล้นจึงจำเป็นสำหรับบ่อที่ใช้เลี้ยงปลาสวยงาม
ผมขอยกตัวอย่างที่บ้านของผมเอง
บ่อผมมีท่อน้ำล้นดังนั้นเวลาผมรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านผมก็จะถือโอกาสฉีดน้ำเข้าบ่อไปด้วย
ทำให้เกิดการถ่ายเทของน้ำ ข้อสำคัญมันสะดวก อิๆ
อีกอย่างหนึ่งในกรณีฝนตกหากบ่อของคุณเก็บน้ำฝนเอาไว้แต่ไม่การไหลเวียนออกของบริมาณน้ำใหม่และเก่า
ปลาของคุณก็อาจจะช็อคตายหรืออาจจะเกิดโรคต่างๆตามมา
ซึ่งหากปลาคุณป่วยเป็นโรคคุณต้องเข้าใจว่าในบ่อแบบที่ไม่การไหลเวียนของน้ำนั้น
โรคมันจะระบาดอย่างรวดเร็วและก่อนที่คุณจะรู้ตัวปลาสวยงามของคุณมันอาจจะตายหมดบ่อเรียบร้อย


4.ตบแต่งบ่อรองปูนให้ดูสวยแบบธรรมชาติ


thaifancyfish บ่อรองปูน ปลาสวยงาม

ปลาสวยงาม Thaifancyfish
ข้อดีของบ่อรองปูนสำหรับเลี้ยงปลาสวยงามอีกประการหนึ่งคือเรื่องของความสวยงามที่เราสามารถตบแต่งได้
ให้มีสภาพใก้ลเคียงกับแหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งบรรยากาศรอบๆบ่อและภายในบ่อ
จัดเป็นมุมพักผ่อนที่ดีอีกมุมหนึ่งของบ้าน คุณอาจจะทำระบบน้ำวน
ทำน้ำตกเพื่อฟังเสียงน้ำหรือปลูกต้นไม้รอบๆบ่อตั้งโต๊ะสำหรับนั่งจิบกาแฟก็ได้เพราะบริเวณที่ตั้งบ่อรองปูนมักจะเย็นสบายกว่าตู้ปลาทั่วไป

สรุปแล้วบ่อรองปูนถือเป็นอุปกรณ์ที่เลี้ยงปลาสวยงามได้ดีอีก
อย่างหนึ่ง และสามารถตบแต่งให้สวยงามได้
อีกทั้งยังสามารถใช้เลี้ยงปลาสวยงามในเชิงการค้าได้อย่างดี
เพราะมีต้นทุนที่ต่ำนั่นเอง






วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

ปลาสวยงาม อาชีพอิสระที่ทำได้ หากใจรัก

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


อาชีพอิสระ "เปิดร้านขายปลาสวยงาม"

ในภาวะที่บ้านเมืองกำลังสับสนวุ่นวาย หลายคนและหลายครอบครัวอาจจะมีปัญหาเรื่องการเงินบ้าง(ผมก็เป็น) หลายๆครั้งผมนั่งมองตัวเองว่าจะทำมาหากินอะไรดี เพราะชีวิตเราตอนนี้มันไม่ใช่เด็กๆที่เที่ยววิ่งเล่นโดยไม่ต้องสนใจอะไร เมื่อตอนที่พวกเรายังเป็นเด็ก ผมว่าพวกเราหลายคนคงไม่ต้องลำบากปากกัดตีนถีบอะไร จะมีเงินใช้มั้ย จะมีข้าวกินหรือเปล่า เราคงไม่ต้องคิด ปล่อยภาระเหล่านี้ให้พ่อแม่เราเขาเป็นคนคิด แต่มาถึงตอนนี้เราจะมานั่งเฉยเหมือนตอนเราเป็นเด็กคงไม่ได้อีกแล้ว เราหลายคนต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ผมคงเป็นหนึ่งที่ตกอยู่ในสภาพแบบนั้น แม้นจะไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตใครมากมายแต่อย่างน้อยผมก็ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและลมหายใจของตัวเอง มาถึงวันนี้ผมมานั่งทบทวนว่าอาชีพอะไรที่ผมจะทำเพื่อหารายได้เลี้ยงดูตัวเอง ไม่เป็นภาระของพ่อแม่ อาชีพอะไรที่ผมรักและคิดว่าผมมีความสุขเมื่อได้ทำมัน และมันต้องไม่ใช้เงินลงทุนมากนัก อีกหนึ่งอาชีพที่เราคนไทยผู้ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากนัก และอาชีพนี้หากเราขยันหมั่นหาความรู้เพิ่มเติม อีกทั้งหากบ้านเรามีเนื้อที่พอประมาณ เราก็สามารถที่จะเพาะพันธุ์ปลาสวยงามของเราออกขายเอง เป็นการลดต้นทุนอย่างหนึ่งในการเปิดร้านเล็กๆ ดังนั้นผมจึงอยากจะลงแนะนำผู้ที่กำลังอยากจะทำร้านค้าเล็กๆลองมองดูอาชีพขายปลาสวยงามดูนะครับ ผมว่าอาชีพนี้ไม่ต้องลงทุนสูง และสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจได้อย่างหยั่งยืน

เปิดร้านขายปลาสวยงาม

เงินลงทุน ครั้งแรกประมาณ 20,000 - 30,000 บาท รายได้ ตู้เลี้ยงปลา เครื่องทำออกซิเจน ตู้พักปลา กระชอนช้อนปลา เครื่องดูด/ ถ่ายน้ำ เครื่องกรองน้ำ อาหารปลาและอุปกรณ์ประดับตู้ปลา แหล่งจำหน่ายพันธุ์ปลา/อุปกรณ์ บางบัว เขตบางเขน สวนจตุจักร วิธีดำเนินการ 1. หาซื้อตู้เลี้ยงปลาขนาดใหญ่ ประมาณ 2-3 ตู้ แล้วล้างน้ำให้สะอาด 2. นำตู้ปลาไปตั้งในที่จัดเตรียมไว้ บรรจุหิน ปะการังและต้นไม้น้ำ ตกแต่งให้สวยงาม ติดตั้งเครื่องกรองน้ำและเครื่องทำออกซิเจนลงในตู้ 3. ใส่น้ำลงในตู้ปลาให้เกือบเต็ม โดยใช้เครื่องดูดน้ำจากน้ำสะอาดที่เตรียมไว้แล้วในอีกภาชนะหนึ่ง 4. นำพันธุ์ปลาที่เป็นที่นิยมของตลาด เช่น ปลาเงินปลาทอง ปลาคราฟ ปลาบอลลูน ปลาเทวดา ฯลฯ มาใส่ในตู้พักปลา เพื่อปรับสภาพหลังการเคลื่อนย้าย 5. เมื่อปลาแข็งแรงดีแล้วใช้กระชอนค่อย ๆ ช้อนปลาลงในตู้ปลาที่จัดเตรียมไว้ในปริมาณที่เหมาะสมกับเนื้อที่ว่างของตู้ 6. ให้อาหารปลาเป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ ในปริมาณที่พอเหมาะวันละ 1 ครั้ง หากปลากัดกันให้แยกออกหรือปลาเป็นโรค ให้แยกปลาไว้ต่างหากแล้วใช้ยารักษา และเปลี่ยนน้ำใหม่ในตู้ปลาหมั่นเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาทุกวัน ตลาด/แหล่งจำหน่าย ย่านชุมชนหรือใกล้สถานศึกษา สถานที่ให้คำปรึกษา1. สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงาม กรมประมง โทร. 0-2558-01722. ประมงจังหวัดทุกจังหวัด ข้อแนะนำ 1. ผู้ประกอบอาชีพนี้ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของปลา โดยศึกษาจากหนังสือหรือสอบถามผู้มีความรู้ เพื่อสามารถเลี้ยงได้ถูกวิธีและแนะนำลูกค้าได้ 2. น้ำที่ใส่ในตู้ปลาหากจำเป็นต้องใช้น้ำประปา ควรรองน้ำทิ้งไว้ก่อนนำไปใช้ 3. ควรมีอุปกรณ์ประดับตู้ปลา อาหาร และยารักษาปลา จำหน่ายร่วมด้วยเพื่อเพิ่ม รายได้

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

ถึงเวลาหรือยัง กับมาตราฐานปลากัดไทย

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ถึงเวลาหรือยัง กับการสร้างมาตราฐานปลากัดไทย






