Goooooogle Analytics

fancyfish

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลี้ยงปลาสวยงาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลี้ยงปลาสวยงาม แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เลี้ยงปลาทองให้มีความสุข

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

เลี้ยงปลาทองให้มีความสุข และสุขภาพดี

สวัสดีครับ...นี่คงเป็นการกล่าวทักทายกันหลังจากผมห่างหาจากที่นี่ไปนาน เพราะช่วงนี้ผมจะค่อนข้างใช้เวลาดูแลและบริหารเวปไซด์ thaifancyfish.com นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์ ค่อนข้างจะมาก ก็ต้องขออภัยกับหลายคนที่เข้ามาอ่านบทความในBlog ของผมเป็นประจำ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกละอายใจ และอยากจะขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่ใช่ผู้ที่เก่งกาจอะไรนักจนสามารถเรียกตัวเองว่ากูรูเรื่องปลาสวยงาม อาศัยแค่ใจรักและชอบอ่านหนังสือหรือค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาสวยงาม รวมถึงปลาสายพันธุ์ต่างๆที่มีอยู่บนโลกกลมๆใบนี้ และทุกวันนี้ก็ยังพยามหาข้อมูลและเรียนรู้เรื่องปลาสวยงามต่างๆอยู่เสมอ ดังนั้นถือว่าผมเอาความรู้ที่ได้ค้นคว้าหามา และจากประสบการณ์บางส่วนของผมและจากผู้รู้ท่านอื่นๆที่ผมมีโอกาสพบป่ะพูดคุยด้วยมาเล่ามาแลกเปลี่ยนให้ทุกคนที่รักการเลี้ยงปลาสวยงามฟังก็แล้วกันนะครับ สำหรับบทความนี้ผมขอออกตัวก่อนว่าเป็นบทความเดียวกันกับที่ผมเขียนและตีพิมพ์อยู่ในนิตยสารแฟนซีฟิช ดังนั้นหากท่านที่อ่านแล้วสงสัยว่าทำไมเหมือนกันก็ขออภัย เพราะผมนำมาลงในนี้เพื่อบางท่านที่ไม่ได้ติดตามอ่านจากนิตยสาร

ในโลกของการเลี้ยงปลาสวยงามแล้ว ปลาทอง(Gold Fish) จัดเป็นปลาที่มีคนนิยมและชื่นชมไปทั่วโลก อาจจะถืดว่าเป็นปลาสวยงามที่มีผู้เลี้ยงมากที่สุดชนิดหนึ่งก็ว่าได้ ผมเองเมื่อยังเด็กก็ชอบเลี้ยงปลาทอง แม้นบ้านจะอยู่ต่างจังหวัด แถมการหาปลาทองสวยๆมาเลี้ยงก็ทำได้ยากลำบาก แต่ผมเองก็ชอบที่จะรบเร้าพ่อแม่ซื้อปลาทองมาให้เลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง ส่วนพ่อแม่ผมจะถือว่าท่านสนับสนุนหรือไม่อันนี้ไม่ขอยืนยัน เพราะส่วนหนึ่งผมคิดว่าพวกท่านคงทนรำคราญผมไม่ไหว (ฮา)
การเลี้ยงปลาทองนั้นถามว่ายากมั้ย หากจะให้ตอบผมก็บอกว่าไม่ยากเลยครับ เพียงคุณต้องเตรียมพร้อมก่อนที่จะเลี้ยงปลาทอง โดยเราต้องศึกษาเรื่องของชนิดปลาทองศึกษาลักษณะปลาที่ดีเป็นอย่างไร การดูแลปลาทำอย่างไร เพราะหากไม่ศึกษาก่อนแล้วนำมาเลี้ยงโดยไม่มีความรู้เลยโอกาสที่ปลาจะตายก็สูง ซึ่งความรู้ต่างๆเหล่านี้สามารถศึกษาได้จากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับปลาสวยงาม หรือจะขอคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับปลาชนิดนั้นๆเพื่อให้โอกาสในการเลี้ยงปลาของเราประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น แต่หลายๆครั้งผมเห็นผู้เลี้ยงปลาทองโดยเฉพาะมือใหม่ หรือแม้นแต่มือเก่าที่เลี้ยงปลามามากบางคน เมื่อพบเจอปลาทองที่สวยโดนใจ ก็จะเกิดแรงกระตุ้นต่อมความต้องการที่จะเลี้ยงจนพุ่งสูงปรี๊ดๆๆๆขึ้นมาแบบหักห้ามใจไม่อยู่ควักเงินซื้อปลาทองจากร้านขายปลามาเลี้ยง โดยลืมไปว่าบางครั้ง ณ.เวลานั้นเรายังไม่พร้อมที่จะนำปลามาเลี้ยง แม้นคุณจะมีความคุ้นเคยกับการเลี้ยงปลามามากแต่บางครั้งความหน้ามืดที่มาเยือนคุณแบบไม่รู้ตัว ทำให้คุณต้องพบกับอุปสรรคในการที่จะเลี้ยงปลาทองให้มีความสุขและสุขภาพดี หากคุณลืมนึกถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนจะเลี้ยงปลาทอง และสิ่งที่สำคัญในการเลี้ยงปลาทองคือ สถานที่ในการเลี้ยงปลา

