"ช่วงนี้กระแสฟุตบอลโลกกำลังมาแรง เราคนไทยก็เชียร์กัน ไม่ว่าหญิงหรือชาย แม้นทีมชาติไทยของเราจะไม่มีโอกาสได้ลงแข่งขันกับเขาด้วย หากเปรียบกับกระแสความสนใจและรู้จักฟุตบอลสำหรับปลาสวยงามแล้ว คงเหมือนกับปลากัด ปลาที่คนไทยเราทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายต่างก็รู้จัก แต่จะมีสักกี่คนที่มีความรู้และเข้าใจเรื่องปลากัดอย่างจริงจัง คิดแล้วมันน่าเสียดายเหมือนเราเชียร์บอลโลกแต่เราไม่เคยสนใจบอลของทีมชาติไทยเลย ปล่อยให้ต่างชาติมามีบทบาทและอำนาจเหนือเรา เหมือนกับปลากัด Sime finght fish หรือ Betta fish ที่ต่างชาติรู้จักและชื่นชมกันไปทั่วโลก และมีการจัดตั้งเป็นสมาคมปลากัดมาออกกฏกติกาควบคุมเรา แล้วเราคนไทยก็ได้แต่นิ่งเฉย และมาในวันนี้มีกลุ่มคนที่พยามตั้ง"สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม" เพื่อสร้างมาตราฐานของปลากัดไทย แต่ก็ยังขาดแรงสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเรา...เราคนไทยด้วยกันเอง ผมจึงบอกว่ามันน่าเสียดายยังไงล่ะครับ เพราะหากเรานิ่งเฉยมันก็เหมือเรานั่งดูบอลโลกแล้วด่าบอลไทย แต่สำหรับปลากัดแล้ว นี่คือปลาของเราคนไทยที่คนทั่วโลกยอมรับ แล้วเราคนไทยยังทิ้งโอกาสนี้ให้ต่างชาติเขามาควบคุมเราอีกอาหารที่ใช้เลี้ยงปลาทองมีหลากหลายชนิด
ทั้งอาหารมีชีวิตและอาหารสำเร็จรูปซึ่งแต่ละชนิดมีคุณค่าทางอาหารต่างกันไป
การเลือกใช้อาหารแต่ละชนิดขึ้นกับความเชื่อและความสะดวกของผู้เลี้ยง
แต่ไม่ว่าจะให้อาหารชนิดใดก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงที่สุดคือ
ปริมาณการให้ที่เหมาะสมและความสะอาดของอาหารที่ให้
ชนิดของอาหาร
1.อาหารมีชีวิตหรืออาหารสด ปลาทองเป็นปลาที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์
แต่อาหารที่พวกมันชอบมากที่สุดก็คง
หนีไม่พ้นลูกน้ำ ไรแดง ไรทะเล หนอนแดง และไส้เดือนน้ำลูกน้ำ
อาหารชั้นเลิศที่เพาะเลี้ยงต่างเสาะหามาให้ปลาของตนกิน
เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงย่อยง่าย ปลากินแล้วโตเร็ว แต่มักมีปัญหาเรื่องโรค
เพราะลูกน้ำมักเกิดในแหล่งน้ำที่สกปรก
เพราะฉะนั้นก่อนนำมาให้ปลากินควรมีการล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน
ไรแดง เป็นอาหารสำหรับอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนหรือให้ปลาโตกิน มีทั้งมาจากการเพาะเลี้ยงและมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่วนใหญ่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนให้ปลากินควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน ไรแดงมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2 วัน หรือถ้าต้องการเก็บรักษาไว้ใช้นานๆก็นำไปแช่ในช่องฟรีซ แต่ชอบกินไรแดงเป็นๆมากกว่า
ไรทะเล
เป็นอาหารมีชีวิตที่ค่อนข้างสะอาด เพราะอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม แต่ก็ใช้ว่าไม่มีเชื้อโรคเลย
เพราะบางครั้งเชื้อโรคอาจมาจากการใช้กระชอนที่ไม่สะอาดตักไรทะเลให้ปลากิน หรือใส่ไรทะเลในภาชนะที่ไม่สะอาด ส่วนใหญ่ไรทะเลที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงปลาทองมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงแถบทั้งนั้น การเก็บรักษาไรทะเลก็ให้ทำเหมือนกับการเก็บไรแดง เพียงแต่ต้องใส่เกลือลงไปในน้ำเพื่อให้น้ำมีความเค็ม