ต้องยอมรับด้วยเหตุผลส่วนตัว ผมเองเป็นคนที่ชื่นชอบความสวยงามของ ปลากัด
มากกว่า ปลาสวยงาม ชนิดอื่น
และด้วยเหตุผลนี้เองที่นำผมเข้ามาสู่วงการปลาสวยงาม ไม่ใช่ในฐานะพ่อค้า
คนเพาะปลาขาย แต่มาในฐานะของคนที่ชอบ รัก และอยากให้คนอื่นรัก ชอบ
ปลาสวยงาม เหมือนกับเรา ดังนั้น


www.thaifancyfish.com


จึงเกิดขึ้น เพื่อเผยแพร่ข่าวสาร และข้อมูลการเลี้ยงปลาสวยงาม
รวมถึงเป็นที่ระบายความอัดอั้นตันใจของคนรักปลาทุกคน

อย่างที่ผมกล่าว โดยส่วนตัวผมชอบปลากัด และเลี้ยงปลากัดมากกว่าปลาสวยงามอื่นๆ แต่บางครั้งผมเองก็ยังคงสับสนกับคำว่าว่า ปลากัดสวยงาม เพราะทุกวันนี้เวลาที่ผมเดินเข้าไปในตลาดปลา ไม่ว่าจะที่ซันเดย์ หรือที่สนามหลวงสอง หรือแม้นแต่ตลาดปลาสวยงามแห่งอื่นๆ ผมก็ยังหาความเป็นหนึ่งเดียวของคำว่าปลากัดสวยงามไม่เจอ เพราะมันไร้ซึ่งมาตราฐานกำหนด ไม่มีความชัดเจนในเรื่องของสีสัน รูปทรง
หรือแม้นแต่ชื่อเรียก ล้วนแต่ทำกันไปแบบมุมใครมุมมัน หากเป็นแบบนี้สังคมปลากัดหรือแม้นแต่ปลาสวยงามชนิดอื่นๆ มันจะเดินไปในทิศทางไหน

โดยเฉพาะเมื่อมีการประกวดปลาสวยงาม จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนในความไร้เอกภาพของปลากัด ไม่มีการกำหนดกฏเกณท์ ที่ชัดเจนทำให้มีเพียงพูดประกวดปลาหน้าเดิมๆเท่านั้นที่ส่งปลาเข้าประกวด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านหรือฟาร์มไม่ก็เป็นผู้ส่งออกปลา
tran shipper ที่มีการจับปลาเพื่อส่งขายต่างประเทศเท่านั้น และเมื่อมีการตัดสินก็จะมีเสียงบ่นด่าต่อว่า ตามหลังกันมา ไม่เห็นว่าปลาตัวนี้สวยเลย ปลาพรรคพวกกัน ไม่ยุติธรรม หนักหน่อยก็กรรมการตาถั่ว มั่นนิ่ม


มันถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่วงการปลากัดสวยงามจะต้องมีการจัดทำมาตราฐานปลากัดสวยงามไทย ให้เป็นที่ชัดเจน เพราะจะได้เกิดความยุติธรรม และไม่มีปัญหาในการตัดสินของกรรมการ เมื่อมีรูปแบบและมาตราฐานของปลาที่ชัดเจนไม่ว่าจะเรื่องรูปทรงสีสัน ชื่อเรียกชนิดและสายพันธุ์ เมื่อไม่มีความสับสน เรื่องคำครหาก็จะเบาบางลง และที่สำคัญ คนที่จะเข้ามาเลี้ยงปลากัดสวยงามจะได้มีมุมมองที่ชัดเจนในเลือกซื้อปลา และขณะเดียวกันผู้เพาะปลากัด ก็จะได้มีแนวทางในการพัฒนาปลากัด ให้ตรงตามมาตราฐานเพื่อรองรับตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเอาปลามาเลขายให้เสียราคา ผู้ซื้อก็ไม่สับสนว่าปลาที่ซื้อมานั้นดีถูกต้องตามมาตราฐานสายพันธุ์หรือไม่ และเมื่อจะส่งเข้าประกวดกรรมการก็จะได้ตัดสินได้ง่ายขึ้น ไม่เกิดความสับสน หรือโอนเอียงไปเข้าข้างความรู้สึกชื่นชอบส่วนตัว

ทำไมผมต้องพุ่งเป้ามาที่ปลากัด ไม่ใช่เพราะผมชอบปลากัดมากกว่าปลาสวยงามชนิดอื่น
แต่เพราะปลากัดเป็นปลาสวยงามของไทยแท้ๆที่ขึ้นไปผงาดบนตลาดโลก และเป็นปลาสวยงามที่อยู่ในอันดับต้นๆของนักเลี้ยงปลาสวยงาม
และยังเป็นปลาสวยงามที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของปรเทศ และด้วยชื่อ
Siamese fighting fish ปลานักสู้จากประเทศสยาม ยิ่งทำให้ผมรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่า มันคือตัวแทนของประเทศไทย ประเทศของพวกเรา










วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

แก้ไขวันประกวด LOGO สมาคมอนุรักษณ์และพัฒนาปลากัดสยาม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,




ประกาศแก้ไข
การประกวด
LOGO สมาคมปลากัดสยาม


ปลากัดสยาม
ประกาศเปลี่ยนแปลง
"เรื่องการประกวดโลโก้
ของสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม"ทางสมาคมขอเปลี่ยนแปลง
วันเวลาในการประกวดออกแบบโลโก้ โดยเลื่อนระยะ
เวลาออกไปอีก
ด้วยเหตุผลของทางสมาคม และด้วยภาวะทางการเมือง
ที่ยังคงมีความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ โดยจะเลื่อนระยะเวลาการตัดสินออกไป
โดยกำหนดปิดรับสมัครผลงานวันสุดท้าย
30 กันยายน 2553
และตัดสินผลการประกวดในเดือน ตุลาคม 2553
ทั้งนี้ทางสมาคมจึงได้แจ้งและประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน


....
สำหรับผมแล้วโดยส่วนตัวถือว่าดีครับ
เพราะหลายคนจะได้มีเวลาสร้างผลงานได้อย่างเต็มที่ และอีกอย่าง
ผลงานที่จัดส่งไปประกวดนั้น ทางสมาคมเขาก็ไม่กำหนดครับ
จะส่งคนละกี่ชิ้นก็ได้ ไม่มีปัญหา ยังไงว่างๆก็ลองออกแบส่งไปประกวดกันครับ
บอกแล้วงานนี้เงินรางวัลชนะเลิศ 10,000
บาทครับ...หากมีข้อสงสัยก็กรี๊งกร๊างถามคุณ ต้น
interfish
ที่ 089-9801588 ...คุณต้นบอกมาว่ายินดีรับสาย



งานนี้เดี๋ยวผมคิดว่าจะส่งผลงานเข้าประกวดสักสิบชิ้น ฮ่าๆๆๆ ตั้ง 10,000
กินขนมได้เป็นเดือน ยังไงขอตัวไปหัดออกแบบก่อนนะคร้าบบบบ....



บ๋าย...บาย....


ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่

087-0738299 คุณต่อ , 089-9801588
คุณต้น
interfish


สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

FAIRY BASSLET ปลาทอง แห่งท้องทะเล

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ปลาทอง FAIRY BASSLET
กฏเกณฑ์บางอย่างของโลกใต้ท้องทะเลนั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากกฏเกณฑ์บนโลกของเรา ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือในเรื่องของเพศ บนโลกของเรานั้นสิ่งมีชีวิตทั้งหลายถูกแบ่งออกเป็นหญิงและชายตั้งแต่กำเนิด และความเป็นหญิงหรือชายนั้นก็จะติดตัวของเราไปจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต แต่ในโลกใต้ทะเลนั้นมีหลาย ๆ ชีวิตที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้มีชีวิตที่แปลกออกไป

ผมอยากจะเล่าถึงอีกชีวิตหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติที่แตกต่างไปจากพวกเรา

ถ้ามีโอกาสได้ดำน้ำลงไปในแนวปะการัง โดยเฉพาะในแถบหมู่เกาะสิมิลัน
เราก็จะพบกับฝูงปลาสีสวยตัวเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้าย ๆ
กับปลาทองที่พบเห็นทั่วไปในตู้เลี้ยงปลา
ฝูงปลานั้นมักจะว่ายวนเวียนอยู่เหนือแนวปะการังสีสันสดใสในบริเวณน้ำตื้น ๆ

และถ้าสังเกตให้ดี ๆ ก็จะเห็นว่า
ในกลุ่มของปลาเหล่านั้นประกอบไปด้วยปลาที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน แต่ไม่เหมือนกันอยู่
๒-๓ ชนิดด้วยกัน

ฝูงปลาเหล่านี้ก็คือฝูงปลา Fairy basslet
ที่ในหนังสือโครงการใต้ทะเลจุฬาภรณ์ ๓๖ ระบุชื่อภาษาไทยว่าปลาทอง

ปลาทอง นับเป็นปลาที่อยู่ในตระกูลใกล้เคียงกันกับปลากะรัง
หรือที่เรามักจะเรียกว่าปลาเก๋า คือจัดอยู่ในวงศ์ Serranidae
เหมือน ๆ กัน แต่ปลาทองนั้นจะมีขนาดลำตัวเมื่อโตเต็มที่เพียงประมาณ ๑๐ เซนติเมตรเท่านั้น ในขณะที่ปลากะรังเมื่อโตเต็มวัย อาจมีขนาดลำตัวมากกว่า ๑ เมตร !!!