สถานที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงปลาทองนั้นบางคนอาจจะสงสัยว่ามันมีความพิเศษหรือมีคุณสมบัติแบบไหน โดยรวมๆแล้วสถานที่ ที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาทองนั้น ก็คือที่คุณพักอาศัยอยู่นั่นล่ะครับ เรียกได้ว่าทุกแห่งที่เป็นที่พักอาศัยของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมีเนียม หรือแม้นแต่ห้องเช่าก็สามารถจะเป็นที่เลี้ยงปลาทองได้ดี ไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องมีเนื้อที่เลี้ยงเป็นไร่ ถึงจะเลี้ยงได้ปลาทองได้สวยและมีคุณภาพ
เทคนิคมีเพียงแค่ปัจจัยสนับสนุนที่เหมาะสม โดยแบ่งเป็นส่วนๆดังนี้

1.บ้านหลังงามของปลาทอง
คำว่าบ้านของปลาทองในที่นี้ผมหมายถึง ตู้หรืออ่างปลาที่คุณจะใช้เลี้ยงปลาทองตัวเก่งของคุณ โดยภาชนะที่จะใช้เลี้ยงนั้นต้องมีความเหมาะสมกับขนาดของปลาและจำนวนปลาที่จะเลี้ยง นอกจากนั้นต้องสามารถจัดวางได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่อยู่อาศัยของคุณ เพราะผมเคยเห็นคนเลี้ยงปลาทองในโหลแก้วแล้วนั่งอมยิ้มแก้มตุ่ยชื่นชมว่าปลาทองน่ารัก ดูสิพวกมันทำปากมุบมิบๆ แต่คุณทราบมั้ยการที่อยู่ในโหลขนาดแทบจะพอดีตัวปลาแบบนั้น ผมบอกเลยครับทรมารปลาชัดๆ หากมีใครจับคุณไปขันในที่แคบๆพอดีตัวคุณแบบนั้นทั้งชีวิตคุณจะมีความสุขมั้ยล่ะคุณก็คงทำปากมุบมิบแบบปลาทองด่าแช่งคนที่ทำแบบนี้กับคุณทั้งวันเหมือนกัน
2.อากาศแน่นอนครับเลี้ยงปลาแม้นมันจะอยู่ในน้ำแต่ก็ต้องใช้อากาศหายใจเช่นกันลองคิดกันเล่นครับหากเราต้องอยู่ในที่ๆไม่มีอากาศที่ดี ไม่มีการถ่ายเท อับ ชื้น เหม็นเน่านั้น มันจะอึดอัดขนาดไหน ดังนั้นการเลี้ยงปลาทองก็เช่นกันครับ สถานที่เลี้ยงก็ต้องเป็นสถานที่ ที่มีความโปร่งโล่งและอากาศถ่ายเทได้สะดวกพอสมควรเพราะหากปลาที่เลี้ยงไม่มีอากาศที่ถ่ายเทสะดวกแล้วละก็ ความอ่อนแอก็จะมาเยือนเจ้าพุงยุ้ยของเราเป็นแน่ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากเชื้อรา
3.แสงแดด
ใช่ครับต่อมาการเลี้ยงปลาทองให้มีสุขภาพดีนั้น นอกจากสถานที่เลี้ยงจะต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกแล้ว สิ่งต่อมาก็คือเรื่องของแสงแดด แสงแดดนั้นมีความสำคัญหลายอย่างในการเลี้ยงปลาทอง เพราะแสงแดดจะช่วยให้ปลามีสีสันที่สดใส เกร็ดขึ้นเงาสวยงาม อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้อุณหภูมิในน้ำโดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวแบบนี้มีความอบอุ่นขึ้น ทำให้ปลาทองของเราร่าเริงไม่ซึมหงอยนอนอยู่พื้นตู้ อีกทั้งแสงแดยังช่วยเพิ่มผู้ช่วยทางธรรมชาติให้กับปลาทองของเรา นั่นคือตะไคร่น้ำ ต้องไม่ลืมว่าปลาทองนี่เป็นปลาที่กินง่ายถ่ายคล่อง แต่ก็อย่าปล่อยตะไคร่ขึ้นมากจนเกินไปนะครับ เพราะตะไคร่น้ำที่มีแบบพอดีจะช่วยกำจัดของเสียซึ่งมาจากปลาทอง จะทำให้คุณภาพน้ำเลี้ยงนั้นดีขึ้น อีกทั้งแสงแดดยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดในน้ำ และยังสามารถทำลายสารบางชนิดที่ตกค้างอยู่ในตู้ปลาของเราได้ แต่ก็มีข้อพึ่งระวังเช่นกันนะครับสำหรับการให้ปลาทองของเราโดนแสงแดด เพราะหากโดนมากไปหรือโดนทั้งวันอุณหภูมิของน้ำอาจจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ปลาปรับตัวไม่ทัน แทนที่จะเป็นผลดีกลับเป็นฝันร้ายแทน ดังนั้นเราต้องวางตู้ปลาทองในจุดที่พอเหมาะที่จะโดนแสงแต่ต้องไม่มากไป หรือหากว่าไม่มีมุมที่จะหลบแสงแดดจริงๆ โดยเฉพาะปลาทองที่เลี้ยงในบ่อ เราอาจจะต้องหาอะไรมาช่วยบังแดดไว้บ้าง
4.ระบบน้ำเลี้ยง
คุณภาพน้ำที่เหมาะสมในการเลี้ยงปลาทอง ต้องเป็นน้ำที่ที่สะอาด ไม่มีคลอรีน และต้องมีการจัดการการหมุนเวียนของน้ำที่ดี ผ่านระบบกรองน้ำหมุนเวียนซึ่งจะช่วยควบคุมสภาวะที่จำเป็นต่อเจริญเติบโตและสุขภาพที่ดีของปลาทอง ระบบน้ำหมุนเวียนคือระบบที่ผลิตน้ำที่สะอาดโดยการใช้ระบบกรองหมุนเวียนน้ำในตู้กลับมาเลี้ยงใหม่ ผ่านการกรอง(ไบโอฟิวเตอร์) ซึ่งทำให้น้ำที่ไหลผ่านมีความสะอาดขึ้น โดยการนำของเสีย เศษอาหารออกจากน้ำทำให้น้ำสะอาดก่อนที่จะหมุนเวียนนำกลับมาเลี้ยงปลาใหม่อีกครั้ง

