Goooooogle Analytics

fancyfish

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลาทอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลาทอง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เลี้ยงปลาทองให้มีความสุข

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

เลี้ยงปลาทองให้มีความสุข และสุขภาพดี

สวัสดีครับ...นี่คงเป็นการกล่าวทักทายกันหลังจากผมห่างหาจากที่นี่ไปนาน เพราะช่วงนี้ผมจะค่อนข้างใช้เวลาดูแลและบริหารเวปไซด์ thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์ ค่อนข้างจะมาก ก็ต้องขออภัยกับหลายคนที่เข้ามาอ่านบทความในBlog ของผมเป็นประจำ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกละอายใจ และอยากจะขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่ใช่ผู้ที่เก่งกาจอะไรนักจนสามารถเรียกตัวเองว่ากูรูเรื่องปลาสวยงาม อาศัยแค่ใจรักและชอบอ่านหนังสือหรือค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาสวยงาม รวมถึงปลาสายพันธุ์ต่างๆที่มีอยู่บนโลกกลมๆใบนี้ และทุกวันนี้ก็ยังพยามหาข้อมูลและเรียนรู้เรื่องปลาสวยงามต่างๆอยู่เสมอ ดังนั้นถือว่าผมเอาความรู้ที่ได้ค้นคว้าหามา และจากประสบการณ์บางส่วนของผมและจากผู้รู้ท่านอื่นๆที่ผมมีโอกาสพบป่ะพูดคุยด้วยมาเล่ามาแลกเปลี่ยนให้ทุกคนที่รักการเลี้ยงปลาสวยงามฟังก็แล้วกันนะครับ สำหรับบทความนี้ผมขอออกตัวก่อนว่าเป็นบทความเดียวกันกับที่ผมเขียนและตีพิมพ์อยู่ในนิตยสารแฟนซีฟิช ดังนั้นหากท่านที่อ่านแล้วสงสัยว่าทำไมเหมือนกันก็ขออภัย เพราะผมนำมาลงในนี้เพื่อบางท่านที่ไม่ได้ติดตามอ่านจากนิตยสาร

ในโลกของการเลี้ยงปลาสวยงามแล้ว ปลาทอง(Gold Fish) จัดเป็นปลาที่มีคนนิยมและชื่นชมไปทั่วโลก อาจจะถืดว่าเป็นปลาสวยงามที่มีผู้เลี้ยงมากที่สุดชนิดหนึ่งก็ว่าได้ ผมเองเมื่อยังเด็กก็ชอบเลี้ยงปลาทอง แม้นบ้านจะอยู่ต่างจังหวัด แถมการหาปลาทองสวยๆมาเลี้ยงก็ทำได้ยากลำบาก แต่ผมเองก็ชอบที่จะรบเร้าพ่อแม่ซื้อปลาทองมาให้เลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง ส่วนพ่อแม่ผมจะถือว่าท่านสนับสนุนหรือไม่อันนี้ไม่ขอยืนยัน เพราะส่วนหนึ่งผมคิดว่าพวกท่านคงทนรำคราญผมไม่ไหว (ฮา)
การเลี้ยงปลาทองนั้นถามว่ายากมั้ย หากจะให้ตอบผมก็บอกว่าไม่ยากเลยครับ เพียงคุณต้องเตรียมพร้อมก่อนที่จะเลี้ยงปลาทอง โดยเราต้องศึกษาเรื่องของชนิดปลาทองศึกษาลักษณะปลาที่ดีเป็นอย่างไร การดูแลปลาทำอย่างไร เพราะหากไม่ศึกษาก่อนแล้วนำมาเลี้ยงโดยไม่มีความรู้เลยโอกาสที่ปลาจะตายก็สูง ซึ่งความรู้ต่างๆเหล่านี้สามารถศึกษาได้จากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับปลาสวยงาม หรือจะขอคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับปลาชนิดนั้นๆเพื่อให้โอกาสในการเลี้ยงปลาของเราประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น แต่หลายๆครั้งผมเห็นผู้เลี้ยงปลาทองโดยเฉพาะมือใหม่ หรือแม้นแต่มือเก่าที่เลี้ยงปลามามากบางคน เมื่อพบเจอปลาทองที่สวยโดนใจ ก็จะเกิดแรงกระตุ้นต่อมความต้องการที่จะเลี้ยงจนพุ่งสูงปรี๊ดๆๆๆขึ้นมาแบบหักห้ามใจไม่อยู่ควักเงินซื้อปลาทองจากร้านขายปลามาเลี้ยง โดยลืมไปว่าบางครั้ง ณ.เวลานั้นเรายังไม่พร้อมที่จะนำปลามาเลี้ยง แม้นคุณจะมีความคุ้นเคยกับการเลี้ยงปลามามากแต่บางครั้งความหน้ามืดที่มาเยือนคุณแบบไม่รู้ตัว ทำให้คุณต้องพบกับอุปสรรคในการที่จะเลี้ยงปลาทองให้มีความสุขและสุขภาพดี หากคุณลืมนึกถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนจะเลี้ยงปลาทอง และสิ่งที่สำคัญในการเลี้ยงปลาทองคือ สถานที่ในการเลี้ยงปลา

สถานที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงปลาทองนั้นบางคนอาจจะสงสัยว่ามันมีความพิเศษหรือมีคุณสมบัติแบบไหน โดยรวมๆแล้วสถานที่ ที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาทองนั้น ก็คือที่คุณพักอาศัยอยู่นั่นล่ะครับ เรียกได้ว่าทุกแห่งที่เป็นที่พักอาศัยของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมีเนียม หรือแม้นแต่ห้องเช่าก็สามารถจะเป็นที่เลี้ยงปลาทองได้ดี ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องมีเนื้อที่เลี้ยงเป็นไร่ ถึงจะเลี้ยงได้ปลาทองได้สวยและมีคุณภาพ
เทคนิคมีเพียงแค่ปัจจัยสนับสนุนที่เหมาะสม โดยแบ่งเป็นส่วนๆดังนี้

1.บ้านหลังงามของปลาทอง
คำว่าบ้านของปลาทองในที่นี้ผมหมายถึง ตู้หรืออ่างปลาที่คุณจะใช้เลี้ยงปลาทองตัวเก่งของคุณ โดยภาชนะที่จะใช้เลี้ยงนั้นต้องมีความเหมาะสมกับขนาดของปลาและจำนวนปลาที่จะเลี้ยง นอกจากนั้นต้องสามารถจัดวางได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่อยู่อาศัยของคุณ เพราะผมเคยเห็นคนเลี้ยงปลาทองในโหลแก้วแล้วนั่งอมยิ้มแก้มตุ่ยชื่นชมว่าปลาทองน่ารัก ดูสิพวกมันทำปากมุบมิบๆ แต่คุณทราบมั้ยการที่อยู่ในโหลขนาดแทบจะพอดีตัวปลาแบบนั้น ผมบอกเลยครับทรมารปลาชัดๆ หากมีใครจับคุณไปขันในที่แคบๆพอดีตัวคุณแบบนั้นทั้งชีวิตคุณจะมีความสุขมั้ยล่ะคุณก็คงทำปากมุบมิบแบบปลาทองด่าแช่งคนที่ทำแบบนี้กับคุณทั้งวันเหมือนกัน
2.อากาศแน่นอนครับเลี้ยงปลาแม้นมันจะอยู่ในน้ำแต่ก็ต้องใช้อากาศหายใจเช่นกันลองคิดกันเล่นครับหากเราต้องอยู่ในที่ๆไม่มีอากาศที่ดี ไม่มีการถ่ายเท อับ ชื้น เหม็นเน่านั้น มันจะอึดอัดขนาดไหน ดังนั้นการเลี้ยงปลาทองก็เช่นกันครับ สถานที่เลี้ยงก็ต้องเป็นสถานที่ ที่มีความโปร่งโล่งและอากาศถ่ายเทได้สะดวกพอสมควรเพราะหากปลาที่เลี้ยงไม่มีอากาศที่ถ่ายเทสะดวกแล้วละก็ ความอ่อนแอก็จะมาเยือนเจ้าพุงยุ้ยของเราเป็นแน่ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อรา
3.แสงแดด
ใช่ครับต่อมาการเลี้ยงปลาทองให้มีสุขภาพดีนั้น นอกจากสถานที่เลี้ยงจะต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกแล้ว สิ่งต่อมาก็คือเรื่องของแสงแดด แสงแดดนั้นมีความสำคัญหลายอย่างในการเลี้ยงปลาทอง เพราะแสงแดดจะช่วยให้ปลามีสีสันที่สดใส เกร็ดขึ้นเงาสวยงาม อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้อุณหภูมิในน้ำโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวแบบนี้มีความอบอุ่นขึ้น ทำให้ปลาทองของเราร่าเริงไม่ซึมหงอยนอนอยู่พื้นตู้ อีกทั้งแสงแดยังช่วยเพิ่มผู้ช่วยทางธรรมชาติให้กับปลาทองของเรา นั่นคือตะไคร่น้ำ ต้องไม่ลืมว่าปลาทองนี่เป็นปลาที่กินง่ายถ่ายคล่อง แต่ก็อย่าปล่อยตะไคร่ขึ้นมากจนเกินไปนะครับ เพราะตะไคร่น้ำที่มีแบบพอดีจะช่วยกำจัดของเสียซึ่งมาจากปลาทอง จะทำให้คุณภาพน้ำเลี้ยงนั้นดีขึ้น อีกทั้งแสงแดดยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดในน้ำ และยังสามารถทำลายสารบางชนิดที่ตกค้างอยู่ในตู้ปลาของเราได้ แต่ก็มีข้อพึ่งระวังเช่นกันนะครับสำหรับการให้ปลาทองของเราโดนแสงแดด เพราะหากโดนมากไปหรือโดนทั้งวันอุณหภูมิของน้ำอาจจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ปลาปรับตัวไม่ทัน แทนที่จะเป็นผลดีกลับเป็นฝันร้ายแทน ดังนั้นเราต้องวางตู้ปลาทองในจุดที่พอเหมาะที่จะโดนแสงแต่ต้องไม่มากไป หรือหากว่าไม่มีมุมที่จะหลบแสงแดดจริงๆ โดยเฉพาะปลาทองที่เลี้ยงในบ่อ เราอาจจะต้องหาอะไรมาช่วยบังแดดไว้บ้าง
4.ระบบน้ำเลี้ยง
คุณภาพน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาทอง ต้องเป็นน้ำที่ที่สะอาด ไม่มีคลอรีน และต้องมีการจัดการการหมุนเวียนของน้ำที่ดี ผ่านระบบกรองน้ำหมุนเวียนซึ่งจะช่วยควบคุมสภาวะที่จำเป็นต่อเจริญเติบโตและสุขภาพที่ดีของปลาทอง ระบบน้ำหมุนเวียนคือระบบที่ผลิตน้ำที่สะอาดโดยการใช้ระบบกรองหมุนเวียนน้ำในตู้กลับมาเลี้ยงใหม่ ผ่านการกรอง(ไบโอฟิวเตอร์) ซึ่งทำให้น้ำที่ไหลผ่านมีความสะอาดขึ้น โดยการนำของเสีย เศษอาหารออกจากน้ำทำให้น้ำสะอาดก่อนที่จะหมุนเวียนนำกลับมาเลี้ยงปลาใหม่อีกครั้ง