ปลาทองนั้นพบมากทั่วไปในมหาสมุทรอินเดีย ดำรงชีวิตด้วยการลอยตัวอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เหนือแนวปะการัง เพื่อจับกินแพลงก์ตอนที่ล่องลอยปะปนมากับกระแสน้ำ ในฝูงของปลาทองแต่ละฝูงนั้น ประกอบไปด้วยปลา ๓ กลุ่มด้วยกัน คือ ปลาตัวเมียที่มีสีเหลืองอมส้ม ปลาตัวเมียนี้จะมีขนาดลำตัวโตไม่เกิน ๗ เซนติเมตร และนับเป็นปลาที่มีจำนวนมากกว่า ๙๐ เปอร์เซนต์ ในแต่ละฝูง

ปลากลุ่มที่ ๒ คือ
ปลาตัวผู้ที่มีลำตัวสีม่วงแดง มีแถบสีเหลืองบนลำตัว และบนครีบหลังมีกระโดงยื่นยาวออกไป ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ปลาตัวผู้มีขนาดลำตัวที่ใหญ่ขึ้นมาโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๒ เซนติเมตร

ส่วนปลากลุ่มที่ ๓ คือ
ปลาตัวเมียในขณะที่กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นตัวผู้ คือจะมีลักษณะกึ่งกลางระหว่างปลาตัวเมียและตัวผู้ ขึ้นอยู่กับว่าในขณะนั้นมันได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปถึงขั้นไหน ในบางครั้งเราจึงอาจจะเห็นปลาทองตัวสีเหลืองอมส้มที่มีครีบหลังยื่นยาวออกมาเหมือนกับปลาตัวผู้ ปะปนอยู่ในกลุ่มของปลาตัวเมีย

ในฝูงของปลาทองฝูงหนึ่ง ๆ นั้น จะมีอัตรส่วนระหว่างปลาตัวเมียและปลาตัวผู้ประมาณ ๑๐ : ๑ เมื่อมีจำนวนสมาชิกตัวเมียในฝูงเพิ่มขึ้น จำนวนของสมาชิกตัวผู้ก็จะเพิ่มขึ้นตาม โดยปลาตัวเมียบางตัวที่แข็งแรงในฝูงนั้นจะปรับตัวเองขึ้นมาให้เป็นตัวผู้ เพื่อให้สมดุลกับอัตราส่วนของสมาชิกในฝูง

สรุปว่าเมื่อแรกเกิดปลาทองทุกตัวจะเป็นปลาตัวเมีย แต่เมื่อเติบโตขึ้นจนเต็มวัยแล้วจะมีปลาเพียงบางตัวเท่านั้นที่จะปรับตัวเองให้กลายเป็นปลาตัวผู้ เมื่อปลาตัวผู้ในฝูงมีจำนวนลดลงหรือมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น

แม้จะฟังดูแปลก ๆ แต่ผมก็เชื่อว่าธรรมชาตินั้นมีเหตุผลสำหรับทุก ๆ กฎเกณฑ์บนโลกใบนี้



วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปลาสวยงามวันนี้ ต่างจากวันวาน

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ปลาสวยงามวันนี้ ต่างจากวันวาน



วันว่างของผมเองมีค่อนข้างน้อยด้วยเพราะงานที่ต้องทำแบบไม่มีวันหยุด ที่เขียนแบบนี้ไม่เกินเลยนะเพราะวันหยุด ไม่มีจริงๆ เสาร์-อาทิตย์ ก็ยังต้องทำงาน เฮ้อ...เหนื่อยเหมือนกันนะ ฮิๆๆที่บ่นแบบขอความเห็นใจเล็กน้อย เพราะช่วงนี้ผมเองไม่ค่อยจะปรับปรุงเวปไซด์

เมื่อตอนผมยังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยก เที่ยววิ่งเล่นอยู่ตามทุ่งนา ท้องร่องคูคลอง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีเกมคอมให้เล่นหรือแม้นแต่เกมกดจอขาว-ดำก็ไม่มี(อูย...คนอ่านเริ่มจะนับอายุคนเขียนแล้วล่ะสิ) ดังนั้นการไปไปช้อนจับปลาเอามาเลี้ยงเล่นจึงเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เด็กต่างจังหวัดอย่างผมชื่นชอบ ต้องบอกก่อนว่าสมัยผมเป็นเด็กนั้นโดยพื้นเพแล้ว ผมเป็นคนปักษ์ใต้ แต่เพราะคุณพ่อรับราชการผมจึงไปอยู่หลายพื้นที่ ไม่ว่าจะภาคอีสานหรือภาคเหนือ และไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหน ปลา เป็นสิ่งที่ผมมักจะจับมาเลี้ยงเสมอ จนบางครั้งพ่อแม่ก็ชื่นชมด้วยเสียบ่นบนด่า เพราะว่าปลาที่จับมาเลี้ยงส่วนใหญ่มักจะไม่ยอมหายใจโดยการประท้วงอดอาหารจนตาย ทำให้เด็กบ้านนอกอย่างผมอยากรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามว่าเขาเลี้ยงกันแบบไหนปลาถึงจะไม่ตาย แต่ก็ไม่แหล่งข้อมูลให้คันหามากนักนอกจากคนที่เขาเลี้ยงอยู่ก่อนบอกเล่าให้ฟัง ซึ่งบางเรื่องก็ฟังแล้วก็มีประโยชน์อยู่บ้างแต่บางเรื่องไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
ดูเป็นนิยายมากกว่า แต่เพราะช่วงนั้นผมไม่มีช่องทางอื่นในการหาความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามจึงต้องทนฟังนิยายไป...แต่บางครั้งก็สนุกดี...ฮา...

HMในช่วงที่ผมเริ่มเลี้ยงปลาสวยงามแบบเป็นเรื่องเป็นราวนั้น
ปลาอย่างแรกที่ผมเริ่มเลี้ยงก็คือปลากัด แต่ในสมัยนั้นผมอยู่ทางอีสาน
เมื่อมีเวลาว่างผมก็จะรวมกลุ่มกับเพื่อนไปหาช้อนปลากัดมาเลี้ยง
บางครั้งก็เอามากัดกันบ้างตามประสาเด็กบ้านนอก ปลาของใครกัดชนะก็เดินกร่างกันเลย
ส่วนเพื่อนที่แพ้ก็ต้องเลี้ยงขนม



ผมละจากการเลี้ยงปลาสวยงามไประยะหนึ่งด้วยเหตุผลที่ต้องเรียนมหาวิทยาลัยและทำงานเมื่อเรียนจบจนกระ ทั่งได้มีโอกาสเจอกับญาติที่อยู่ต่างจังหวัด (ลืมบอกไปตอนนี้ผมเป็นกลายเป็นคนกรุงเต๊บ ฮิๆๆ) เขามาชวนผมให้เลี้ยงปลากัดสวยงาม และนั่นคืออีกครั้งที่ผมเห็นปลากัดว่ามันเปลี่ยงแปลงไปขนาดไหน ความคิดตอนนั้นคือ โอ๊ววววว...แม่เจ้าอะไรมันจะงามขนาดนั้น ปลากัดเปลี่ยนไป สวยขึ้น สง่าขึ้น แพงขึ้น และหาจากธรรมชาติได้ยากขึ้น(เวรกรรม)

ผมเขามาคลุกคลีกับปลากัดและปลาสวยงามอีกครั้งอย่างง่ายดายเหมือนคนเคยติดยาแล้วกลับมาเสพใหม่ ในช่วงนั้นผมก็ได้พบกับเพื่อนในวงการปลากัดท่านหนึ่ง คือคุณนธี ซึ่งเป็นคนเพาะและพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดยักษ์ ในยุคนั้นอินเตอร์เน็ทเริ่มเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตคนไทย ผมจึงนำเสนอเรื่องราวของปลากัดยักษ์ที่คุณนธีพัฒนาขึ้นมาเป็นคนแรกของประเทศ...เอ...หรือของโลก เพราะคุณนธีคือคนแรกที่พัฒนาปลากัดยักษ์แบบเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งในยุคแรกๆเมื่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ท ก็มีแต่เสียงด่าว่าเป็นปลาค้างบ่อ ปลาแก่ หรืออะไรก็แล้วแต่บรรดากูรู(กูรู้ไปหมด)จะอดอ้างภูมิปัญญา ผมเองก็ได้รับอนิสงฆ์เสียงด่าจากกูรูเหล่านี้ด้วย เพราะดันเอาเรื่องปลากัดยักษ์ไปเปิดในโลกอินเตอร์เน็ทบนเวปบอร์ดต่างๆซึ่งบรรดากูรูก็เข้ามาโพสข้อความความคิดเห็นซึ่งส่วนใหญ่คือโจมตี แม้นตอนนั้นพวกคุณนธีและผมจะพยามทำกิจกรรมของปลากัดยักษ์ไม่ว่าประกวดหรือตั้งชมรมแต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบเพราะเราคนไทยด้วยกันเอง นั่นทำให้ผมท้อและถอยออกจากวงการปลาสวย งามไปช่วงหนึ่ง