ดังนั้นข้อสรุปคือ ก่อนจะเลี้ยงปลาทองคุณต้องวางแผนและจัดการสถานที่ในการเลี้ยงให้พร้อมเสียก่อน แล้วจึงค่อยคิดที่จะซื้อปลาทองมาเลี้ยง การเลี้ยงปลาทั้งทีให้มองว่าเขาคือสิ่งมีชีวิตที่รักตัวเองเช่นเดียวกับคุณ กลัวตายเช่นเดียวกับคุณ และอยากมีความสุขในชีวิตเช่นเดียวกับคุณ ... เอาล่ะครับวันนี้คงต้องลากันก่อนไว้ครั้งต่อไปผมจะมีเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามชนิดต่างๆมาเล่าให้ฟังกันอีก ขอให้มีความสุขกับการเลี้ยงปลาครับ

นิตยสารปลาสวยงามออนไลน์

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สงสารปลากัดไทย

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


"
ช่งนี้กระแสฟุตบอลโลกกำลังมาแรง เราคนไทยก็เชียร์กัน ไม่ว่าหญิงหรือชาย แม้นทีมชาติไทยของเราจะไม่มีโอกาสได้ลงแข่งขันกับเขาด้วย หากเปรียบกับกระแสความสนใจและรู้จักฟุตบอลสำหรับปลาสวยงามแล้ว คงเหมือนกับปลากัด ปลาที่คนไทยเราทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายต่างก็รู้จัก แต่จะมีสักกี่คนที่มีความรู้และเข้าใจเรื่องปลากัดอย่างจริงจัง คิดแล้วมันน่าเสียดายเหมือนเราเชียร์บอลโลกแต่เราไม่เคยสนใจบอลของทีมชาติไทยเลย ปล่อยให้ต่างชาติมามีบทบาทและอำนาจเหนือเรา เหมือนกับปลากัด Sime finght fish หรือ Betta fish ที่ต่างชาติรู้จักและชื่นชมกันไปทั่วโลก และมีการจัดตั้งเป็นสมาคมปลากัดมาออกกฏกติกาควบคุมเรา แล้วเราคนไทยก็ได้แต่นิ่งเฉย และมาในวันนี้มีกลุ่มคนที่พยามตั้ง"สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม" เพื่อสร้างมาตราฐานของปลากัดไทย แต่ก็ยังขาดแรงสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเรา...เราคนไทยด้วยกันเอง ผมจึงบอกว่ามันน่าเสียดายยังไงล่ะครับ เพราะหากเรานิ่งเฉยมันก็เหมือเรานั่งดูบอลโลกแล้วด่าบอลไทย แต่สำหรับปลากัดแล้ว นี่คือปลาของเราคนไทยที่คนทั่วโลกยอมรับ แล้วเราคนไทยยังทิ้งโอกาสนี้ให้ต่างชาติเขามาควบคุมเราอีก