หนอนแดง
เป็นอาหารที่นิยมใช้ในการเลี้ยงปลาทอง เพราะเชื่อว่ามีสารเร่งสีตามธรรมชาติอยู่ในตัวเนื่องจากเป็นอาหารที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเหมือนกับลูกน้ำและไรแดง ก่อนนำมาใช้ต้องล้างทำความสะอาดเสียก่อน
แต่ปัจจุบันผู้ผลิตอาหารปลาหลายรายนำหนอนแดงสดไปฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซนและแพ็คด้วยกระดาษฟอยด์ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานด้วยการแช่แข็ง
ไส้เดือนน้ำ
เป็นอาหารมีชีวิตที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติมีโปรตีนสูงพอสมควร แต่ที่ไม่ค่อยมีใครนิยมนำมาใช้เลี้ยงปลาทองเพราะไส้เดือนตายง่าย การเก็บรักษาค่อนข้างยุ่งยาก เพราะต้องใส่ในภาชนะที่มีน้ำไหลผ่านอยู่ตลอดเวลาหรืออาจต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆจึงจะมีชีวิตอยู่ได้นาน
ข้อควรปฎิบัติในการนำอาหารมีชีวิตมาให้ปลากิน
1.อาหารหลายชนิดมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
เพราะฉะนั้นก่อนนำมาให้ปลากินต้องล้างน้ำเปล่าให้สะอาด และแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น
100-150 ppm นาน 3-5 นาที
2.หมั่นคัดตัวที่ตายออกจากภาชนะที่ใส่
เพราะตัวที่ตายจะหมักหมมจนก่อให้เกิดเชื้อโรคได้
3.ไม่นำกระชอนหรือภาชนะที่ใส่อาหารมีชีวิตไปใช้ปะปนกัน
ก่อนนำไปใช้ควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน
ข้อดีของอาหารมีชีวิต
- มีเส้นใยมาก ย่อยง่าย ทำให้ปลากินได้บ่อยครั้ง
- อาหารมีชีวิตมีองค์ประกอบของกรดอะมิโนอิสระที่สำคัญ ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโต
- มีสารสีธรรมชาติที่ปลาไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง
- ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคให้ปลา
- มีราคาต่ำ
องค์ประกอบทางเคมีของอาหารมีชีวิตแต่ละชนิด
2.อาหารสำเร็จรูป ที่นิยมใช้เลี้ยงปลาทอง ได้แก่ อาหารเม็ด
ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูงจะทำให้ปลาเจริญเติบโตดีและมีสีสันสวยงาม
อาหารที่มีโปรตีนต่ำทำให้ปลาเจริญเติบโตช้าและมีความสมบูรณ์ทางเพศน้อยหรือถ้าอาหารมีปริมาณโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ปลาขับถ่ายของเสียออกมามาก
ปริมาณแอมโมเนียในน้ำมีสูง ทำให้เป็นพิษต่อปลา
อาหารสำเร็จรูปหลากหลายยี่ห้อในปัจจุบันมีส่วนผสมของสารเร่งสีที่ช่วยในการเร่งสีปลา
ก่อนซื้อมาใช้ก็ควรดูส่วนผสมที่ข้างซองก่อนว่ามีสารเหล่านี้ผสมอยู่มากน้อยเพียงใด
ส่วนใหญ่สารเร่งสีที่ผสมอยู่ในอาหารสำเร็จรูปนั้น จะเป็นสารเร่งสีในกลุ่มเบต้าแคโรทีน
Beta-carotene อย่างสารลูทีน (Lutein) ซีอาแซนทีน (Zeaxanthin) และแอสตาแซนทีน (Astaxanthin)
ส่วนสารสีในกลุ่มอื่น เช่น ไลโคพีน(Lycopene) พบมากในพืชจำพวกมะเขือเทศและแครอท
แม้ว่าเป็นสารจำพวกเบต้าแคโรทีนเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถเร่งสีแดงในปลาทองได้