CT แต่วันนี้ผมกลับมาอีกครั้งก็บอกแล้วเหมือนคนติดยา
ที่เลิกไม่ได้ผมตั้งใจว่าจะเดินหน้าเรื่องปลาสวยงามไทยโดยเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างถูกวิธี
รวมถึงการทำการตลาดสำหรับผู้ที่อยากเดินบนเส้นทางธุรกิจปลาสวยงาม โดยผ่านเวปไซด์

www.thaifancyfish.com

ผมไม่บังอาจประกาศว่าผมเป็นกูรู (กูรู้ไปหมด)
เพียงแต่ผมเป็นแค่คนที่สนใจเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงาม
และอยากให้วงการปลาสวยงามของไทยเป็นวงการที่ผู้คนทั่วโลกต่างชื่นชมยกย่องว่าเราคือเบอร์หนึ่งของโลก
www.thaifancyfish.comอย่าลืมว่าปลาสวยงามของเราวันนี้แม้นจะเติบโตแต่ก็ไม่แข็งแรง เพราะการช่วยเหลือจากภาครัฐนั้นน้อยมาก แล้วเราผู้ที่นิยมปลาสวยงามไทยจะมาทำตัวเป็นกูรู ถล่มคนไทยด้วยกันเองทำไม ปลาสวยงามวันนี้สวยงามขึ้นกว่าวันวาน แต่ใจคนไทยกลับถดถอยเสื่อมลง

นายปลา

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

ขอเชิญร่วมประกวดโลโก้สมาคมปลากัดสยาม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

ปลากัดสยามประกวดLOGOสมาคมปลากัดสยาม




สำหรับผู้ที่สนใจและมีความสามารถในการออกแบบโลโก้
ก็สามารถติดต่อได้กับทางสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม
กระซิบกันนิดหน่อยงานนี้เงินรางวัลไม่น้อยนะครับ...ขอบอก...
ส่งผลงานประกวดได้ที่ นิตยสารแฟนซีฟิช ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ

ประกวดโลโก้สมาคมปลากัดสยาม



ปลากัด
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่

087-0738299 คุณต่อ , 089-9801588
คุณต้น
interfish

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปลาตู้สวยงาม อนาคตที่รอการสนับสนุน

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ปลาสวยงามอนาคตที่รอการสนับสนุน


ปลาสวยงาม
ปี2552กำลังจะผ่านไป ตลาดปลาสวยงามของไทยยังคงไม่หวือหวาเหมือนเช่นเคยเพราะขาดการ
สนับสนุนจากภาครัฐและการขาดความรู้ในเรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์ปลาสวยงามของผู้เพาะเลี้ยงเองด้วยแม้นว่าผู้ที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงามบางคนจะมีความรู้และพยามพัฒนาสายพันธุ์ปลาเพื่อให้สามารถจำหน่าย
ได้แต่ก็ยังติดปัญหาในหลายๆด้าน โดยเฉพาะแหล่งของเงินทุน
และตลาดที่จะจำหน่ายแม้นจะมีบริษัทหลายแห่งที่รับซื้อปลาสวยงามเพื่อจำหน่ายไปยังต่างประเทศแต่ก็เรียกกันว่ากดราคาจนผู้เพาะเลี้ยงหน้ามืด
ผู้เพาะเลี้ยงบางคนก็หาทางออกโดยการหาตลาดต่างประเทศเองแต่บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องของการขนส่งปลาออกไปต่างประเทศนอกจากนั้นปัญหาที่เป็นปัญหาหลักของคนไทยนั่นก็คือเรื่องของภาษาอังกฤษ
ทำให้บางครังเกิดคนคลาดเคลื่อนในการสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ
อีกทั้งช่องทางการค้าก็ถูกบีบด้วยเรื่องคุณภาพและมาตราฐานของปลาที่เราต้องส่งและอีกเรื่องคือความซื่อสัตย์ของผ้เพาะพันธุ์ปลาชาวไทยเองเราไม่สามารถแข่งขันกับใครได้หรอกครับหากเราไม่ซื่อสัตย์แม้นกับความคิดของเราเองต่อไปนี้ผมขอเขียนเรื่องหนักๆเพื่ออธิบายถึงธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาสวยงามการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามนั้นผมคิดว่าความสารถในการเพาะพันธุ์คนไทยไม่เป็นรองใครในโลกใบนี้
แต่ที่คนไทยเรามักจะมีปัญหากลับเป็นเรื่องของการศึกษา
การที่คนไทยไม่นิยมศึกษาหรืออ่านหนังสือแต่นิยมจะใช้คำว่าครูพักลักจำมากกว่า
และมื่อเกิดปัญหาเราจึงมักจนด้วยเกล้าไม่รู้จะแก้ไขกันยังไงและในช่วงที่ผ่านมาการเร่ง
การผลิตเพียงเพื่อปริมาณที่มากโดยความคิดดั้งเดิมว่าถึงราคาจะถูกก็ได้กำไรเยอะเพราะไดปริมาณความ
คิดที่ผมเองพยามคัดค้านมาโดยตลอดเพราะเราต้องคิดว่าเราไม่ใช่ผู้เดียวที่เพาะพันธุ์ปลาสวยงามแต่ยังมีอีกหลายประเทศที่เขาก็ทำธุรกิจด้านนี้อยู่
และหากเราคิดจะแข่งเพียงเรื่องราคาสุดท้ายไม่เราก็เขาเจ๊งหรือไม่ก็กอดคอกันเจ๊ง
อย่าลืมว่าปลาสวยงามเป็นสิ่งมีชีวิตเขามีวงจรอายุเมื่อตายผู้เลี้ยงก็ย่อมจะต้องหามาเลี้ยงเพิ่มเติมและแน่นอนเขาก็อยากได้สินค้าที่มีคุณภาพเพราะปลาตู้สวยงามนั้นในบางครั้งมันก็เป็นสื่อที่โชว์ถึงฐานะและรสนิยมของผู้เลี้ยงแน่นอนว่าคนทุกคนย่อมอยากแสดงว่าตัวเองเป็นคนมีระดับกันทั้งนั้นแล้วคนมีระดับย่อมอยากจะได้สิ่งที่ดีมีระดับคุ้มค่าและสมราคาที่เขาต้องจ่ายการต่อสู้ในโลกของธุรกิจไม่ว่าจะด้านไหนล้วนแต่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าไม่ใช่จะ
ยัดเยียดอะไรก็ได้ให้กับลูกค้าเพราะเมื่อลูกค้ามีทางเลือกเขาก็ย่อมเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด
และทุกวันนี้โอกาสเป็นของผู้
ซื้อและย่อมมีสิทธิ์เลือกแล้วผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามพวกคุณกำลังทำอะไร?



ปลาตู้สวยงาม

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

เกลือกับปลา สิ่งที่นักเลี้ยงปลาควรรู้

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


เกลือกับปลา สิ่งนักเลี้ยงปลาควรรู้



Image Hosted by Upload.TARAD.comนักเลี้ยงปลาสวยงามบางคนเลี้ยงปลาด้วยความเชื่อผิด ๆ
เชื่อเพราะว่าเป็นเรื่องที่บอกต่อ ๆ กันมา โดยไม่ได้ไตร่ตรองเหตุผล
แล้วก็นำไปปฏิบัติอย่างผิด ๆ บางครั้งก็ขัดกับหลักวิชาการ
ก่อให้เกิดผลเสียกับปลาทั้งระยะสั้นและระยะยาว
หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเป็นการทารุณปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น
การแช่ปลาในน้ำเกลือเข้มข้น หรือการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
บางคนนำปลาในบ่อที่ไม่ได้เจ็บป่วยขึ้นมาจากบ่อเลี้ยง นำมาแช่เกลือเดือนละ 1-2 ครั้ง
นานประมาณ 30 วินาที มีผลทำให้ปลาแสดงอาการทุรนทุราย
โดยอ้างเหตุผลว่าการทำเช่นนั้นเป็นการล้างตัวปลาให้ปลอดจากเชื้อโรค
หรือบางคนก็อ้างว่าทำให้ปลาผิวพรรณดี

เกลือเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม เพราะราคาถูก
แต่มีประโยชน์มาก เช่น ช่วยลดความเครียดให้ปลา ทำให้ปลาสดชื่น
ทำให้พิษของแอมโมเนียในน้ำลดลง และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดอีกด้วย
แต่ถ้าใช้อย่างผิด ๆ ก็เหมือนดาบสองคมที่จะย้อนมาทำลายปลาได้เหมือนกัน

ผลเสียที่นำปลามาแช่น้ำเกลือ เช่น การแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีค่าความเค็มมากกว่า
20 ppt ขึ้นไปมีผลเสียต่อปลา คือ ความเค็มของเกลือเข้มข้นจะทำลายเซลล์ผิวของปลา
ทำให้ปลาสูญเสียเมือก ซึ่งเป็นเกราะช่วยป้องกันโรค เหงือกปลาจะฉีกขาดมีเลือดซึมและ
อาจจะทำให้ปลาตายได้

เรารู้ได้อย่างไรว่าเราต้องใช้เกลือเมื่อไหร่
ทางวิชาการเราอาจต้องใช้เกลือในการรักษาปลาที่มีบาดแผลบริเวณลำตัว เช่น
การตกเลือดที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อโปรโตซัวบริเวณบาดแผล
สามารถรักษาได้โดยแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีความเค็มประมาณ 3-5 ppt จนกว่าแผลจะหาย
และยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัวบางชนิดได้ บาดแผลก็จะไม่ลุกลาม
ทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้น
การใช้เกลือรักษาบาดแผลที่ไม่ลุกลามมากจะได้ผลดีเทียบเท่ากับการใช้ยาหรือสารเคมี

Image Hosted by Upload.TARAD.comการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
ผู้เลี้ยงปลาสวยงามนิยมใส่เกลือลงไปหลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค
หรือตามแต่โอกาสจะอำนวย การใช้เกลือช่วยในการรักษาบาดแผล
น้ำที่เลี้ยงมีค่าความเค็มระหว่าง 3-5 ppt (เกลือ 3.5 กก./ น้ำ 1 ตัน) หรือ เกลือ
3-5 ขีด / น้ำ 100 ลิตร จึงจะมีผลในการรักษา แต่น้ำมีค่าความเค็มต่ำกว่าที่กำหนด
ยังไม่มีการอ้างอิงทางวิชาการว่าจะเป็นประโยชน์หรือโทษต่อปลา
เกลือที่สะสมจะทำให้จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในน้ำตายระบบกรองมีปัญหา
แอมโมเนียในบ่อจะสูง และปลาอาจจะตายได้

การใช้ยาหรือสารเคมีรักษาปลา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ดังนั้นควรป้องกันปัญหาโดยวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อให้สะอาด
หมั่นทำความสะอาดระบบกรองและวัสดุกรองอย่างน้อยเดือนละครั้ง ให้อาหารที่ดีแก่ปลา
สังเกตพฤติกรรมของปลา เพียงเราเอาใจใส่ดูแลปลาของเราอย่างใกล้ชิด
ปลาของเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาหารปลาทอง

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

เรื่องควรรู้เกี่ยวอาหารปลาทอง




อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาทองมีหลากหลายชนิด
ทั้งอาหารมีชีวิตและอาหารสำเร็จรูปซึ่งแต่ละชนิดมีคุณค่าทางอาหารต่างกันไป
การเลือกใช้อาหารแต่ละชนิดขึ้นกับความเชื่อและความสะดวกของผู้เลี้ยง
แต่ไม่ว่าจะให้อาหารชนิดใดก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงที่สุดคือ
ปริมาณการให้ที่เหมาะสมและความสะอาดของอาหารที่ให้


ชนิดของอาหาร

1.อาหารมีชีวิตหรืออาหารสด ปลาทองเป็นปลาที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์
แต่อาหารที่พวกมันชอบมากที่สุดก็คง

หนีไม่พ้นลูกน้ำ ไรแดง ไรทะเล หนอนแดง และไส้เดือนน้ำ

ลูกน้ำ
อาหารชั้นเลิศที่เพาะเลี้ยงต่างเสาะหามาให้ปลาของตนกิน
เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงย่อยง่าย ปลากินแล้วโตเร็ว แต่มักมีปัญหาเรื่องโรค
เพราะลูกน้ำมักเกิดในแหล่งน้ำที่สกปรก
เพราะฉะนั้นก่อนนำมาให้ปลากินควรมีการล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน


ไรแดง เป็นอาหารสำหรับอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนหรือให้ปลาโตกิน มีทั้งมาจากการเพาะเลี้ยงและมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่วนใหญ่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนให้ปลากินควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน ไรแดงมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2 วัน หรือถ้าต้องการเก็บรักษาไว้ใช้นานๆก็นำไปแช่ในช่องฟรีซ แต่ชอบกินไรแดงเป็นๆมากกว่า






ไรทะเล

เป็นอาหารมีชีวิตที่ค่อนข้างสะอาด เพราะอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม แต่ก็ใช้ว่าไม่มีเชื้อโรคเลย
เพราะบางครั้งเชื้อโรคอาจมาจากการใช้กระชอนที่ไม่สะอาดตักไรทะเลให้ปลากิน หรือใส่ไรทะเลในภาชนะที่ไม่สะอาด ส่วนใหญ่ไรทะเลที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงปลาทองมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงแถบทั้งนั้น การเก็บรักษาไรทะเลก็ให้ทำเหมือนกับการเก็บไรแดง เพียงแต่ต้องใส่เกลือลงไปในน้ำเพื่อให้น้ำมีความเค็ม

หนอนแดง

เป็นอาหารที่นิยมใช้ในการเลี้ยงปลาทอง เพราะเชื่อว่ามีสารเร่งสีตามธรรมชาติอยู่ในตัวเนื่องจากเป็นอาหารที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเหมือนกับลูกน้ำและไรแดง ก่อนนำมาใช้ต้องล้างทำความสะอาดเสียก่อน
แต่ปัจจุบันผู้ผลิตอาหารปลาหลายรายนำหนอนแดงสดไปฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซนและแพ็คด้วยกระดาษฟอยด์ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานด้วยการแช่แข็ง

ไส้เดือนน้ำ

เป็นอาหารมีชีวิตที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติมีโปรตีนสูงพอสมควร แต่ที่ไม่ค่อยมีใครนิยมนำมาใช้เลี้ยงปลาทองเพราะไส้เดือนตายง่าย การเก็บรักษาค่อนข้างยุ่งยาก เพราะต้องใส่ในภาชนะที่มีน้ำไหลผ่านอยู่ตลอดเวลาหรืออาจต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆจึงจะมีชีวิตอยู่ได้นาน



ข้อควรปฎิบัติในการนำอาหารมีชีวิตมาให้ปลากิน

1.อาหารหลายชนิดมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
เพราะฉะนั้นก่อนนำมาให้ปลากินต้องล้างน้ำเปล่าให้สะอาด และแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น
100-150 ppm นาน 3-5 นาที

2.หมั่นคัดตัวที่ตายออกจากภาชนะที่ใส่
เพราะตัวที่ตายจะหมักหมมจนก่อให้เกิดเชื้อโรคได้

3.ไม่นำกระชอนหรือภาชนะที่ใส่อาหารมีชีวิตไปใช้ปะปนกัน
ก่อนนำไปใช้ควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน

ข้อดีของอาหารมีชีวิต

- มีเส้นใยมาก ย่อยง่าย ทำให้ปลากินได้บ่อยครั้ง

- อาหารมีชีวิตมีองค์ประกอบของกรดอะมิโนอิสระที่สำคัญ ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโต

- มีสารสีธรรมชาติที่ปลาไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง

- ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคให้ปลา

- มีราคาต่ำ

องค์ประกอบทางเคมีของอาหารมีชีวิตแต่ละชนิด


2.อาหารสำเร็จรูป ที่นิยมใช้เลี้ยงปลาทอง ได้แก่ อาหารเม็ด
ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูงจะทำให้ปลาเจริญเติบโตดีและมีสีสันสวยงาม
อาหารที่มีโปรตีนต่ำทำให้ปลาเจริญเติบโตช้าและมีความสมบูรณ์ทางเพศน้อยหรือถ้าอาหารมีปริมาณโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ปลาขับถ่ายของเสียออกมามาก
ปริมาณแอมโมเนียในน้ำมีสูง ทำให้เป็นพิษต่อปลา
อาหารสำเร็จรูปหลากหลายยี่ห้อในปัจจุบันมีส่วนผสมของสารเร่งสีที่ช่วยในการเร่งสีปลา
ก่อนซื้อมาใช้ก็ควรดูส่วนผสมที่ข้างซองก่อนว่ามีสารเหล่านี้ผสมอยู่มากน้อยเพียงใด