ดังนั้นข้อสรุปคือ ก่อนจะเลี้ยงปลาทองคุณต้องวางแผนและจัดการสถานที่ในการเลี้ยงให้พร้อมเสียก่อน แล้วจึงค่อยคิดที่จะซื้อปลาทองมาเลี้ยง การเลี้ยงปลาทั้งทีให้มองว่าเขาคือสิ่งมีชีวิตที่รักตัวเองเช่นเดียวกับคุณ กลัวตายเช่นเดียวกับคุณ และอยากมีความสุขในชีวิตเช่นเดียวกับคุณ ... เอาล่ะครับวันนี้คงต้องลากันก่อนไว้ครั้งต่อไปผมจะมีเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามชนิดต่างๆมาเล่าให้ฟังกันอีก ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงปลาครับ

นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

ปลาสวยงาม อาชีพอิสระที่ทำได้ หากใจรัก

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


อาชีพอิสระ "เปิดร้านขายปลาสวยงาม"

ในภาวะที่บ้านเมืองกำลังสับสนวุ่นวาย หลายคนและหลายครอบครัวอาจจะมีปัญหาเรื่องการเงินบ้าง(ผมก็เป็น) หลายๆครั้งผมนั่งมองตัวเองว่าจะทำมาหากินอะไรดี เพราะชีวิตเราตอนนี้มันไม่ใช่เด็กๆที่เที่ยววิ่งเล่นโดยไม่ต้องสนใจอะไร เมื่อตอนที่พวกเรายังเป็นเด็ก ผมว่าพวกเราหลายคนคงไม่ต้องลำบากปากกัดตีนถีบอะไร จะมีเงินใช้มั้ย จะมีข้าวกินหรือเปล่า เราคงไม่ต้องคิด ปล่อยภาระเหล่านี้ให้พ่อแม่เราเขาเป็นคนคิด แต่มาถึงตอนนี้เราจะมานั่งเฉยเหมือนตอนเราเป็นเด็กคงไม่ได้อีกแล้ว เราหลายคนต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ผมคงเป็นหนึ่งที่ตกอยู่ในสภาพแบบนั้น แม้นจะไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตใครมากมายแต่อย่างน้อยผมก็ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและลมหายใจของตัวเอง มาถึงวันนี้ผมมานั่งทบทวนว่าอาชีพอะไรที่ผมจะทำเพื่อหารายได้เลี้ยงดูตัวเอง ไม่เป็นภาระของพ่อแม่ อาชีพอะไรที่ผมรักและคิดว่าผมมีความสุขเมื่อได้ทำมัน และมันต้องไม่ใช้เงินลงทุนมากนัก อีกหนึ่งอาชีพที่เราคนไทยผู้ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากนัก และอาชีพนี้หากเราขยันหมั่นหาความรู้เพิ่มเติม อีกทั้งหากบ้านเรามีเนื้อที่พอประมาณ เราก็สามารถที่จะเพาะพันธุ์ปลาสวยงามของเราออกขายเอง เป็นการลดต้นทุนอย่างหนึ่งในการเปิดร้านเล็กๆ ดังนั้นผมจึงอยากจะลงแนะนำผู้ที่กำลังอยากจะทำร้านค้าเล็กๆลองมองดูอาชีพขายปลาสวยงามดูนะครับ ผมว่าอาชีพนี้ไม่ต้องลงทุนสูง และสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจได้อย่างหยั่งยืน

เปิดร้านขายปลาสวยงาม

เงินลงทุน ครั้งแรกประมาณ 20,000 - 30,000 บาท รายได้ ตู้เลี้ยงปลา เครื่องทำออกซิเจน ตู้พักปลา กระชอนช้อนปลา เครื่องดูด/ ถ่ายน้ำ เครื่องกรองน้ำ อาหารปลาและอุปกรณ์ประดับตู้ปลา แหล่งจำหน่ายพันธุ์ปลา/อุปกรณ์ บางบัว เขตบางเขน สวนจตุจักร วิธีดำเนินการ 1. หาซื้อตู้เลี้ยงปลาขนาดใหญ่ ประมาณ 2-3 ตู้ แล้วล้างน้ำให้สะอาด 2. นำตู้ปลาไปตั้งในที่จัดเตรียมไว้ บรรจุหิน ปะการังและต้นไม้น้ำ ตกแต่งให้สวยงาม ติดตั้งเครื่องกรองน้ำและเครื่องทำออกซิเจนลงในตู้ 3. ใส่น้ำลงในตู้ปลาให้เกือบเต็ม โดยใช้เครื่องดูดน้ำจากน้ำสะอาดที่เตรียมไว้แล้วในอีกภาชนะหนึ่ง 4. นำพันธุ์ปลาที่เป็นที่นิยมของตลาด เช่น ปลาเงินปลาทอง ปลาคราฟ ปลาบอลลูน ปลาเทวดา ฯลฯ มาใส่ในตู้พักปลา เพื่อปรับสภาพหลังการเคลื่อนย้าย 5. เมื่อปลาแข็งแรงดีแล้วใช้กระชอนค่อย ๆ ช้อนปลาลงในตู้ปลาที่จัดเตรียมไว้ในปริมาณที่เหมาะสมกับเนื้อที่ว่างของตู้ 6. ให้อาหารปลาเป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ ในปริมาณที่พอเหมาะวันละ 1 ครั้ง หากปลากัดกันให้แยกออกหรือปลาเป็นโรค ให้แยกปลาไว้ต่างหากแล้วใช้ยารักษา และเปลี่ยนน้ำใหม่ในตู้ปลาหมั่นเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาทุกวัน ตลาด/แหล่งจำหน่าย ย่านชุมชนหรือใกล้สถานศึกษา สถานที่ให้คำปรึกษา1. สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงาม กรมประมง โทร. 0-2558-01722. ประมงจังหวัดทุกจังหวัด ข้อแนะนำ 1. ผู้ประกอบอาชีพนี้ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของปลา โดยศึกษาจากหนังสือหรือสอบถามผู้มีความรู้ เพื่อสามารถเลี้ยงได้ถูกวิธีและแนะนำลูกค้าได้ 2. น้ำที่ใส่ในตู้ปลาหากจำเป็นต้องใช้น้ำประปา ควรรองน้ำทิ้งไว้ก่อนนำไปใช้ 3. ควรมีอุปกรณ์ประดับตู้ปลา อาหาร และยารักษาปลา จำหน่ายร่วมด้วยเพื่อเพิ่ม รายได้

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

แก้ไขวันประกวด LOGO สมาคมอนุรักษณ์และพัฒนาปลากัดสยาม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,