เนื่องจากร่างกายของปลาทองไม่มีกลไกลในการเปลี่ยนสารไลโคพีนให้เป็นแอสตาแซนทีน
ตรงข้ามกับสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina)
ที่สามารถเร่งสีแดงของปลาทองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสาหร่ายดังกล่าวมีสารสีประเภทลูทีนและซีอาแซนทีน
ซึ่งร่างกายของปลาทองมีกลไกลบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนลูทีนและซีอาแซนทีนไปเป็นแอสตาแซนทีนและนำไปใช้ประโยชน์ได้
คุณสมบัติของสาหร่ายสไปรูลิน่า นอกเหนือจากเร่งสีแดงให้ปลาทองแล้ว
มีปริมาณโปรตีนสูง 50-60% มีกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อปลา
สารสีที่พบในสาหร่ายยังเป็นสารตั้งต้นของสารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของปลา
เช่น สารตั้งต้นของวิตามินเอและฮอร์โมนบางชนิด
การเก็บรักษาสาหร่ายสไปรูลิน่า
ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและมืด ภาชนะบรรจุควรอยู่ในถุงฟอยด์ที่ปิดมิดชิด
อากาศเข้าไม่ได้ เนื่องจากสารสีเหล่านี้มีความไวต่อแสงสว่างและออกซิเจน
หากสัมผัสอากาศนานๆจะเกิดการอ๊อกซิแดนท์ ในการผสมสาหร่ายในอาหารปลา
ควรใช้ในปริมาณน้อยๆพอให้ปลากินหมดในแต่ละมื้อ ไม่ควรผสมคราวละมากๆแล้วทิ้งไว้
เพราะทำให้คุณสมบัติบางอย่างสูญเสียไป
ข้อดีของอาหารสำเร็จรูป
- มีสารอาหารครบถ้วน
- สะอาดปลอดภัย และเก็บไว้ได้นาน
- มีให้เลือกหลายชนิด และสะดวกต่อการใช้
หลักในการให้อาหารปลาทอง
1.ปลาในแต่ละช่วงอายุจะมีความต้องการอาหารไม่เท่ากัน
ลูกปลาเล็กขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว อายุไม่เกิน 2 เดือน
มีความต้องการโปรตีนประมาณ 60%-80% เพื่อการเจริญเติบโต
ปลาวัยรุ่นขนาดไม่เกิน 3 นิ้ว อายุระหว่าง 2-4 เดือน มีความต้องการโปรตีน
ประมาณ40%-60% เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางเพศ
ปลาโตเต็มวัยขนาด 3 นิ้วขึ้นไป อายุ 4 เดือนขึ้นไป มีความต้องการโปรตีน
ประมาณ 30%-40%
2.การให้อาหารปลาทองควรให้วันละ 3-5% ของน้ำหนักปลา
เช่นปลาที่เลี้ยงไว้ทั้งหมด น้ำหนัก 500 กรัม ควรให้อาหารเม็ดวันละ 15-25 กรัม
(ปลาทอง ขนาดความยาว 12.5 ซม. จะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 100 กรัม)
3.แบ่งมื้ออาหารในการให้ออกเป็นหลายมื้อ ถ้าไม่มีเวลาอย่างน้อยๆก็ควรให้วันละ
2 มื้อ
4.ปริมาณอาหารที่ให้ในแต่ละมื้อไม่ควรให้มากเกินไป ปลาควรกินให้หมดภายใน 15
นาที
5.ควรให้อาหารปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง
6.ปลาไม่ยอมกินอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อนจึง ต้องมีการฝึกให้กินอาหารนั้นก่อน
7.การเลือกชนิดอาหารและปริมาณในการให้อาหาร
ต้องคำนึงถึงระบบการจัดการน้ำในการเลี้ยง
8.ก่อนนำอาหารที่มีชีวิตมาให้ปลากินควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน
แต่มันคือบ้านปลา หรือตู้ปลา นี่คือสิ่งแรกที่เราต้องซื้อและเตรียมให้พร้อมก่อนที่จะลงมือเลี้ยงปลาสวยงาม
แล้วก็มาถึงข้อสงสัยของหลายคนว่าตู้ปลาขนาด48นิ้ว มันจะเลี้ยงปลาได้กี่ตัว เพราะว่าตู้มีขนาดใหญ่น่าจะเลี้ยงปลาได้เยอะเหมือนกันใส่ไปเหอะอย่าให้มันแน่นเกินไปก็พอ โฮ่ๆๆ...ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหากคุณคิดแบบนั้นหรือว่ามีใครบอกคุณแบบนั้น