ส่วนใหญ่สารเร่งสีที่ผสมอยู่ในอาหารสำเร็จรูปนั้น จะเป็นสารเร่งสีในกลุ่มเบต้าแคโรทีน
Beta-carotene อย่างสารลูทีน (Lutein) ซีอาแซนทีน (Zeaxanthin) และแอสตาแซนทีน (Astaxanthin)
ส่วนสารสีในกลุ่มอื่น เช่น ไลโคพีน(Lycopene) พบมากในพืชจำพวกมะเขือเทศและแครอท
แม้ว่าเป็นสารจำพวกเบต้าแคโรทีนเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถเร่งสีแดงในปลาทองได้
เนื่องจากร่างกายของปลาทองไม่มีกลไกลในการเปลี่ยนสารไลโคพีนให้เป็นแอสตาแซนทีน
ตรงข้ามกับสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina)
ที่สามารถเร่งสีแดงของปลาทองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสาหร่ายดังกล่าวมีสารสีประเภทลูทีนและซีอาแซนทีน
ซึ่งร่างกายของปลาทองมีกลไกลบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนลูทีนและซีอาแซนทีนไปเป็นแอสตาแซนทีนและนำไปใช้ประโยชน์ได้

คุณสมบัติของสาหร่ายสไปรูลิน่า นอกเหนือจากเร่งสีแดงให้ปลาทองแล้ว
มีปริมาณโปรตีนสูง 50-60% มีกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อปลา
สารสีที่พบในสาหร่ายยังเป็นสารตั้งต้นของสารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของปลา
เช่น สารตั้งต้นของวิตามินเอและฮอร์โมนบางชนิด

การเก็บรักษาสาหร่ายสไปรูลิน่า

ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและมืด ภาชนะบรรจุควรอยู่ในถุงฟอยด์ที่ปิดมิดชิด
อากาศเข้าไม่ได้ เนื่องจากสารสีเหล่านี้มีความไวต่อแสงสว่างและออกซิเจน
หากสัมผัสอากาศนานๆจะเกิดการอ๊อกซิแดนท์ ในการผสมสาหร่ายในอาหารปลา
ควรใช้ในปริมาณน้อยๆพอให้ปลากินหมดในแต่ละมื้อ ไม่ควรผสมคราวละมากๆแล้วทิ้งไว้
เพราะทำให้คุณสมบัติบางอย่างสูญเสียไป





ข้อดีของอาหารสำเร็จรูป

- มีสารอาหารครบถ้วน

- สะอาดปลอดภัย และเก็บไว้ได้นาน

- มีให้เลือกหลายชนิด และสะดวกต่อการใช้

หลักในการให้อาหารปลาทอง

1.ปลาในแต่ละช่วงอายุจะมีความต้องการอาหารไม่เท่ากัน

ลูกปลาเล็กขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว อายุไม่เกิน 2 เดือน
มีความต้องการโปรตีนประมาณ 60%-80% เพื่อการเจริญเติบโต

ปลาวัยรุ่นขนาดไม่เกิน 3 นิ้ว อายุระหว่าง 2-4 เดือน มีความต้องการโปรตีน
ประมาณ40%-60% เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางเพศ

ปลาโตเต็มวัยขนาด 3 นิ้วขึ้นไป อายุ 4 เดือนขึ้นไป มีความต้องการโปรตีน
ประมาณ 30%-40%

2.การให้อาหารปลาทองควรให้วันละ 3-5% ของน้ำหนักปลา
เช่นปลาที่เลี้ยงไว้ทั้งหมด น้ำหนัก 500 กรัม ควรให้อาหารเม็ดวันละ 15-25 กรัม
(ปลาทอง ขนาดความยาว 12.5 ซม. จะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 100 กรัม)

3.แบ่งมื้ออาหารในการให้ออกเป็นหลายมื้อ ถ้าไม่มีเวลาอย่างน้อยๆก็ควรให้วันละ
2 มื้อ

4.ปริมาณอาหารที่ให้ในแต่ละมื้อไม่ควรให้มากเกินไป ปลาควรกินให้หมดภายใน 15
นาที

5.ควรให้อาหารปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง

6.ปลาไม่ยอมกินอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อนจึง ต้องมีการฝึกให้กินอาหารนั้นก่อน

7.การเลือกชนิดอาหารและปริมาณในการให้อาหาร
ต้องคำนึงถึงระบบการจัดการน้ำในการเลี้ยง

8.ก่อนนำอาหารที่มีชีวิตมาให้ปลากินควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การเลี้ยงปลาตู้สวยงาม เรื่องตู้ปลา fish

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม


หายหน้าหายตาไปเพราะมีเรื่องอื่นๆให้ทำเยอะครับเลยไม่มีเวลามาปรับปรุงบล็อกนี้สักเท่าไหร่
เอาล่ะคราวนี้ตั้งใจแล้วว่าจะพยามปรับปรุงข้อมูลข่าวสารของบล็อกนี้ทุกเดือนเพื่อจะได้ไม่เงียบเหงา
และอย่างที่เคยบอกไว้นะครับหากใครมีข้อมูลเด็ดเรื่องปลาสวยงามหรือสัตว์เลี้ยงก็สามารถแนะนำหรือเมล์มาคุยกันได้เพราะผมเองก็ไม่ใช่พหูสูตอะไรที่จะรอบรู้หรือไปทุกเรื่อง เอาเป็นว่าพอจะรู้อะไรก็เอามาเล่าแนะนำกันในบล็อกนี้ก็แล้วกัน


ครั้งที่แล้วผมพูดถึงเรื่องของอุปกรณ์เริ่มต้นในการเลี้ยงปลาที่เราต้องเตรียมเอาไว้นั่นคือตู้ปลา
และครั้งนี้จะมาคุยกันต่อเรื่องตู้ปลาเพราะมันยังไม่จบ(เรื่องเยอะจังแฮะ)



เมื่อเราได้ตู้ปลาที่จะเลี้ยงปลาแล้วเราก็ต้องหาอุปกรณ์เสริมซึ่งโดยปกติทางร้านจะมีมาให้
นั่นก็คือโฟม หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องใช้แผ่นโฟมด้วย ก็อยากจะบอกกันว่ามันจำเป็นเพราะโฟมนั้นมีหน้าที่ในการกระจายแรงกดของน้ำในตู้ปลา บางครั้งพื้นที่ๆเราวางตู้ปลาไม่ว่าจะเป็นขาตั้ง หรือบนชั้นต่างๆที่เรานำตู้ปลาไปวางอาจจะไม่ราบเรียบเป็นระนาบเดียวกันหรืออาจมีรอยนูน
เอียง ไม่เสมอกัน หากเรานำตู้ปลาไปวางก็จะเกิดแรงกดทับบริเวณนั้นเป็นจุดเดียว และไม่มีอะไรมารองรับแรงกดตรงนั้นตู้ปลาราคาแพงของเราก็จะแตก ดังนั้นโฟมจึงเป็นตัวรองรับน้ำหนักและแรงกดทับที่อาจจะไม่สม่ำเสมอกันนั่นเอง
ตรงนี้อาจจะมีคนถามว่าเราไม่ใช้โฟมได้มั้ย เอาพวกผ้าหรืออะไรที่นุ่มๆมารองแทน ผมคิดว่ามันก็คงได้แต่ไม่เหมาะครับ เพราะโฟมเป็นวัสดุที่ขึ้นรูปมามีความแข็งแรงแต่อ่อนนุ่มและปรับตัวเองได้ตามแรงกดที่เกิดขึ้น ต่างจากวัสดุอย่างอื่นข้อสำคัญโฟมราคาไม่แพงครับ ดังนั้นเมื่อเราซื้อตู้ปลาแล้วก็ควรจะเอาโฟมมาด้วยแต่มีข้อเตือนกันนิด นั่นคือหากตู้ปลาเรามีขนาดใหญ่และเราจะตบแต่งใส่วัสดุลงไปทำให้ตู้มีน้ำหนักมากขึ้นควรใช้โฟมที่หนาๆหน่อยนะครับ หรือหากไม่ชัวร์ก็ใช้สองชั้นเลยก็ได้ไม่ว่ากัน

และอุปกรณ์อีกอย่างที่เกี่ยวกับตู้ปลานอกจากจะใช้เพื่อความจำเป็นแล้วก็ยังเพื่อความสวยงามด้วย นั่นก็คือฝาปิดตู้ปลา สำหรับตู้ปลาธรรมดาที่เราหาซื้อตามร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงปลามักจะมีมาให้แต่จะเป็นแบบฝาปิดธรรมดา ซึ่งที่จริงก็ใช้ได้ครับ เพราะประโยชน์หลักของมันคือเอาไว้กันฝุ่นละลองและกันปลากระโดดออกมาตากอากาศนอกตู้ฮี่ๆๆ...(อย่างของผมเลี้ยงปลาฉลามหางไหม้ไว้ในบ่อแบบรองปูน พอเผลอจริงแล้วสะเพร่าไม่หาอะไรมาวางป้องกัน พี่ปลาแกออกมานอนตากแดดเล่นซะงั้น...)