ประกาศแก้ไข
การประกวด
LOGO สมาคมปลากัดสยาม


ปลากัดสยาม
ประกาศเปลี่ยนแปลง
"เรื่องการประกวดโลโก้
ของสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม"ทางสมาคมขอเปลี่ยนแปลง
วันเวลาในการประกวดออกแบบโลโก้ โดยเลื่อนระยะ
เวลาออกไปอีก
ด้วยเหตุผลของทางสมาคม และด้วยภาวะทางการเมือง
ที่ยังคงมีความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ โดยจะเลื่อนระยะเวลาการตัดสินออกไป
โดยกำหนดปิดรับสมัครผลงานวันสุดท้าย
30 กันยายน 2553
และตัดสินผลการประกวดในเดือน ตุลาคม 2553
ทั้งนี้ทางสมาคมจึงได้แจ้งและประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน


....
สำหรับผมแล้วโดยส่วนตัวถือว่าดีครับ
เพราะหลายคนจะได้มีเวลาสร้างผลงานได้อย่างเต็มที่ และอีกอย่าง
ผลงานที่จัดส่งไปประกวดนั้น ทางสมาคมเขาก็ไม่กำหนดครับ
จะส่งคนละกี่ชิ้นก็ได้ ไม่มีปัญหา ยังไงว่างๆก็ลองออกแบส่งไปประกวดกันครับ
บอกแล้วงานนี้เงินรางวัลชนะเลิศ 10,000
บาทครับ...หากมีข้อสงสัยก็กรี๊งกร๊างถามคุณ ต้น
interfish
ที่ 089-9801588 ...คุณต้นบอกมาว่ายินดีรับสาย



งานนี้เดี๋ยวผมคิดว่าจะส่งผลงานเข้าประกวดสักสิบชิ้น ฮ่าๆๆๆ ตั้ง 10,000
กินขนมได้เป็นเดือน ยังไงขอตัวไปหัดออกแบบก่อนนะคร้าบบบบ....



บ๋าย...บาย....


ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่

087-0738299 คุณต่อ , 089-9801588
คุณต้น
interfish


สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

FAIRY BASSLET ปลาทอง แห่งท้องทะเล

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ปลาทอง FAIRY BASSLET
กฏเกณฑ์บางอย่างของโลกใต้ท้องทะเลนั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากกฏเกณฑ์บนโลกของเรา ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือในเรื่องของเพศ บนโลกของเรานั้นสิ่งมีชีวิตทั้งหลายถูกแบ่งออกเป็นหญิงและชายตั้งแต่กำเนิด และความเป็นหญิงหรือชายนั้นก็จะติดตัวของเราไปจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต แต่ในโลกใต้ทะเลนั้นมีหลาย ๆ ชีวิตที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้มีชีวิตที่แปลกออกไป

ผมอยากจะเล่าถึงอีกชีวิตหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติที่แตกต่างไปจากพวกเรา

ถ้ามีโอกาสได้ดำน้ำลงไปในแนวปะการัง โดยเฉพาะในแถบหมู่เกาะสิมิลัน
เราก็จะพบกับฝูงปลาสีสวยตัวเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้าย ๆ
กับปลาทองที่พบเห็นทั่วไปในตู้เลี้ยงปลา
ฝูงปลานั้นมักจะว่ายวนเวียนอยู่เหนือแนวปะการังสีสันสดใสในบริเวณน้ำตื้น ๆ

และถ้าสังเกตให้ดี ๆ ก็จะเห็นว่า
ในกลุ่มของปลาเหล่านั้นประกอบไปด้วยปลาที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน แต่ไม่เหมือนกันอยู่
๒-๓ ชนิดด้วยกัน

ฝูงปลาเหล่านี้ก็คือฝูงปลา Fairy basslet
ที่ในหนังสือโครงการใต้ทะเลจุฬาภรณ์ ๓๖ ระบุชื่อภาษาไทยว่าปลาทอง

ปลาทอง นับเป็นปลาที่อยู่ในตระกูลใกล้เคียงกันกับปลากะรัง
หรือที่เรามักจะเรียกว่าปลาเก๋า คือจัดอยู่ในวงศ์ Serranidae
เหมือน ๆ กัน แต่ปลาทองนั้นจะมีขนาดลำตัวเมื่อโตเต็มที่เพียงประมาณ ๑๐ เซนติเมตรเท่านั้น ในขณะที่ปลากะรังเมื่อโตเต็มวัย อาจมีขนาดลำตัวมากกว่า ๑ เมตร !!!


ปลาทองนั้นพบมากทั่วไปในมหาสมุทรอินเดีย ดำรงชีวิตด้วยการลอยตัวอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เหนือแนวปะการัง เพื่อจับกินแพลงก์ตอนที่ล่องลอยปะปนมากับกระแสน้ำ ในฝูงของปลาทองแต่ละฝูงนั้น ประกอบไปด้วยปลา ๓ กลุ่มด้วยกัน คือ ปลาตัวเมียที่มีสีเหลืองอมส้ม ปลาตัวเมียนี้จะมีขนาดลำตัวโตไม่เกิน ๗ เซนติเมตร และนับเป็นปลาที่มีจำนวนมากกว่า ๙๐ เปอร์เซนต์ ในแต่ละฝูง

ปลากลุ่มที่ ๒ คือ
ปลาตัวผู้ที่มีลำตัวสีม่วงแดง มีแถบสีเหลืองบนลำตัว และบนครีบหลังมีกระโดงยื่นยาวออกไป ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ปลาตัวผู้มีขนาดลำตัวที่ใหญ่ขึ้นมาโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๒ เซนติเมตร

ส่วนปลากลุ่มที่ ๓ คือ
ปลาตัวเมียในขณะที่กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นตัวผู้ คือจะมีลักษณะกึ่งกลางระหว่างปลาตัวเมียและตัวผู้ ขึ้นอยู่กับว่าในขณะนั้นมันได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปถึงขั้นไหน ในบางครั้งเราจึงอาจจะเห็นปลาทองตัวสีเหลืองอมส้มที่มีครีบหลังยื่นยาวออกมาเหมือนกับปลาตัวผู้ ปะปนอยู่ในกลุ่มของปลาตัวเมีย

ในฝูงของปลาทองฝูงหนึ่ง ๆ นั้น จะมีอัตรส่วนระหว่างปลาตัวเมียและปลาตัวผู้ประมาณ ๑๐ : ๑ เมื่อมีจำนวนสมาชิกตัวเมียในฝูงเพิ่มขึ้น จำนวนของสมาชิกตัวผู้ก็จะเพิ่มขึ้นตาม โดยปลาตัวเมียบางตัวที่แข็งแรงในฝูงนั้นจะปรับตัวเองขึ้นมาให้เป็นตัวผู้ เพื่อให้สมดุลกับอัตราส่วนของสมาชิกในฝูง

สรุปว่าเมื่อแรกเกิดปลาทองทุกตัวจะเป็นปลาตัวเมีย แต่เมื่อเติบโตขึ้นจนเต็มวัยแล้วจะมีปลาเพียงบางตัวเท่านั้นที่จะปรับตัวเองให้กลายเป็นปลาตัวผู้ เมื่อปลาตัวผู้ในฝูงมีจำนวนลดลงหรือมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น

แม้จะฟังดูแปลก ๆ แต่ผมก็เชื่อว่าธรรมชาตินั้นมีเหตุผลสำหรับทุก ๆ กฎเกณฑ์บนโลกใบนี้



วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปลาสวยงามวันนี้ ต่างจากวันวาน

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ปลาสวยงามวันนี้ ต่างจากวันวาน



วันว่างของผมเองมีค่อนข้างน้อยด้วยเพราะงานที่ต้องทำแบบไม่มีวันหยุด ที่เขียนแบบนี้ไม่เกินเลยนะเพราะวันหยุด ไม่มีจริงๆ เสาร์-อาทิตย์ ก็ยังต้องทำงาน เฮ้อ...เหนื่อยเหมือนกันนะ ฮิๆๆที่บ่นแบบขอความเห็นใจเล็กน้อย เพราะช่วงนี้ผมเองไม่ค่อยจะปรับปรุงเวปไซด์

เมื่อตอนผมยังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยก เที่ยววิ่งเล่นอยู่ตามทุ่งนา ท้องร่องคูคลอง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีเกมคอมให้เล่นหรือแม้นแต่เกมกดจอขาว-ดำก็ไม่มี(อูย...คนอ่านเริ่มจะนับอายุคนเขียนแล้วล่ะสิ) ดังนั้นการไปไปช้อนจับปลาเอามาเลี้ยงเล่นจึงเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เด็กต่างจังหวัดอย่างผมชื่นชอบ ต้องบอกก่อนว่าสมัยผมเป็นเด็กนั้นโดยพื้นเพแล้ว ผมเป็นคนปักษ์ใต้ แต่เพราะคุณพ่อรับราชการผมจึงไปอยู่หลายพื้นที่ ไม่ว่าจะภาคอีสานหรือภาคเหนือ และไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหน ปลา เป็นสิ่งที่ผมมักจะจับมาเลี้ยงเสมอ จนบางครั้งพ่อแม่ก็ชื่นชมด้วยเสียบ่นบนด่า เพราะว่าปลาที่จับมาเลี้ยงส่วนใหญ่มักจะไม่ยอมหายใจโดยการประท้วงอดอาหารจนตาย ทำให้เด็กบ้านนอกอย่างผมอยากรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามว่าเขาเลี้ยงกันแบบไหนปลาถึงจะไม่ตาย แต่ก็ไม่แหล่งข้อมูลให้คันหามากนักนอกจากคนที่เขาเลี้ยงอยู่ก่อนบอกเล่าให้ฟัง ซึ่งบางเรื่องก็ฟังแล้วก็มีประโยชน์อยู่บ้างแต่บางเรื่องไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
ดูเป็นนิยายมากกว่า แต่เพราะช่วงนั้นผมไม่มีช่องทางอื่นในการหาความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามจึงต้องทนฟังนิยายไป...แต่บางครั้งก็สนุกดี...ฮา...