โดยเรามีสูตรคิดง่ายๆแบบนี้ ความจุน้ำ3ลิตรเลี้ยงปลาความยาวไม่เกิน1นิ้ว หากเราคิดแบบนี้เราจะทราบว่าตู้ใบนี้ของเราจะเลี้ยงปลาได้กี่ตัว...อ้าว...เหวอกันอีก เพราะมีบางคนสงสัยว่าแล้วจะไปรู้ได้ไง(ฟะ)ว่าตู้มันใส่น้ำได้กี่ลิตร ผมมีสูตรคำนวณมาให้อีก ฮิๆๆวันนี้มีแต่เรื่องการคำนวณ สูตรก็คือ กว้างxยาวxสูง แล้วหารด้วย0.016 เพียงเท่านี้เราก็จะได้ปริมาตรความจุของน้ำในตู้ปลาใบนั้นแล้วครับ
อันนี้สุดแล้วแต่จะเรียกกันนะครับ สำหรับปลากัดป่าลำตัวจะค่อนข้างบาง มีสีน้ำตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียว ปลาป่านี่ถือว่าเป็นปลาที่มีมานานตามธรรมชาติในสมัยก่อนนักเลงปลากัดก็นิยมเอามาใช้เลี้ยงกัดในเกมกัดปลาเหมือนกัน เพราะมีความปราดเปรียวและว่องไวแต่เรื่องน้ำอึดน้ำทนในการกัดแล้วอาจจะน้อยกว่าปลากัดหม้อ ปลากัดป่าเป็นปลาที่หาง่าย(ในสมัยก่อนนะ)โดยสามารถหาได้ตามห้วยหนองคลองบึง ตามแหล่งน้ำทั่วไปตามคันนาก็ยังสามารถหาได้ แต่ในสมัยนี้อาจจะหายากกว่าเดิมเพราะว่าสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยน เมื่อก่อนตอนผมเป็นเด็กการจะหาปลากัดก็จะหาได้ตลอดทุกฤดูแต่ให้ดีหน่อยก็ช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำเยอะและปลากัดจะชอบทำหวอดอยู่บริเวณริมน้ำ สังเกตเห็นง่ายมากแถมเจ้าของหวอดก็จะว่ายวนเวียนเป็นปลาหวงถิ่นอยู่แถวๆนั้นบางครั้งก็อยู่ใต้หวอด ผมใช้สวิงหรือบางครั้งก็ตระกร้าเล็กๆที่มีรูตักพรวดได้มาแล้วหนึ่งตัว... แต่บางครั้งก็ใช้มือจับก็ได้ครับค่อยๆวางมือลงน้ำทั้งสองข้างแล้วค่อยช้อนเข้าหากัน เจ้าปลากัดด้วยความเป็นปลานักสู้มันไม่ยอมถอยง่ายๆครับมันจะว่ายน้ำนิ่งๆเพื่อปกป้องอนาเขตและประกาศให้ศัตรูมันรู้ว่านี่ถิ่นตูนะเฟ้ย...มันก็เลยโดนจับมาง่ายๆด้วยประการฉะนี้แลแต่ในปัจจุปันปลากัดป่าหายากกว่าสมัยก่อน ดังนั้นจึงได้มีฟาร์มและผู้เพาะเลี้ยงปลากัดป่าเป็นอาชีพเกิดขึ้นมาแทน และยังได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความสวยงามละหลากหลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ใช้ในเกมการกัดปลา(ที่จริงสมัยนี้ก็ยังนิยม) เพราะมีความอดทนกว่าปลาป่า กัดเก่งและหนักกว่า จึงเป็นที่ถูกใจนักเลงปลากัดมาตลอด สำหรับปลากัดหม้อไม่ใช่ปลาที่มีอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแต่เป็นปลาที่คาดว่าจะมีการพัฒนาสายพันธุ์มาแต่โบราณโดยเน้นเรื่องเกมการกัดปลา แต่ในสมัยนี้ปลากัดหม้อได้ถูกพัฒนามาเป็นปลากัดสวยงามและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ อีกทั้งตอนนี้ปลากัดหม้อก็ยังถือเป็นปลาส่งออกที่มีอัตราการสั่งจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นทุกปี
ปลานักสู้และเจ้าปลากัดจีนนี่ล่ะครับเป็นปลาที่ถูกจำหน่ายเป็นปลาสวยงามส่งออกมากที่สุด และในปัจจุปันปลากัดจีนก็ได้รับการพัฒนาออกมาจนแตกแยกออกเป็นอีกหลายหลายชนิด และมีความหลากหลายมาก จนเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงกันทั่วโลก