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการมากว่าเหตุผลที่บอกก็มีฝาปิดตู้ปลาที่จำหน่ายแยกออกไปนอกจากประโยชน์หลักๆแล้วฝาพวกนี้จะมีความสวยงามกว่าแบบสำเร็จที่ให้มากับตู้ปลา และสามารถใช้เก็บอุปกรณ์อย่างอื่นได้อีกด้วย อย่างเช่นปั๊มลม สายไฟ ซึ่งทำให้ดูไม่เกะกะรกสายตาและฝาบางอันก็สามารถติดหลอดไฟได้ สำหรับหลอดไฟนี่วันหลังผมจะมาคุยให้ฟังว่านอกจากมันจะมีประโยชน์ที่ทำให้สวยงามแล้วมันยังมีประโยชน์อะไรอีกสำหรับตู้ปลาของเราอีกบ้าง




เอาล่ะครับวันนี้หมดมุขแค่นี้ก่อนแล้วกันนะเอาไว้วันหลังจะหาเรื่องเด็ดเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาตู้มาเล่าให้ฟัง อย่างที่บอกครับหากใครมีข้อมูลมีเรื่องเด็ดๆเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาก็แนะนำกันได้โดยจะเมล์มาก็ได้ หรือจะให้คอมเม้นท์ในบล็อกก็ได้













วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

นิสัยของปลา






siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

ในสมัยที่ผมเริ่มเลี้ยงปลาใหม่ๆ ความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงปลานั้นค่อนข้างน้อย ดังนั้นเวลาจะเลี้ยงปลาอะไรพอเห็นว่าถูกใจผมก็จะซื้อมาเลี้ยง พอรุ่งขึ้นที่ปลาที่ผมซื้อมานั้นตายเสียส่วนใหญ่ ที่เหลืออยู่ก็ประเภทเจียนอยู่เจียนไป แล้วมันเพราะอะไรกันล่ะ....ทำไมปลาที่ซื้อมาเลี้ยงมันถึงตาย...มันตายได้ไงกัน
สิ่งเหล่านี้ผมว่ามันอยู่ในความสงสัยของผู้ที่เริ่มเลี้ยงปลากันเกือบทุกคน แล้วเราจะต้องทำอย่างไรก่อนที่จะเริ่มต้นเลี้ยงปลาดีล่ะ...เลี้ยงยังไงไม่ให้ปลาที่เลี้ยงตาย ประเด็นแรกสำหรับการเลี้ยงปลาตู้สวยงามนั้นหลายคนอาจจะสงสัยว่า เราต้องเตรียมอะไรบ้าง อย่างแรกที่ผมอยากจะแนะนำนั่นก็คือ คุณต้องศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องของปลาที่ต้องการจะเลี้ยงด้วย เพราะว่าปลานั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งโดยปกติผู้ที่เลี้ยงปลามักชอบเลี้ยงปลาหลายชนิดไว้ในตู้เดียวกัน ทั้งนี้เพื่อความสวยงามและแปลกตา แต่เราต้องเข้าใจนะครับว่าปลาแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านนิสัยและเรื่องของอาหารการกิน ดังนั้นหากเราไม่ทำความเข้าใจเรื่องนิสัยของปลา เราก็จะพบกับปัญหา เช่น ปลาเกิดความสามัคคีในกลุ่มจึงชอบยกพวกตีกับกลุ่มอื่นหรือไม่ก็รุมอัดชาวบ้าน...ฮี่ๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ
ผมเขียนมาแบบนี้หลายคนอาจจะบอกว่าส่วนใหญ่จะบอกว่าฉันรู้เรื่องพวกนี้แล้ว ใช่ครับ...คนส่วนใหญ่รู้เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ประเด็นจริงๆที่ผมจะพูดถึงไม่ใช่เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็กเท่านั้น แต่ผมกำลังจะพูดถึงนิสัยของปลาในการหากินต่างหาก เราเคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมปลาที่เราเลี้ยงมันถึงอ้วนผอมไม่เหมือนกัน ทั้งที่เราก็คิดว่าเราให้อาหารมันได้อย่างพอเพียง นั่นเป็นเพราะปลามีนิสัยที่ต่างกันในการหาอาหาร
สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงปลาสวยงามนั้น ไม่ว่าจะเป็นปลาหางนกยูง ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาเทวดา ปลากัด หรือปลาอื่นๆ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าปลาแต่ละชนิดมีนิสัยที่ต่างกันอย่างไร โดยหลักการง่ายๆ ปลาแบ่งกลุ่มลักษณะนิสัยออกเป็น 4 กลุ่ม 3 ระดับการหากิน
นิสัยของปลา
ปลานิสัยดีรักสงบ ปลากลุ่มนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง รักสงบไม่ทำร้ายกันเอง ไม่ชอบอยู่ตัวคนเดียวโดดๆเพราะกลัวเหงา(ฮี่ๆ)หากอยู่ตัวเดียวจะชิงเหงาตายจึงควรเลี้ยงเป็นฝูงเพื่อไม่ให้เหงาจนตาย สำหรับปลากลุ่มนี้หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นควรหาปลาที่มีขนาดเท่าๆกัน
ปลานิสัยหวงถิ่น เป็นปลากลุ่มประเภทที่ถิ่นข้าใครอย่าแหยม เป็นปลาที่ชอบปักหลักเป็นที่เป็นทาง มักมีอณาเขตเป็นของตัวเอง ปลากล่มนี้ไม่ชอบอยู่ร่วมกับปลาชนิดอื่น นิสัยโดยส่วนตัวไม่ดุร้ายนะแต่หากใครข้ามถิ่นเข้ามาก็มีเรื่อง
ปลานิสัยก้าวร้าว ปลาพวกนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงแล้วไปยกพวกตีกับคนอื่นโฮ่ๆๆ ... (ปลาช่วงกลหรือไงฟะ) แต่พอวันไหนว่างๆไม่รู้จะไปหาเรื่องกับใครก็จะหันมาอัดกันเองคลายเครียด ดังนั้นปลากลุ่มนี้หากจะเลี้ยงรวมกับปลาอื่นควรจะหากปลาที่ตัวใหญ่กว่ามาเลี้ยง
ปลานิสัยดุร้าย พวกปลากลุ่มนี้เป็นนักเลงตัวจริงครับ และมักจะเป็นปลากินเนื้อ ไม่ชอบอยู่ร่วมกับใครหน้าไหน ชอบเป็นพระเอกฉายเดี่ยววันแมนโชว์ ปลาพวกนี้นอกจะหาเรื่องอัดชาวบ้านแล้วแม้นแต่พวกเดียวกันมันก็ไม่เว้น ดังนั้นปลาพวกนี้จึงมักเป็นนักโทษขังเดี่ยวเลี้ยงตัวเดียว แต่หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น ที่มีความสามารถหลบหลีกว่องไว และตู้ที่เลี้ยงควรมีขนาดที่ใหญ่เพื่อมีพื้นที่ในการหลบหนี อีกทั้งการให้อาหารก็ควรให้อย่างพอเพียงเพื่อป้องกันการแย่งอาหารกัน
การหากินของปลา
ปลาที่หากินตามผิวน้ำ
ปลากลุ่มนี้จะหากินตามผิวน้ำจนถึงกลางน้ำ ชอบกินพวกตัวอ่อนของแมลง หรือพวกสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ตามผิวน้ำ บางชนิดก็กินพืช ปลากลุ่มนี้จะไม่ลงไปหากินที่พื้นน้ำ
ปลาที่หากินตามพื้นน้ำ ปลากลุ่มนี้ไม่ชอบขึ้นมาผิวน้ำบ่อยนัก เป็นที่เวลาเลี้ยงอย่างตามบ่อหรือแหล่งน้ำธรรมชาติเราจะไม่ค่อยเห็นตัว ส่วนใหญ่จะขึ้นมาแค่กลางน้ำ หรืออย่างมากก็ขึ้นมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำแล้วมุดต๋อมลงน้ำกลับไป
ปลาที่หากินทุกระดับ ปลากลุ่มนี้หากินทุกระดับของผิวน้ำ เหมือนพวกเร่ร่อนที่หากินไปทั่ว ตรงไหนมีอาหารอุดมสมบรูณ์ก็จะไปหากินที่นั่น โดยมาชอบว่ายอยู่กลางน้ำเพื่อค่อยดูเหยื่อ
เห็นมั้ยครับว่าปลานั้นก็มีนิสัยส่วนตัวซึ่งตรงจุดนี้หากเราเข้าใจก็สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้อย่างสบายขึ้น การให้อาหารก็สามารถเลือกอาหารที่มีความเหมาะสมกับปลา ไม่ต้องค่อยระแวงว่าวันนี้จะตายกี่ตัว...และทำไมมันถึงตาย...ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลาสวยงามของไทยที่ส่งออกมากที่สุด