วันนี้ผมจึงอยากจะเชิญชวนผู้ที่มีความรู้ ความสารถ หรือมีควานสนใจการเลี้ยงปลากัดหรือจะเป็นปลาสวยงามอย่างอื่นก็ได้ เข้ามาร่วมกันกับสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม เพื่อหาแนวทางในการพัฒนปลากัดไทยของเราให้โลกรู้จักมากกว่านี้และสำคัญที่สุดคือ ให้เขาเข้าใจถึงมาตราฐานปลากัดไทยโดยคนไทย"


หากเพื่อนๆท่านใดสนใจอยากจะสมัครเป็นสมาชิกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม
ก็สามารถติดต่อไปได้ที่

www.plakadthai.org
โทร
087-0738299 คุณต่อ , 089-9801588 คุณต้น interfish

วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปลาทอง ซีทรู gold fish

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,>HTML clipboard“ปลาทองซีทรู” ใสทะลุถึงอวัยวะภายใน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2552 16:58 น.


ปลาทองซีทรู สัตว์น้ำพันธุ์ใหม่ที่จะช่วยให้ไม่ต้องชำแหละเพื่อการศึกษา

เอเอฟพี - หลังจากครั้งแรกที่ค้นคว้า และสร้างกบซีทรูได้ นักวิจัยญี่ปุ่นก็ยังประสบความสำเร็จในการผลิตปลาทอง ที่สามารถมองเห็นการเต้นของหัวใจทะลุผ่านเกล็ด และหนังที่โปร่งใสได้อีกครั้ง

สัตว์โปร่งใสเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการลดความจำเป็นใน การผ่าชำแหละสัตว์เหล่านั้น ซึ่งกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในโรงเรียนต่างๆ “คุณสามารถเห็นหัวใจเต้น และอวัยวะอื่นๆได้ เนื่องจากเกล็ด และหนังปลาไม่มีเม็ดสี” ยูตากะ ทามารุ รองศาสตราจารย์ภาควิชาชีววิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยมิเอะกล่าว “คุณไม่จำเป็นต้องผ่าชำแหละมัน คุณสามารถเห็นสมองเล็กๆเหนือตาสีดำของปลาทองได้เลย”

ทีมนักวิจัยร่วมของมหาวิทยาลัยมิเอะ และนาโกยา สร้างปลาทองริวกินโปร่งแสง จากการเลือกไข่ปลาทอง ที่หนังไม่มีสี และเพาะพันธุ์มันขึ้นมา โดยปลาซีทรูเหล่านี้น่าจะมีชีวิตอยู่ได้ราวๆ 20 ปี และเติบโตได้มากสุด 25 เซนติเมตร หนัก 2 กิโลกรัม ซึ่งจะใหญ่กว่าปลาทั่วไป ที่ใช้ในการทดลอง เช่น ปลามังกร หรือปลาเมดากะของญี่ปุ่น
ด้านทีมนักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งประกาศว่าสามารถพัฒนากบซีทรูได้ในปี 2007 เผยว่า พวกเขามีแผนจะเริ่มขายเจ้าสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 4 ขา ที่มีหนังโปร่งใสตั้งแต่ระยะที่เป็นลูกอ๊อด ภายในครึ่งปีแรกของปีหน้า ให้แก่ห้องทดลอง และโรงเรียนใช้ในการศึกษาวิจัย รวมถึงขายเป็นสัตว์เลี้ยง ในราคาที่คาดว่าไม่น่าจะเกิน10,000 เยน หรือ ไม่เกิน 3,700 บาท

พอดีผมเห็นข่าวนี้ก็เลยเอามาลงกันให้อ่านครับเพื่อใครบางคนอาจจะไม่เคยได้อ่านข่าวนี้ แต่ตอนเด็กๆผมอยู่ต่างจังหวัดปลาตัวใสๆเห็นก้างนี่มีเยอะครับ ผมเรียกปลาคาบของ หรือแม้นแต่ปลาก้างพระร่วงก็ตัวใสนะ แล้วปลาตัวใสแบบนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของยีนด้อยมากกว่า หมือนพวกปลาบางชนิดที่ยีนสีด้อย อย่างปลากัดก็มี สีแนวๆนี้ล่ะครับ เราเรียกกันว่าปลากัดแฟนซี แต่ตัวนี้เขาเรียกหรูกว่าเราว่าเป็นปลาซีทรู แต่ดูๆไปก็สวยดีครับ แต่จะขายตั้ง3,700 มันน่าจะทำเป็นโตซากิ้นซีทรูนะครับคุณพี่ยูกาตะ ทามารุ