HMในช่วงที่ผมเริ่มเลี้ยงปลาสวยงามแบบเป็นเรื่องเป็นราวนั้น
ปลาอย่างแรกที่ผมเริ่มเลี้ยงก็คือปลากัด แต่ในสมัยนั้นผมอยู่ทางอีสาน
เมื่อมีเวลาว่างผมก็จะรวมกลุ่มกับเพื่อนไปหาช้อนปลากัดมาเลี้ยง
บางครั้งก็เอามากัดกันบ้างตามประสาเด็กบ้านนอก ปลาของใครกัดชนะก็เดินกร่างกันเลย
ส่วนเพื่อนที่แพ้ก็ต้องเลี้ยงขนม



ผมละจากการเลี้ยงปลาสวยงามไประยะหนึ่งด้วยเหตุผลที่ต้องเรียนมหาวิทยาลัยและทำงานเมื่อเรียนจบจนกระ ทั่งได้มีโอกาสเจอกับญาติที่อยู่ต่างจังหวัด (ลืมบอกไปตอนนี้ผมเป็นกลายเป็นคนกรุงเต๊บ ฮิๆๆ) เขามาชวนผมให้เลี้ยงปลากัดสวยงาม และนั่นคืออีกครั้งที่ผมเห็นปลากัดว่ามันเปลี่ยงแปลงไปขนาดไหน ความคิดตอนนั้นคือ โอ๊ววววว...แม่เจ้าอะไรมันจะงามขนาดนั้น ปลากัดเปลี่ยนไป สวยขึ้น สง่าขึ้น แพงขึ้น และหาจากธรรมชาติได้ยากขึ้น(เวรกรรม)

ผมเขามาคลุกคลีกับปลากัดและปลาสวยงามอีกครั้งอย่างง่ายดายเหมือนคนเคยติดยาแล้วกลับมาเสพใหม่ ในช่วงนั้นผมก็ได้พบกับเพื่อนในวงการปลากัดท่านหนึ่ง คือคุณนธี ซึ่งเป็นคนเพาะและพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดยักษ์ ในยุคนั้นอินเตอร์เน็ทเริ่มเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตคนไทย ผมจึงนำเสนอเรื่องราวของปลากัดยักษ์ที่คุณนธีพัฒนาขึ้นมาเป็นคนแรกของประเทศ...เอ...หรือของโลก เพราะคุณนธีคือคนแรกที่พัฒนาปลากัดยักษ์แบบเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งในยุคแรกๆเมื่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ท ก็มีแต่เสียงด่าว่าเป็นปลาค้างบ่อ ปลาแก่ หรืออะไรก็แล้วแต่บรรดากูรู(กูรู้ไปหมด)จะอดอ้างภูมิปัญญา ผมเองก็ได้รับอนิสงฆ์เสียงด่าจากกูรูเหล่านี้ด้วย เพราะดันเอาเรื่องปลากัดยักษ์ไปเปิดในโลกอินเตอร์เน็ทบนเวปบอร์ดต่างๆซึ่งบรรดากูรูก็เข้ามาโพสข้อความความคิดเห็นซึ่งส่วนใหญ่คือโจมตี แม้นตอนนั้นพวกคุณนธีและผมจะพยามทำกิจกรรมของปลากัดยักษ์ไม่ว่าประกวดหรือตั้งชมรมแต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบเพราะเราคนไทยด้วยกันเอง นั่นทำให้ผมท้อและถอยออกจากวงการปลาสวย งามไปช่วงหนึ่ง

CT แต่วันนี้ผมกลับมาอีกครั้งก็บอกแล้วเหมือนคนติดยา
ที่เลิกไม่ได้ผมตั้งใจว่าจะเดินหน้าเรื่องปลาสวยงามไทยโดยเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างถูกวิธี
รวมถึงการทำการตลาดสำหรับผู้ที่อยากเดินบนเส้นทางธุรกิจปลาสวยงาม โดยผ่านเวปไซด์

www.thaifancyfish.com

ผมไม่บังอาจประกาศว่าผมเป็นกูรู (กูรู้ไปหมด)
เพียงแต่ผมเป็นแค่คนที่สนใจเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงาม
และอยากให้วงการปลาสวยงามของไทยเป็นวงการที่ผู้คนทั่วโลกต่างชื่นชมยกย่องว่าเราคือเบอร์หนึ่งของโลก
www.thaifancyfish.comอย่าลืมว่าปลาสวยงามของเราวันนี้แม้นจะเติบโตแต่ก็ไม่แข็งแรง เพราะการช่วยเหลือจากภาครัฐนั้นน้อยมาก แล้วเราผู้ที่นิยมปลาสวยงามไทยจะมาทำตัวเป็นกูรู ถล่มคนไทยด้วยกันเองทำไม ปลาสวยงามวันนี้สวยงามขึ้นกว่าวันวาน แต่ใจคนไทยกลับถดถอยเสื่อมลง

นายปลา

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปลาทอง ซีทรู gold fish

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,>HTML clipboard“ปลาทองซีทรู” ใสทะลุถึงอวัยวะภายใน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2552 16:58 น.


ปลาทองซีทรู สัตว์น้ำพันธุ์ใหม่ที่จะช่วยให้ไม่ต้องชำแหละเพื่อการศึกษา

เอเอฟพี - หลังจากครั้งแรกที่ค้นคว้า และสร้างกบซีทรูได้ นักวิจัยญี่ปุ่นก็ยังประสบความสำเร็จในการผลิตปลาทอง ที่สามารถมองเห็นการเต้นของหัวใจทะลุผ่านเกล็ด และหนังที่โปร่งใสได้อีกครั้ง

สัตว์โปร่งใสเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดความจำเป็นใน การผ่าชำแหละสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในโรงเรียนต่างๆ “คุณสามารถเห็นหัวใจเต้น และอวัยวะอื่นๆได้ เนื่องจากเกล็ด และหนังปลาไม่มีเม็ดสี” ยูตากะ ทามารุ รองศาสตราจารย์ภาควิชาชีววิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมิเอะกล่าว “คุณไม่จำเป็นต้องผ่าชำแหละมัน คุณสามารถเห็นสมองเล็กๆเหนือตาสีดำของปลาทองได้เลย”

ทีมนักวิจัยร่วมของมหาวิทยาลัยมิเอะ และนาโกยา สร้างปลาทองริวกินโปร่งแสง จากการเลือกไข่ปลาทอง ที่หนังไม่มีสี และเพาะพันธุ์มันขึ้นมา โดยปลาซีทรูเหล่านี้น่าจะมีชีวิตอยู่ได้ราวๆ 20 ปี และเติบโตได้มากสุด 25 เซนติเมตร หนัก 2 กิโลกรัม ซึ่งจะใหญ่กว่าปลาทั่วไป ที่ใช้ในการทดลอง เช่น ปลามังกร หรือปลาเมดากะของญี่ปุ่น
ด้านทีมนักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งประกาศว่าสามารถพัฒนากบซีทรูได้ในปี 2007 เผยว่า พวกเขามีแผนจะเริ่มขายเจ้าสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 4 ขา ที่มีหนังโปร่งใสตั้งแต่ระยะที่เป็นลูกอ๊อด ภายในครึ่งปีแรกของปีหน้า ให้แก่ห้องทดลอง และโรงเรียนใช้ในการศึกษาวิจัย รวมถึงขายเป็นสัตว์เลี้ยง ในราคาที่คาดว่าไม่น่าจะเกิน10,000 เยน หรือ ไม่เกิน 3,700 บาท