ตลาดปลาสวยงามทั่วโลกที่ผ่านมา คนไทยเราแม้นแต่รัฐบาลเองก็ไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก แต่หากผมจะบอกว่าตลาดปลาสวยงามทั่วโลกนั้นมีมูลค่ามากกว่า
6,000 ล้านดอลลาร์ ว้าว...ก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยใช่มั้ย โดยตลาดปลาสวยงามใหญ่ๆของโลกนั้นได้แก่ สหรัฐอเมริกา , ยุโรป, กลุ่มตะวันออก , สิงคโปร์ ,ฮ่องกงและ
ที่อื่นๆอีกทั่วโลก หากแต่ว่าในสถาณะการณ์ปัจจุปันที่ผ่านมาหลายสิบปีนี้ รัฐบาลไม่เคย
ให้ความสนใจกับจำนวนเงินมหาศาลเหล่านี้ปล่อยให้ประเทศสิงคโปร์เป็น
ผู้คว้าพุงปลานี้ไปกินโดยตั้งตัวเองเป็นตัวกลางรับซื้อปลาสวยงามจากผู้ผลิตชาวไทยไปส่งออกทั่วโลก...น่าเสียดาย สำหรับประเทศไทยหากจะย้อนมองดูตัวเอง ประเทศไทยนับเป็นประเทศผู้ผลิตปลาสวยงามรายใหญ่เพราะเรามีความพร้อมทั้งเรื่องพื้นที่ สภาพดินฟ้าอากาศที่ เหมาะสมในการเพาะเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์ปลาและมีบุคลากรที่มีความพร้อม( แต่ขาดการสนับสนุนตลอด ) แต่หากมีคำถามว่าแล้วปลาอะไรของไทยล่ะที่ส่ง ออกมากเป็นอันดับต้นๆของปลาสวยงาม หลายคนคงนึกถึงปลาราคาแพงอย่าง ปอมปาดัวร์ อะโรวาน่า ปลาหมอสี ...หากจะบอกไปหลายคนคงอึ้งว่าที่จริงแล้วปลา สวยงามที่ส่งออกมากและทำเงินเข้าประเทศปีละสิบหลายร้อยล้านบาทนั้นกลับเป็นปลาตัวเล็กๆอย่างปลากัด ปลากัดนับว่าเป็นปลาพื้นบ้านของไทยที่ได้รับการยอมรับจากนักเลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลกว่าเป็นปลาที่มีความสวยงามและมีเสน่ห์ในตัวเอง อีกทั้งปลากัดเป็นปลา ที่เพาะพันธุ์ง่ายและเป็นปลาที่ค่อนข้างมีน้ำอดน้ำทนดีเยี่ยมต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ดังนั้นจึงมีผู้ที่นิยมเพาะเลี้ยงปลากัดเป็นอาชีพกันมากมาย และในปัจจุปันปลา
กัดก็ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนมีความหลากหลายทั้งรูปทรงและสีสันให้มีความสวยงาม และในต่างประเทศเองก็มีความนิยมในการเลี้ยงปลากัดกันมากจนถึงขั้นมีการก่อตั้งเป็นสมาคมผู้นิมปลากัด(IBC) และมีการจัดการประกวดปลากัดสวยงามกัน ตลอดทั้งปีเรียกว่าเดินสายประกวดกันทั่วโลก แต่เราคนไทยกลับให้คุณค่าความสวยงามของปลากัดเป็นเพียงปลาของนักเลงการพนันชาวบ้านคนกลุ่มล่าง ขาดการ สนับสนุนแบบนี้แล้วปลาไทยที่มีชื่อไทยในตลาดโลกจะเป็นอย่างไร หรือเราต้องรอให้ต่างชาติเขาเอาปลาไทยของเราไปหากินกันจนร่ำรวยแล้วค่อยกลับมาคิดได้ว่า นี่มันปลาของเรานี่หว่า....เพราะถึงเวลานั้นมันก็สายเกินไปแล้ว

วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลากัดไทย มรดกไทย มรดกโลก



ตลอดชีวิตของผมตั้งแต่เกิดมานี่จำได้ว่าผูกพันอยู่กับสัตว์เลี้ยงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว นก ไก่ ปลา รวมถึงสัตว์แปลกๆอีกหลายชนิด จะบอกว่าเคยลองเลี้ยงมาแทบจะทุกอย่าง เป็นเพราะเป็นคนรักสัตว์ด้วยเลยทำให้ที่บ้านผมต้องเลี้ยงสัตว์ไว้ตลอด ตัวหนึ่งตาย ตัวอื่นก็เข้ามาใหม่ เลี้ยงกันจนบางครั้งผมก็งงเหมือนกันว่าจะเลี้ยงทำไมมากมาย แต่หากจะนับว่าสัตว์ที่ผมชื่นชอบมากเป็นพิเศษคงจะมีอยู่ไม่กี่ชนิด ก็ได้แก่ ปลาและแมว อันที่จริงสัตว์สองชนิดนี้มันไม่ควรเลี้ยงคู่กันสักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นล่ะครับ ผมชอบ

ปลากัด ปลาที่คนไทยเราคุ้นเคยกันมาแต่โบราณ เป็นเกมกีฬากิจกรรมยามว่างหลังจากการทำสวนไร่นาเสร็จแล้ว ปลากัดเป็นปลาที่แปลกและมีเสน่ห์เพราะมันมีทั้งความสวยงามและก้าวร้าวอยู่ในตัวของมันเอง ดังนั้นการเลี้ยงปลากัดจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนอีกกลุ่มก็เลี้ยงเพื่อเป็นเกมกีฬากัดปลา ซึ่งทั้งสองกลุ่มก็มีวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไป และนั่นคือความสนุกในการเลี้ยงปลากัด แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เลี้ยงกลุ่มไหน คุณก็เป็นคนที่ชื่นชอบปลากัดเหมือนกัน

ปลากัด Fighting fish มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens Regan.เป็นปลาพื้นเมืองดั้งเดิมของประเทศไทย ปลากัดเป็นปลาที่ชอบอยู่ตามแหล่งน้ำนิ่ง ชอบว่ายน้ำช้าๆบริเวณผิวน้ำ อาศัยอยู่ในแหล่น้ำไม่ว่าจะเป็นหนอง บึง แอ่งน้ำ ลำคลอง รวมถึงอ่างเก็บน้ำบริเวณที่น้ำตื้นๆและค่อนข้างใส
ปลากัดเป็นปลาขนาดเล็ก หัวเล็ก มีกระดูกที่ด้านหน้าของตาเรียบ และมีอวัยวะพิเศษในการหายใจนอกจากเหงือก ซึ่งเรียกกันว่า Labyrinth organ ซึ่งอยู่ในโพรงอากาศช่องหลังเหงือก มีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อมีรอยหยักและมีเส้นเลือดฝอยมาหล่อเลี้ยง ซึ่งทำให้ปลากัดสามารถอยู่ในน้ำที่มีสภาพออกซิเจนน้อยได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันอยู่ในน้ำสกปรกไร้ออกซิเจนได้อย่างที่หลายคนเข้าใจ
การเพาะเลี้ยงปลากัดของคนไทยนั้นมีมานานมากราวๆ150ปี ซึ่งเป็นการละเล่นที่ชายชาวสยามในสมัยก่อนให้ความสำคัญเท่าๆกับไก่ชน จนมีสำนวนเรียกกันว่า นักเลงไก่ชนและนักเลงปลากัด แต่ในสมัยก่อนนั้นการเล่นพนันกัดปลาไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายนะครับแต่การจะเล่นกัดปลาก็ต้องได้รับอนุญาตจากทางการเหมือนกันไม่ใช่จะเล่นยังไงก็ได้
ดังนั้นปลากัดจึงเป็นปลาสวยงามที่มีคนเพาะเลี้ยงมากที่สุดของไทยและเป็นปลาที่มีมูลค่าการส่งออกนำเงินเข้าประเทศปีหนึ่งหลายสิบล้านบาท ... วันนีเอาไว้แค่นี้ก่อนครั้งหน้าผมจะมาอับเดทข้อมูลเรื่องนี้อีกครับ