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

อาหารปลาทอง

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

เรื่องควรรู้เกี่ยวอาหารปลาทอง




อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาทองมีหลากหลายชนิด
ทั้งอาหารมีชีวิตและอาหารสำเร็จรูปซึ่งแต่ละชนิดมีคุณค่าทางอาหารต่างกันไป
การเลือกใช้อาหารแต่ละชนิดขึ้นกับความเชื่อและความสะดวกของผู้เลี้ยง
แต่ไม่ว่าจะให้อาหารชนิดใดก็แล้วแต่ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงที่สุดคือ
ปริมาณการให้ที่เหมาะสมและความสะอาดของอาหารที่ให้


ชนิดของอาหาร

1.อาหารมีชีวิตหรืออาหารสด ปลาทองเป็นปลาที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์
แต่อาหารที่พวกมันชอบมากที่สุดก็คง

หนีไม่พ้นลูกน้ำ ไรแดง ไรทะเล หนอนแดง และไส้เดือนน้ำ

ลูกน้ำ
อาหารชั้นเลิศที่เพาะเลี้ยงต่างเสาะหามาให้ปลาของตนกิน
เป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงย่อยง่าย ปลากินแล้วโตเร็ว แต่มักมีปัญหาเรื่องโรค
เพราะลูกน้ำมักเกิดในแหล่งน้ำที่สกปรก
เพราะฉะนั้นก่อนนำมาให้ปลากินควรมีการล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน


ไรแดง เป็นอาหารสำหรับอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนหรือให้ปลาโตกิน มีทั้งมาจากการเพาะเลี้ยงและมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ส่วนใหญ่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อนให้ปลากินควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน ไรแดงมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2 วัน หรือถ้าต้องการเก็บรักษาไว้ใช้นานๆก็นำไปแช่ในช่องฟรีซ แต่ชอบกินไรแดงเป็นๆมากกว่า






ไรทะเล

เป็นอาหารมีชีวิตที่ค่อนข้างสะอาด เพราะอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม แต่ก็ใช้ว่าไม่มีเชื้อโรคเลย
เพราะบางครั้งเชื้อโรคอาจมาจากการใช้กระชอนที่ไม่สะอาดตักไรทะเลให้ปลากิน หรือใส่ไรทะเลในภาชนะที่ไม่สะอาด ส่วนใหญ่ไรทะเลที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงปลาทองมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงแถบทั้งนั้น การเก็บรักษาไรทะเลก็ให้ทำเหมือนกับการเก็บไรแดง เพียงแต่ต้องใส่เกลือลงไปในน้ำเพื่อให้น้ำมีความเค็ม

หนอนแดง

เป็นอาหารที่นิยมใช้ในการเลี้ยงปลาทอง เพราะเชื่อว่ามีสารเร่งสีตามธรรมชาติอยู่ในตัวเนื่องจากเป็นอาหารที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเหมือนกับลูกน้ำและไรแดง ก่อนนำมาใช้ต้องล้างทำความสะอาดเสียก่อน
แต่ปัจจุบันผู้ผลิตอาหารปลาหลายรายนำหนอนแดงสดไปฆ่าเชื้อโรคด้วยโอโซนและแพ็คด้วยกระดาษฟอยด์ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานด้วยการแช่แข็ง

ไส้เดือนน้ำ

เป็นอาหารมีชีวิตที่มาจากแหล่งน้ำธรรมชาติมีโปรตีนสูงพอสมควร แต่ที่ไม่ค่อยมีใครนิยมนำมาใช้เลี้ยงปลาทองเพราะไส้เดือนตายง่าย การเก็บรักษาค่อนข้างยุ่งยาก เพราะต้องใส่ในภาชนะที่มีน้ำไหลผ่านอยู่ตลอดเวลาหรืออาจต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆจึงจะมีชีวิตอยู่ได้นาน



ข้อควรปฎิบัติในการนำอาหารมีชีวิตมาให้ปลากิน

1.อาหารหลายชนิดมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ
เพราะฉะนั้นก่อนนำมาให้ปลากินต้องล้างน้ำเปล่าให้สะอาด และแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น
100-150 ppm นาน 3-5 นาที

2.หมั่นคัดตัวที่ตายออกจากภาชนะที่ใส่
เพราะตัวที่ตายจะหมักหมมจนก่อให้เกิดเชื้อโรคได้

3.ไม่นำกระชอนหรือภาชนะที่ใส่อาหารมีชีวิตไปใช้ปะปนกัน
ก่อนนำไปใช้ควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน

ข้อดีของอาหารมีชีวิต

- มีเส้นใยมาก ย่อยง่าย ทำให้ปลากินได้บ่อยครั้ง

- อาหารมีชีวิตมีองค์ประกอบของกรดอะมิโนอิสระที่สำคัญ ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโต

- มีสารสีธรรมชาติที่ปลาไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง

- ช่วยสร้างภูมิต้านทานโรคให้ปลา

- มีราคาต่ำ

องค์ประกอบทางเคมีของอาหารมีชีวิตแต่ละชนิด


2.อาหารสำเร็จรูป ที่นิยมใช้เลี้ยงปลาทอง ได้แก่ อาหารเม็ด
ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูงจะทำให้ปลาเจริญเติบโตดีและมีสีสันสวยงาม
อาหารที่มีโปรตีนต่ำทำให้ปลาเจริญเติบโตช้าและมีความสมบูรณ์ทางเพศน้อยหรือถ้าอาหารมีปริมาณโปรตีนมากเกินไปอาจทำให้ปลาขับถ่ายของเสียออกมามาก
ปริมาณแอมโมเนียในน้ำมีสูง ทำให้เป็นพิษต่อปลา
อาหารสำเร็จรูปหลากหลายยี่ห้อในปัจจุบันมีส่วนผสมของสารเร่งสีที่ช่วยในการเร่งสีปลา
ก่อนซื้อมาใช้ก็ควรดูส่วนผสมที่ข้างซองก่อนว่ามีสารเหล่านี้ผสมอยู่มากน้อยเพียงใด

ส่วนใหญ่สารเร่งสีที่ผสมอยู่ในอาหารสำเร็จรูปนั้น จะเป็นสารเร่งสีในกลุ่มเบต้าแคโรทีน
Beta-carotene อย่างสารลูทีน (Lutein) ซีอาแซนทีน (Zeaxanthin) และแอสตาแซนทีน (Astaxanthin)
ส่วนสารสีในกลุ่มอื่น เช่น ไลโคพีน(Lycopene) พบมากในพืชจำพวกมะเขือเทศและแครอท
แม้ว่าเป็นสารจำพวกเบต้าแคโรทีนเหมือนกัน แต่ก็ไม่สามารถเร่งสีแดงในปลาทองได้
เนื่องจากร่างกายของปลาทองไม่มีกลไกลในการเปลี่ยนสารไลโคพีนให้เป็นแอสตาแซนทีน
ตรงข้ามกับสาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina)
ที่สามารถเร่งสีแดงของปลาทองได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสาหร่ายดังกล่าวมีสารสีประเภทลูทีนและซีอาแซนทีน
ซึ่งร่างกายของปลาทองมีกลไกลบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนลูทีนและซีอาแซนทีนไปเป็นแอสตาแซนทีนและนำไปใช้ประโยชน์ได้

คุณสมบัติของสาหร่ายสไปรูลิน่า นอกเหนือจากเร่งสีแดงให้ปลาทองแล้ว
มีปริมาณโปรตีนสูง 50-60% มีกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อปลา
สารสีที่พบในสาหร่ายยังเป็นสารตั้งต้นของสารที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของปลา
เช่น สารตั้งต้นของวิตามินเอและฮอร์โมนบางชนิด

การเก็บรักษาสาหร่ายสไปรูลิน่า

ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและมืด ภาชนะบรรจุควรอยู่ในถุงฟอยด์ที่ปิดมิดชิด
อากาศเข้าไม่ได้ เนื่องจากสารสีเหล่านี้มีความไวต่อแสงสว่างและออกซิเจน
หากสัมผัสอากาศนานๆจะเกิดการอ๊อกซิแดนท์ ในการผสมสาหร่ายในอาหารปลา
ควรใช้ในปริมาณน้อยๆพอให้ปลากินหมดในแต่ละมื้อ ไม่ควรผสมคราวละมากๆแล้วทิ้งไว้
เพราะทำให้คุณสมบัติบางอย่างสูญเสียไป





ข้อดีของอาหารสำเร็จรูป

- มีสารอาหารครบถ้วน

- สะอาดปลอดภัย และเก็บไว้ได้นาน

- มีให้เลือกหลายชนิด และสะดวกต่อการใช้

หลักในการให้อาหารปลาทอง

1.ปลาในแต่ละช่วงอายุจะมีความต้องการอาหารไม่เท่ากัน

ลูกปลาเล็กขนาดไม่เกิน 2 นิ้ว อายุไม่เกิน 2 เดือน
มีความต้องการโปรตีนประมาณ 60%-80% เพื่อการเจริญเติบโต

ปลาวัยรุ่นขนาดไม่เกิน 3 นิ้ว อายุระหว่าง 2-4 เดือน มีความต้องการโปรตีน
ประมาณ40%-60% เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ทางเพศ

ปลาโตเต็มวัยขนาด 3 นิ้วขึ้นไป อายุ 4 เดือนขึ้นไป มีความต้องการโปรตีน
ประมาณ 30%-40%