พอดีผมเห็นข่าวนี้ก็เลยเอามาลงกันให้อ่านครับเพื่อใครบางคนอาจจะไม่เคยได้อ่านข่าวนี้ แต่ตอนเด็กๆผมอยู่ต่างจังหวัดปลาตัวใสๆเห็นก้างนี่มีเยอะครับ ผมเรียกปลาคาบของ หรือแม้นแต่ปลาก้างพระร่วงก็ตัวใสนะ แล้วปลาตัวใสแบบนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของยีนด้อยมากกว่า หมือนพวกปลาบางชนิดที่ยีนสีด้อย อย่างปลากัดก็มี สีแนวๆนี้ล่ะครับ เราเรียกกันว่าปลากัดแฟนซี แต่ตัวนี้เขาเรียกหรูกว่าเราว่าเป็นปลาซีทรู แต่ดูๆไปก็สวยดีครับ แต่จะขายตั้ง3,700 มันน่าจะทำเป็นโตซากิ้นซีทรูนะครับคุณพี่ยูกาตะ ทามารุ

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

เกลือกับปลา สิ่งที่นักเลี้ยงปลาควรรู้

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


เกลือกับปลา สิ่งนักเลี้ยงปลาควรรู้



Image Hosted by Upload.TARAD.comนักเลี้ยงปลาสวยงามบางคนเลี้ยงปลาด้วยความเชื่อผิด ๆ
เชื่อเพราะว่าเป็นเรื่องที่บอกต่อ ๆ กันมา โดยไม่ได้ไตร่ตรองเหตุผล
แล้วก็นำไปปฏิบัติอย่างผิด ๆ บางครั้งก็ขัดกับหลักวิชาการ
ก่อให้เกิดผลเสียกับปลาทั้งระยะสั้นและระยะยาว
หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเป็นการทารุณปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น
การแช่ปลาในน้ำเกลือเข้มข้น หรือการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
บางคนนำปลาในบ่อที่ไม่ได้เจ็บป่วยขึ้นมาจากบ่อเลี้ยง นำมาแช่เกลือเดือนละ 1-2 ครั้ง
นานประมาณ 30 วินาที มีผลทำให้ปลาแสดงอาการทุรนทุราย
โดยอ้างเหตุผลว่าการทำเช่นนั้นเป็นการล้างตัวปลาให้ปลอดจากเชื้อโรค
หรือบางคนก็อ้างว่าทำให้ปลาผิวพรรณดี

เกลือเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม เพราะราคาถูก
แต่มีประโยชน์มาก เช่น ช่วยลดความเครียดให้ปลา ทำให้ปลาสดชื่น
ทำให้พิษของแอมโมเนียในน้ำลดลง และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดอีกด้วย
แต่ถ้าใช้อย่างผิด ๆ ก็เหมือนดาบสองคมที่จะย้อนมาทำลายปลาได้เหมือนกัน

ผลเสียที่นำปลามาแช่น้ำเกลือ เช่น การแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีค่าความเค็มมากกว่า
20 ppt ขึ้นไปมีผลเสียต่อปลา คือ ความเค็มของเกลือเข้มข้นจะทำลายเซลล์ผิวของปลา
ทำให้ปลาสูญเสียเมือก ซึ่งเป็นเกราะช่วยป้องกันโรค เหงือกปลาจะฉีกขาดมีเลือดซึมและ
อาจจะทำให้ปลาตายได้

เรารู้ได้อย่างไรว่าเราต้องใช้เกลือเมื่อไหร่
ทางวิชาการเราอาจต้องใช้เกลือในการรักษาปลาที่มีบาดแผลบริเวณลำตัว เช่น
การตกเลือดที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อโปรโตซัวบริเวณบาดแผล
สามารถรักษาได้โดยแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีความเค็มประมาณ 3-5 ppt จนกว่าแผลจะหาย
และยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัวบางชนิดได้ บาดแผลก็จะไม่ลุกลาม
ทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้น
การใช้เกลือรักษาบาดแผลที่ไม่ลุกลามมากจะได้ผลดีเทียบเท่ากับการใช้ยาหรือสารเคมี

Image Hosted by Upload.TARAD.comการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
ผู้เลี้ยงปลาสวยงามนิยมใส่เกลือลงไปหลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค
หรือตามแต่โอกาสจะอำนวย การใช้เกลือช่วยในการรักษาบาดแผล
น้ำที่เลี้ยงมีค่าความเค็มระหว่าง 3-5 ppt (เกลือ 3.5 กก./ น้ำ 1 ตัน) หรือ เกลือ
3-5 ขีด / น้ำ 100 ลิตร จึงจะมีผลในการรักษา แต่น้ำมีค่าความเค็มต่ำกว่าที่กำหนด
ยังไม่มีการอ้างอิงทางวิชาการว่าจะเป็นประโยชน์หรือโทษต่อปลา
เกลือที่สะสมจะทำให้จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในน้ำตายระบบกรองมีปัญหา
แอมโมเนียในบ่อจะสูง และปลาอาจจะตายได้

การใช้ยาหรือสารเคมีรักษาปลา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ดังนั้นควรป้องกันปัญหาโดยวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อให้สะอาด
หมั่นทำความสะอาดระบบกรองและวัสดุกรองอย่างน้อยเดือนละครั้ง ให้อาหารที่ดีแก่ปลา
สังเกตพฤติกรรมของปลา เพียงเราเอาใจใส่ดูแลปลาของเราอย่างใกล้ชิด
ปลาของเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาหารปลาทอง

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

เรื่องควรรู้เกี่ยวอาหารปลาทอง




อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาทองมีหลากหลายชนิด
ทั้งอาหารมีชีวิตและอาหารสำเร็จรูปซึ่งแต่ละชนิดมีคุณค่าทางอาหารต่างกันไป
การเลือกใช้อาหารแต่ละชนิดขึ้นกับความเชื่อและความสะดวกของผู้เลี้ยง
แต่ไม่ว่าจะให้อาหารชนิดใดก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงที่สุดคือ
ปริมาณการให้ที่เหมาะสมและความสะอาดของอาหารที่ให้


ชนิดของอาหาร

1.อาหารมีชีวิตหรืออาหารสด ปลาทองเป็นปลาที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์
แต่อาหารที่พวกมันชอบมากที่สุดก็คง

หนีไม่พ้นลูกน้ำ ไรแดง ไรทะเล หนอนแดง และไส้เดือนน้ำ

ลูกน้ำ
อาหารชั้นเลิศที่เพาะเลี้ยงต่างเสาะหามาให้ปลาของตนกิน
เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงย่อยง่าย ปลากินแล้วโตเร็ว แต่มักมีปัญหาเรื่องโรค
เพราะลูกน้ำมักเกิดในแหล่งน้ำที่สกปรก
เพราะฉะนั้นก่อนนำมาให้ปลากินควรมีการล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน


ไรแดง เป็นอาหารสำหรับอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนหรือให้ปลาโตกิน มีทั้งมาจากการเพาะเลี้ยงและมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่วนใหญ่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนให้ปลากินควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน ไรแดงมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2 วัน หรือถ้าต้องการเก็บรักษาไว้ใช้นานๆก็นำไปแช่ในช่องฟรีซ แต่ชอบกินไรแดงเป็นๆมากกว่า






ไรทะเล

เป็นอาหารมีชีวิตที่ค่อนข้างสะอาด เพราะอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม แต่ก็ใช้ว่าไม่มีเชื้อโรคเลย
เพราะบางครั้งเชื้อโรคอาจมาจากการใช้กระชอนที่ไม่สะอาดตักไรทะเลให้ปลากิน หรือใส่ไรทะเลในภาชนะที่ไม่สะอาด ส่วนใหญ่ไรทะเลที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงปลาทองมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงแถบทั้งนั้น การเก็บรักษาไรทะเลก็ให้ทำเหมือนกับการเก็บไรแดง เพียงแต่ต้องใส่เกลือลงไปในน้ำเพื่อให้น้ำมีความเค็ม

หนอนแดง

เป็นอาหารที่นิยมใช้ในการเลี้ยงปลาทอง เพราะเชื่อว่ามีสารเร่งสีตามธรรมชาติอยู่ในตัวเนื่องจากเป็นอาหารที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเหมือนกับลูกน้ำและไรแดง ก่อนนำมาใช้ต้องล้างทำความสะอาดเสียก่อน
แต่ปัจจุบันผู้ผลิตอาหารปลาหลายรายนำหนอนแดงสดไปฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซนและแพ็คด้วยกระดาษฟอยด์ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานด้วยการแช่แข็ง

ไส้เดือนน้ำ

เป็นอาหารมีชีวิตที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติมีโปรตีนสูงพอสมควร แต่ที่ไม่ค่อยมีใครนิยมนำมาใช้เลี้ยงปลาทองเพราะไส้เดือนตายง่าย การเก็บรักษาค่อนข้างยุ่งยาก เพราะต้องใส่ในภาชนะที่มีน้ำไหลผ่านอยู่ตลอดเวลาหรืออาจต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆจึงจะมีชีวิตอยู่ได้นาน



ข้อควรปฎิบัติในการนำอาหารมีชีวิตมาให้ปลากิน

1.อาหารหลายชนิดมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
เพราะฉะนั้นก่อนนำมาให้ปลากินต้องล้างน้ำเปล่าให้สะอาด และแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น
100-150 ppm นาน 3-5 นาที

2.หมั่นคัดตัวที่ตายออกจากภาชนะที่ใส่
เพราะตัวที่ตายจะหมักหมมจนก่อให้เกิดเชื้อโรคได้

3.ไม่นำกระชอนหรือภาชนะที่ใส่อาหารมีชีวิตไปใช้ปะปนกัน
ก่อนนำไปใช้ควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน

ข้อดีของอาหารมีชีวิต

- มีเส้นใยมาก ย่อยง่าย ทำให้ปลากินได้บ่อยครั้ง

- อาหารมีชีวิตมีองค์ประกอบของกรดอะมิโนอิสระที่สำคัญ ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโต

- มีสารสีธรรมชาติที่ปลาไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง

- ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคให้ปลา

- มีราคาต่ำ

องค์ประกอบทางเคมีของอาหารมีชีวิตแต่ละชนิด


2.อาหารสำเร็จรูป ที่นิยมใช้เลี้ยงปลาทอง ได้แก่ อาหารเม็ด
ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูงจะทำให้ปลาเจริญเติบโตดีและมีสีสันสวยงาม
อาหารที่มีโปรตีนต่ำทำให้ปลาเจริญเติบโตช้าและมีความสมบูรณ์ทางเพศน้อยหรือถ้าอาหารมีปริมาณโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ปลาขับถ่ายของเสียออกมามาก
ปริมาณแอมโมเนียในน้ำมีสูง ทำให้เป็นพิษต่อปลา
อาหารสำเร็จรูปหลากหลายยี่ห้อในปัจจุบันมีส่วนผสมของสารเร่งสีที่ช่วยในการเร่งสีปลา
ก่อนซื้อมาใช้ก็ควรดูส่วนผสมที่ข้างซองก่อนว่ามีสารเหล่านี้ผสมอยู่มากน้อยเพียงใด

ส่วนใหญ่สารเร่งสีที่ผสมอยู่ในอาหารสำเร็จรูปนั้น จะเป็นสารเร่งสีในกลุ่มเบต้าแคโรทีน
Beta-carotene อย่างสารลูทีน (Lutein) ซีอาแซนทีน (Zeaxanthin) และแอสตาแซนทีน (Astaxanthin)
ส่วนสารสีในกลุ่มอื่น เช่น ไลโคพีน(Lycopene) พบมากในพืชจำพวกมะเขือเทศและแครอท
แม้ว่าเป็นสารจำพวกเบต้าแคโรทีนเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถเร่งสีแดงในปลาทองได้
เนื่องจากร่างกายของปลาทองไม่มีกลไกลในการเปลี่ยนสารไลโคพีนให้เป็นแอสตาแซนทีน
ตรงข้ามกับสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina)
ที่สามารถเร่งสีแดงของปลาทองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสาหร่ายดังกล่าวมีสารสีประเภทลูทีนและซีอาแซนทีน
ซึ่งร่างกายของปลาทองมีกลไกลบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนลูทีนและซีอาแซนทีนไปเป็นแอสตาแซนทีนและนำไปใช้ประโยชน์ได้

คุณสมบัติของสาหร่ายสไปรูลิน่า นอกเหนือจากเร่งสีแดงให้ปลาทองแล้ว
มีปริมาณโปรตีนสูง 50-60% มีกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อปลา
สารสีที่พบในสาหร่ายยังเป็นสารตั้งต้นของสารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของปลา
เช่น สารตั้งต้นของวิตามินเอและฮอร์โมนบางชนิด

การเก็บรักษาสาหร่ายสไปรูลิน่า

ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและมืด ภาชนะบรรจุควรอยู่ในถุงฟอยด์ที่ปิดมิดชิด
อากาศเข้าไม่ได้ เนื่องจากสารสีเหล่านี้มีความไวต่อแสงสว่างและออกซิเจน
หากสัมผัสอากาศนานๆจะเกิดการอ๊อกซิแดนท์ ในการผสมสาหร่ายในอาหารปลา
ควรใช้ในปริมาณน้อยๆพอให้ปลากินหมดในแต่ละมื้อ ไม่ควรผสมคราวละมากๆแล้วทิ้งไว้
เพราะทำให้คุณสมบัติบางอย่างสูญเสียไป





ข้อดีของอาหารสำเร็จรูป

- มีสารอาหารครบถ้วน

- สะอาดปลอดภัย และเก็บไว้ได้นาน

- มีให้เลือกหลายชนิด และสะดวกต่อการใช้

หลักในการให้อาหารปลาทอง

1.ปลาในแต่ละช่วงอายุจะมีความต้องการอาหารไม่เท่ากัน

ลูกปลาเล็กขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว อายุไม่เกิน 2 เดือน
มีความต้องการโปรตีนประมาณ 60%-80% เพื่อการเจริญเติบโต

ปลาวัยรุ่นขนาดไม่เกิน 3 นิ้ว อายุระหว่าง 2-4 เดือน มีความต้องการโปรตีน
ประมาณ40%-60% เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางเพศ

ปลาโตเต็มวัยขนาด 3 นิ้วขึ้นไป อายุ 4 เดือนขึ้นไป มีความต้องการโปรตีน
ประมาณ 30%-40%

2.การให้อาหารปลาทองควรให้วันละ 3-5% ของน้ำหนักปลา
เช่นปลาที่เลี้ยงไว้ทั้งหมด น้ำหนัก 500 กรัม ควรให้อาหารเม็ดวันละ 15-25 กรัม
(ปลาทอง ขนาดความยาว 12.5 ซม. จะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 100 กรัม)

3.แบ่งมื้ออาหารในการให้ออกเป็นหลายมื้อ ถ้าไม่มีเวลาอย่างน้อยๆก็ควรให้วันละ
2 มื้อ

4.ปริมาณอาหารที่ให้ในแต่ละมื้อไม่ควรให้มากเกินไป ปลาควรกินให้หมดภายใน 15
นาที

5.ควรให้อาหารปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง

6.ปลาไม่ยอมกินอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อนจึง ต้องมีการฝึกให้กินอาหารนั้นก่อน

7.การเลือกชนิดอาหารและปริมาณในการให้อาหาร
ต้องคำนึงถึงระบบการจัดการน้ำในการเลี้ยง