2.การให้อาหารปลาทองควรให้วันละ 3-5% ของน้ำหนักปลา
เช่นปลาที่เลี้ยงไว้ทั้งหมด น้ำหนัก 500 กรัม ควรให้อาหารเม็ดวันละ 15-25 กรัม
(ปลาทอง ขนาดความยาว 12.5 ซม. จะมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 100 กรัม)

3.แบ่งมื้ออาหารในการให้ออกเป็นหลายมื้อ ถ้าไม่มีเวลาอย่างน้อยๆก็ควรให้วันละ
2 มื้อ

4.ปริมาณอาหารที่ให้ในแต่ละมื้อไม่ควรให้มากเกินไป ปลาควรกินให้หมดภายใน 15
นาที

5.ควรให้อาหารปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง

6.ปลาไม่ยอมกินอาหารที่ไม่เคยกินมาก่อนจึง ต้องมีการฝึกให้กินอาหารนั้นก่อน

7.การเลือกชนิดอาหารและปริมาณในการให้อาหาร
ต้องคำนึงถึงระบบการจัดการน้ำในการเลี้ยง

8.ก่อนนำอาหารที่มีชีวิตมาให้ปลากินควรล้างทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ตู้ปลาเรื่องที่หลายคนมองข้าม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,
ตู้ปลาตอนที่1
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หากเราต้องการเลี้ยงปลาตู้สวยงามก็มักจะตรงไปยังแหล่งขายปลาสวยงามพร้อมกับเลือกซื้อหาปลาที่ชื่นชอบมาเลี้ยง โดยเราจะพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ปลาและปลา..เป็นอย่างแรก
ดังนั้นในหนึ่งวันของการตองการมีปลาตู้มาเลี้ยงไว้ประดับบ้าน เราจะหมดไปกับปลาและการเดินเลือกหาซื้อปลาซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอย่างที่ผมบอกเพียงแต่มันไม่ถูกต้องเท่านั้นเอง
เพราะความจริงแล้วหากคุณต้องการเลี้ยงปลาตู้สวยงามสิ่งแรกที่เราควรซื้อกลับไม่ใช่ปลา แต่มันคือบ้านปลา หรือตู้ปลา นี่คือสิ่งแรกที่เราต้องซื้อและเตรียมให้พร้อมก่อนที่จะลงมือเลี้ยงปลาสวยงาม
หลายครั้งที่ผมมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเวปไซด์เวปบอร์ดของผู้ที่ต้องการเลี้ยงปลาสวยงามมักจะมีคำถามเกี่ยวกับตู้ปลาเสมอๆว่าควรเป็นอย่างไร และแน่นอนครับทุกคำถามก็มีคำตอบอาจจะถูกบ้างผิดบ้างมั่วบ้างแต่ก็ล้วนมาจากความหวังดีของสังคมออนไลน์ แต่นั่นก็มักจะเป็นคำถามที่มาหลังจากที่เราได้ซื้อปลามาแล้ว และนี่คือสิ่งที่ผมจะตั้งคำเพื่อเราจะไปค้นหาคำตอบกัน ระหว่างตู้ปลากับปลา เรานึกถึงอะไรก่อน
เพราะหากเรานึกถึงปลาก่อนเราก็ไปซื้อปลาแต่ไม่ได้ตู้ปลา อ้าว...บ้างคนก็บอกว่าเราก็ซ้อตู้ทีหลังสิ แต่มันก็จะมีคำถามกลับมาอีกว่าแล้วตู้แบบไหนล่ะที่เหมาะกับปลาที่คุณจะเลี้ยง เพราะปลามันมีนิสัยที่ต่างกัน
หลายคนโดยเฉพาะมือใหม่หัดเลี้ยงมักจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับตู้ปลา ขนาดและความเหมาะสมของตู้ปลาว่ามันควรมีขนาดเท่าไหร่ และจะเลี้ยงปลาได้กี่ตัว
ตู้ปลาโดยทั่วไปที่วางขายตาร้านขายปลามีหลายขนาดครับ ตั้งแต่เล็กจนไปถึงใหญ่บะระเหิ้ม ซึ่งทำให้ผู้นิยมเลี้ยงปลาปวดหัวกันมาแล้วว่าไอ้ตู้ขนาดไหนดีวะมันถึงจะเหมาะสม แล้วปลาที่เลี้ยงมันจะมีความสุขไม่อึดอัดเหมือนคนโดนขัง ฮื่ม....สงสัยล่ะสิ