8.ก่อนนำอาหารที่มีชีวิตมาให้ปลากินควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ตู้ปลาเรื่องที่หลายคนมองข้าม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,
ตู้ปลาตอนที่1
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หากเราต้องการเลี้ยงปลาตู้สวยงามก็มักจะตรงไปยังแหล่งขายปลาสวยงามพร้อมกับเลือกซื้อหาปลาที่ชื่นชอบมาเลี้ยง โดยเราจะพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ปลาและปลา..เป็นอย่างแรก
ดังนั้นในหนึ่งวันของการตองการมีปลาตู้มาเลี้ยงไว้ประดับบ้าน เราจะหมดไปกับปลาและการเดินเลือกหาซื้อปลาซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างที่ผมบอกเพียงแต่มันไม่ถูกต้องเท่านั้นเอง
เพราะความจริงแล้วหากคุณต้องการเลี้ยงปลาตู้สวยงามสิ่งแรกที่เราควรซื้อกลับไม่ใช่ปลา แต่มันคือบ้านปลา หรือตู้ปลา นี่คือสิ่งแรกที่เราต้องซื้อและเตรียมให้พร้อมก่อนที่จะลงมือเลี้ยงปลาสวยงาม
หลายครั้งที่ผมมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเวปไซด์เวปบอร์ดของผู้ที่ต้องการเลี้ยงปลาสวยงามมักจะมีคำถามเกี่ยวกับตู้ปลาเสมอๆว่าควรเป็นอย่างไร และแน่นอนครับทุกคำถามก็มีคำตอบอาจจะถูกบ้างผิดบ้างมั่วบ้างแต่ก็ล้วนมาจากความหวังดีของสังคมออนไลน์ แต่นั่นก็มักจะเป็นคำถามที่มาหลังจากที่เราได้ซื้อปลามาแล้ว และนี่คือสิ่งที่ผมจะตั้งคำเพื่อเราจะไปค้นหาคำตอบกัน ระหว่างตู้ปลากับปลา เรานึกถึงอะไรก่อน
เพราะหากเรานึกถึงปลาก่อนเราก็ไปซื้อปลาแต่ไม่ได้ตู้ปลา อ้าว...บ้างคนก็บอกว่าเราก็ซ้อตู้ทีหลังสิ แต่มันก็จะมีคำถามกลับมาอีกว่าแล้วตู้แบบไหนล่ะที่เหมาะกับปลาที่คุณจะเลี้ยง เพราะปลามันมีนิสัยที่ต่างกัน
หลายคนโดยเฉพาะมือใหม่หัดเลี้ยงมักจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตู้ปลา ขนาดและความเหมาะสมของตู้ปลาว่ามันควรมีขนาดเท่าไหร่ และจะเลี้ยงปลาได้กี่ตัว
ตู้ปลาโดยทั่วไปที่วางขายตาร้านขายปลามีหลายขนาดครับ ตั้งแต่เล็กจนไปถึงใหญ่บะระเหิ้ม ซึ่งทำให้ผู้นิยมเลี้ยงปลาปวดหัวกันมาแล้วว่าไอ้ตู้ขนาดไหนดีวะมันถึงจะเหมาะสม แล้วปลาที่เลี้ยงมันจะมีความสุขไม่อึดอัดเหมือนคนโดนขัง ฮื่ม....สงสัยล่ะสิ
โดยหลักแล้วตู้ปลาที่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงปลาก็คือ ตู้ขนาด48นิ้ว เพราะมันจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป มีพื้นที่ให้ปลาว่ายน้ำได้ มีสภาพใกล้เคียงธรรมชาติและอุณหภูมิน้ำในตู้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป อย่าลืมนะครับปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น(ไม่ใช่คนเลือดเย็นนะ)ดังนั้นการปรับตัวของมันจึงเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิของน้ำ หากน้ำในตู้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป ปลาก็อาจปรับตัวไม่ทันทำให้ป่วยและอาจจะตายในที่สุด
แล้วก็มาถึงข้อสงสัยของหลายคนว่าตู้ปลาขนาด48นิ้ว มันจะเลี้ยงปลาได้กี่ตัว เพราะว่าตู้มีขนาดใหญ่น่าจะเลี้ยงปลาได้เยอะเหมือนกันใส่ไปเหอะอย่าให้มันแน่นเกินไปก็พอ โฮ่ๆๆ...ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหากคุณคิดแบบนั้นหรือว่ามีใครบอกคุณแบบนั้น
อย่าลืมนะครับปลามีนิสัยที่ต่างกันดังนั้นก่อนที่เราจะเอาปลามาเข้าตู้เลี้ยงเราต้องเข้าใจก่อนว่านิสัยของปลาเป็นอย่างไร แล้วจึงมาคำนวณว่าเราจะเลี้ยงปลาอะไรและกี่ตัวดีในตู้ใบนี้ การใส่ปลาลงในตู้นั้นที่จริงเรามีสูตรคำนวนความเหมาะสมของจำนวนปลาตามความจุของน้ำในตู้ปลาเป็นหลักครับ โดยเรามีสูตรคิดง่ายๆแบบนี้ ความจุน้ำ3ลิตรเลี้ยงปลาความยาวไม่เกิน1นิ้ว หากเราคิดแบบนี้เราจะทราบว่าตู้ใบนี้ของเราจะเลี้ยงปลาได้กี่ตัว...อ้าว...เหวอกันอีก เพราะมีบางคนสงสัยว่าแล้วจะไปรู้ได้ไง(ฟะ)ว่าตู้มันใส่น้ำได้กี่ลิตร ผมมีสูตรคำนวณมาให้อีก ฮิๆๆวันนี้มีแต่เรื่องการคำนวณ สูตรก็คือ กว้างxยาวxสูง แล้วหารด้วย0.016 เพียงเท่านี้เราก็จะได้ปริมาตรความจุของน้ำในตู้ปลาใบนั้นแล้วครับ
เห็นมั้ยครับที่จริงแล้วการเลี้ยงปลาตู้สวยงามมันก็มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เราไม่ควรมองข้าม ซึ่งหากเราใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ปลาเราก็จะมีความสุขและมีอายุที่ยืนยาว
สำหรับเรื่องตู้ปลานั้นยังไม่หมดแค่นี้นะครับมันยังมีอีกเพียงแต่ตอนนี้ผมเขียนแค่นี้ก่อน อย่าลืมนะครับการเลี้ยงปลานั้นเรื่องตู้ปลาสำคัญมาก ไม่ว่าเราอยากจะเลี้ยงปลาอะไรเราต้องศึกษานิสัยของปลาแล้วก็มาเตรียมตู้ปลาให้พร้อมก่อนที่จะหาปลามาเลี้ยง และตู้ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่มันก็มีสูตรเดียวกันในการคำนวณความเหมาะสมในการเลี้ยงปลา เราเลี้ยงปลานะครับเพื่อความสวยงามนะครับ ไม่ใช่เอาพวกเขามาทำปลากระป๋องสำหรับคุณๆทุกคนหากมีคำแนะนำติชมก็ยินดีนะครับ และหากใครมีอะไรจะเล่าหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็ยินดีครับ แนะนำกันได้ที่การแสดงความคิดเห็นด้านล่างครับ

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

นิสัยของปลา






siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

ในสมัยที่ผมเริ่มเลี้ยงปลาใหม่ๆ ความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงปลานั้นค่อนข้างน้อย ดังนั้นเวลาจะเลี้ยงปลาอะไรพอเห็นว่าถูกใจผมก็จะซื้อมาเลี้ยง พอรุ่งขึ้นที่ปลาที่ผมซื้อมานั้นตายเสียส่วนใหญ่ ที่เหลืออยู่ก็ประเภทเจียนอยู่เจียนไป แล้วมันเพราะอะไรกันล่ะ....ทำไมปลาที่ซื้อมาเลี้ยงมันถึงตาย...มันตายได้ไงกัน
สิ่งเหล่านี้ผมว่ามันอยู่ในความสงสัยของผู้ที่เริ่มเลี้ยงปลากันเกือบทุกคน แล้วเราจะต้องทำอย่างไรก่อนที่จะเริ่มต้นเลี้ยงปลาดีล่ะ...เลี้ยงยังไงไม่ให้ปลาที่เลี้ยงตาย ประเด็นแรกสำหรับการเลี้ยงปลาตู้สวยงามนั้นหลายคนอาจจะสงสัยว่า เราต้องเตรียมอะไรบ้าง อย่างแรกที่ผมอยากจะแนะนำนั่นก็คือ คุณต้องศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องของปลาที่ต้องการจะเลี้ยงด้วย เพราะว่าปลานั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งโดยปกติผู้ที่เลี้ยงปลามักชอบเลี้ยงปลาหลายชนิดไว้ในตู้เดียวกัน ทั้งนี้เพื่อความสวยงามและแปลกตา แต่เราต้องเข้าใจนะครับว่าปลาแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านนิสัยและเรื่องของอาหารการกิน ดังนั้นหากเราไม่ทำความเข้าใจเรื่องนิสัยของปลา เราก็จะพบกับปัญหา เช่น ปลาเกิดความสามัคคีในกลุ่มจึงชอบยกพวกตีกับกลุ่มอื่นหรือไม่ก็รุมอัดชาวบ้าน...ฮี่ๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ
ผมเขียนมาแบบนี้หลายคนอาจจะบอกว่าส่วนใหญ่จะบอกว่าฉันรู้เรื่องพวกนี้แล้ว ใช่ครับ...คนส่วนใหญ่รู้เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ประเด็นจริงๆที่ผมจะพูดถึงไม่ใช่เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็กเท่านั้น แต่ผมกำลังจะพูดถึงนิสัยของปลาในการหากินต่างหาก เราเคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมปลาที่เราเลี้ยงมันถึงอ้วนผอมไม่เหมือนกัน ทั้งที่เราก็คิดว่าเราให้อาหารมันได้อย่างพอเพียง นั่นเป็นเพราะปลามีนิสัยที่ต่างกันในการหาอาหาร
สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงปลาสวยงามนั้น ไม่ว่าจะเป็นปลาหางนกยูง ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาเทวดา ปลากัด หรือปลาอื่นๆ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าปลาแต่ละชนิดมีนิสัยที่ต่างกันอย่างไร โดยหลักการง่ายๆ ปลาแบ่งกลุ่มลักษณะนิสัยออกเป็น 4 กลุ่ม 3 ระดับการหากิน
นิสัยของปลา
ปลานิสัยดีรักสงบ ปลากลุ่มนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง รักสงบไม่ทำร้ายกันเอง ไม่ชอบอยู่ตัวคนเดียวโดดๆเพราะกลัวเหงา(ฮี่ๆ)หากอยู่ตัวเดียวจะชิงเหงาตายจึงควรเลี้ยงเป็นฝูงเพื่อไม่ให้เหงาจนตาย สำหรับปลากลุ่มนี้หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นควรหาปลาที่มีขนาดเท่าๆกัน
ปลานิสัยหวงถิ่น เป็นปลากลุ่มประเภทที่ถิ่นข้าใครอย่าแหยม เป็นปลาที่ชอบปักหลักเป็นที่เป็นทาง มักมีอณาเขตเป็นของตัวเอง ปลากล่มนี้ไม่ชอบอยู่ร่วมกับปลาชนิดอื่น นิสัยโดยส่วนตัวไม่ดุร้ายนะแต่หากใครข้ามถิ่นเข้ามาก็มีเรื่อง
ปลานิสัยก้าวร้าว ปลาพวกนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงแล้วไปยกพวกตีกับคนอื่นโฮ่ๆๆ ... (ปลาช่วงกลหรือไงฟะ) แต่พอวันไหนว่างๆไม่รู้จะไปหาเรื่องกับใครก็จะหันมาอัดกันเองคลายเครียด ดังนั้นปลากลุ่มนี้หากจะเลี้ยงรวมกับปลาอื่นควรจะหากปลาที่ตัวใหญ่กว่ามาเลี้ยง
ปลานิสัยดุร้าย พวกปลากลุ่มนี้เป็นนักเลงตัวจริงครับ และมักจะเป็นปลากินเนื้อ ไม่ชอบอยู่ร่วมกับใครหน้าไหน ชอบเป็นพระเอกฉายเดี่ยววันแมนโชว์ ปลาพวกนี้นอกจะหาเรื่องอัดชาวบ้านแล้วแม้นแต่พวกเดียวกันมันก็ไม่เว้น ดังนั้นปลาพวกนี้จึงมักเป็นนักโทษขังเดี่ยวเลี้ยงตัวเดียว แต่หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น ที่มีความสามารถหลบหลีกว่องไว และตู้ที่เลี้ยงควรมีขนาดที่ใหญ่เพื่อมีพื้นที่ในการหลบหนี อีกทั้งการให้อาหารก็ควรให้อย่างพอเพียงเพื่อป้องกันการแย่งอาหารกัน
การหากินของปลา
ปลาที่หากินตามผิวน้ำ
ปลากลุ่มนี้จะหากินตามผิวน้ำจนถึงกลางน้ำ ชอบกินพวกตัวอ่อนของแมลง หรือพวกสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ตามผิวน้ำ บางชนิดก็กินพืช ปลากลุ่มนี้จะไม่ลงไปหากินที่พื้นน้ำ
ปลาที่หากินตามพื้นน้ำ ปลากลุ่มนี้ไม่ชอบขึ้นมาผิวน้ำบ่อยนัก เป็นที่เวลาเลี้ยงอย่างตามบ่อหรือแหล่งน้ำธรรมชาติเราจะไม่ค่อยเห็นตัว ส่วนใหญ่จะขึ้นมาแค่กลางน้ำ หรืออย่างมากก็ขึ้นมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำแล้วมุดต๋อมลงน้ำกลับไป
ปลาที่หากินทุกระดับ ปลากลุ่มนี้หากินทุกระดับของผิวน้ำ เหมือนพวกเร่ร่อนที่หากินไปทั่ว ตรงไหนมีอาหารอุดมสมบรูณ์ก็จะไปหากินที่นั่น โดยมาชอบว่ายอยู่กลางน้ำเพื่อค่อยดูเหยื่อ
เห็นมั้ยครับว่าปลานั้นก็มีนิสัยส่วนตัวซึ่งตรงจุดนี้หากเราเข้าใจก็สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้อย่างสบายขึ้น การให้อาหารก็สามารถเลือกอาหารที่มีความเหมาะสมกับปลา ไม่ต้องค่อยระแวงว่าวันนี้จะตายกี่ตัว...และทำไมมันถึงตาย...ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลาสวยงาม ธรรมชาติใกล้ตัว






siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,
เคยสังเกตหรือไม่ว่าเวลาเราเดินผ่านตู้ปลาเรามักจะหยุดดูเสมอๆบางครั้งก็ยืนจ้องดูอยู่นาน บางครั้งก็ยืนดูสักครู่แต่แปลกใจมั้ยทำไมคนเราจึงชอบหยุดดู ทั้งที่บางคนก็ไม่ได้ชอบเลี้ยงปลาเลย นั่นเป็นเพราะว่าปลาสวยงามมีสีสันที่สามารถดึงดูดใจผู้คนที่พบเห็น ช่วยทำให้มีความรู้สึกสบายใจและสดชื่น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนหลายคนเมื่อเดินผ่านตู้ปลามักจะหยุดมองอย่างน้อยก็เว้บหนึ่ง ปลานับเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต่างจากสัตว์เลี้ยงทั่วไปเพราะมันไม่รบกวนจิตใจคนเลี้ยงและไม่เคยทำความสกปรกในบ้านที่เลี้ยงและไม่มีกลิ่นที่น่าอึดอัดไม่เคยส่งเสียงน่ารำคราญให้กับผู้เลี้ยงและเพื่อนบ้าน และด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้เองครับทำให้มีผู้ที่นิยมเลี้ยงปลาสวยงามเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเติบโต แล้วปลาสวยงามแบบไหนล่ะที่คนไทยนิยมเลี้ยงอันนี้หากพูดกันมันก็ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนเพราะมันแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคลเพราะบางคนก็เลี้ยงปลาหลายชนิดบางคนก็เลี้ยงปลาชนิดเดียว แต่บางคนก็เลี้ยงปลาตามกระแสตลาด ดังนั้นปลาสวยงามที่เป็นที่นิยมของตลาดจึงไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน บางคนชอบปลาใหญ่บางคนชอบปลาตัวเล็กๆน่ารักโดยส่วนตัวแล้วผมชอบปลาทุกชนิดนั่นล่ะครับแต่ที่เน้นหน่อยก็เห็นจะเป็นปลากัดเพราะความผูกพันในวัยเด็กและอีกอย่างปลากัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยทำให้ที่บ้านผมมีปลากัดอยู่เยอะทีเดียว เริ่มจากหนึ่งตัวสองตัวไปเรื่อยๆ เพาะเองบ้างซื้อเขาบ้างจนช่วงที่ปลากัดมีมากสุดในบ้านก็ราวๆ3-4000ตัว เพราะผมเพาะเอง บ่อเพาะก็มีอยู่70 บ่อ เลี้ยงเยอะจนที่บ้านบอกไปทำมาหากินโดยการขายปลาเลยดีกว่ามั้ย แต่ผมไม่ได้เลี้ยงแค่ปลากัดนะครับยังมีปลาหางนกยูง ปลาหมอสี ปลาปอม ปลาสอด ปลาคราฟ ... ว้า...นอกเรื่องปลาสวยงามกันไปเยอะ เอาล่ะครับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับปลาสวยงามในเมืองไทยที่นิยมเลี้ยงกันนั้น เวลานี้เห็นจะอินเทรนหน่อยก็ต้องปลาหมอสี โดยเฉพาะปลาครอสบรีด ตอนนี้จัดได้ว่าเป็นปลากระแสแรงมากในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา เรียกว่าแซงปลากัดและปลาทองรันชูที่เคยฮิตติดกระแสกับเขาอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วทำไมน้อทำไมเจ้าปลาหมอสีถึงได้มาแรงแซงปลาเลือดเดือดอย่างปลากัด และเจ้าปลากระปุ๊กลุกอย่างปลาทองรันชูไปได้ เหตุผลส่วนหนึ่งเท่าที่ผมพอจะนึกออกนั่นก็น่าจะเป็นเพราะปลาหมอสีนั้นมีขนาดที่ใหญ่ สีสันสดใส มีท่าทางน่ารักๆซึ่งดูขัดกับรูปร่างที่ดูโหดๆ แถมบางตัวมีนิสัยขี้เล่น สามารถเล่นกับผู้เลี้ยง โดยให้จับตัวได้หรือว่ายตามมือ กินอาหารจากมือ อะไรแบบนี้ อีกทั้งเป็นที่น่าท้าทายสำหรับนักพัฒนาสายพันธุ์ปลาด้วย เพราะปลาหมอสีครอสบรีดสามารถพัฒนาทั้งรูปทรง สีสัน ขนาด โหนกหัว ให้มีลักษณะแปลกใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด อีกทั้งขายได้ราคา (อันนี้เหตุผลใหญ่ที่สุด) ยิ่งเป็นปลาที่มีมาตราฐานสีสันแดงแจ่ม ตบมาร์คกิ้งเด่นๆล่ะก็ราคากระโดดกันไปหลักหมื่นถึงหลักหลายหมื่นทีเดียว บวกกับความเชื่อเรื่องโชครางและเสริมฮวงจุ้ยโหงวเฮ้งของคนจีนอีกทำให้ปลาหมอสีกลายเป็นปลาที่นิยมกันอย่างรวดเร็วในประเทศแถบเอเชีย ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ทำให้บรรดานักเพาะนักพัฒนาสายพันธุ์ปลาต่างก็ลงมาเล่นปลาหมอสีกัน เรียกว่าบางรายเลิกเพาะปลาที่ตัวเองเคยเพาะมาก่อนเพื่อเน้นที่จะเพาะปลาหมอสีออกสู่ตลาดกันเป็นล่ำเป็นสัน กระทั่งเวลานี้เราลองไปเดินตลาดปลาดูสิครับเราจะเห็นร้านปลาแทบทุกร้านจะมีเจ้าปลาหมอสีครอสบรีดขายจนแทบจะไม่เห็นปลาหมอสีธรรมชาติเลย มีแต่ปลาหมอสีครอสบรีด แต่สัจจะธรรมมันก็มีอยู่จริงในโลกว่า"สิ่งที่แน่นอน คือ...สิ่งที่ไม่แน่นอน" เพราะวันหน้าคงมีปลาชนิดอื่นขึ้นมาขอท้าชกชิงตำแหน่งแชมป์ปลาสวยงามยอดนิยมของเมืองไทยเจ้าเจ้าปลาหมอสีอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นปลาตัวไหนที่จะขึ้นมาท้าชิง...