โดยหลักแล้วตู้ปลาที่เหมาะสมที่สุดในการเลี้ยงปลาก็คือ ตู้ขนาด48นิ้ว เพราะมันจะมีขนาดที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป มีพื้นที่ให้ปลาว่ายน้ำได้ มีสภาพใกล้เคียงธรรมชาติและอุณหภูมิน้ำในตู้ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป อย่าลืมนะครับปลาเป็นสัตว์เลือดเย็น(ไม่ใช่คนเลือดเย็นนะ)ดังนั้นการปรับตัวของมันจึงเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิของน้ำ หากน้ำในตู้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป ปลาก็อาจปรับตัวไม่ทันทำให้ป่วยและอาจจะตายในที่สุด
แล้วก็มาถึงข้อสงสัยของหลายคนว่าตู้ปลาขนาด48นิ้ว มันจะเลี้ยงปลาได้กี่ตัว เพราะว่าตู้มีขนาดใหญ่น่าจะเลี้ยงปลาได้เยอะเหมือนกันใส่ไปเหอะอย่าให้มันแน่นเกินไปก็พอ โฮ่ๆๆ...ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหากคุณคิดแบบนั้นหรือว่ามีใครบอกคุณแบบนั้น
อย่าลืมนะครับปลามีนิสัยที่ต่างกันดังนั้นก่อนที่เราจะเอาปลามาเข้าตู้เลี้ยงเราต้องเข้าใจก่อนว่านิสัยของปลาเป็นอย่างไร แล้วจึงมาคำนวณว่าเราจะเลี้ยงปลาอะไรและกี่ตัวดีในตู้ใบนี้ การใส่ปลาลงในตู้นั้นที่จริงเรามีสูตรคำนวนความเหมาะสมของจำนวนปลาตามความจุของน้ำในตู้ปลาเป็นหลักครับ โดยเรามีสูตรคิดง่ายๆแบบนี้ ความจุน้ำ3ลิตรเลี้ยงปลาความยาวไม่เกิน1นิ้ว หากเราคิดแบบนี้เราจะทราบว่าตู้ใบนี้ของเราจะเลี้ยงปลาได้กี่ตัว...อ้าว...เหวอกันอีก เพราะมีบางคนสงสัยว่าแล้วจะไปรู้ได้ไง(ฟะ)ว่าตู้มันใส่น้ำได้กี่ลิตร ผมมีสูตรคำนวณมาให้อีก ฮิๆๆวันนี้มีแต่เรื่องการคำนวณ สูตรก็คือ กว้างxยาวxสูง แล้วหารด้วย0.016 เพียงเท่านี้เราก็จะได้ปริมาตรความจุของน้ำในตู้ปลาใบนั้นแล้วครับ
เห็นมั้ยครับที่จริงแล้วการเลี้ยงปลาตู้สวยงามมันก็มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เราไม่ควรมองข้าม ซึ่งหากเราใส่ใจกับเรื่องเหล่านี้ปลาเราก็จะมีความสุขและมีอายุที่ยืนยาว
สำหรับเรื่องตู้ปลานั้นยังไม่หมดแค่นี้นะครับมันยังมีอีกเพียงแต่ตอนนี้ผมเขียนแค่นี้ก่อน อย่าลืมนะครับการเลี้ยงปลานั้นเรื่องตู้ปลาสำคัญมาก ไม่ว่าเราอยากจะเลี้ยงปลาอะไรเราต้องศึกษานิสัยของปลาแล้วก็มาเตรียมตู้ปลาให้พร้อมก่อนที่จะหาปลามาเลี้ยง และตู้ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่มันก็มีสูตรเดียวกันในการคำนวณความเหมาะสมในการเลี้ยงปลา เราเลี้ยงปลานะครับเพื่อความสวยงามนะครับ ไม่ใช่เอาพวกเขามาทำปลากระป๋องสำหรับคุณๆทุกคนหากมีคำแนะนำติชมก็ยินดีนะครับ และหากใครมีอะไรจะเล่าหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นก็ยินดีครับ แนะนำกันได้ที่การแสดงความคิดเห็นด้านล่างครับ

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ตำนานปลากัดไทย

ปลากัดป่า Betta splendensหรือบางคนเรียกว่าปลากัดลูกทุ่ง

อันนี้สุดแล้วแต่จะเรียกกันนะครับ สำหรับปลากัดป่าลำตัวจะค่อนข้างบาง มีสีน้ำตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียว ปลาป่านี่ถือว่าเป็นปลาที่มีมานานตามธรรมชาติในสมัยก่อนนักเลงปลากัดก็นิยมเอามาใช้เลี้ยงกัดในเกมกัดปลาเหมือนกัน เพราะมีความปราดเปรียวและว่องไวแต่เรื่องน้ำอึดน้ำทนในการกัดแล้วอาจจะน้อยกว่าปลากัดหม้อ ปลากัดป่าเป็นปลาที่หาง่าย(ในสมัยก่อนนะ)โดยสามารถหาได้ตามห้วยหนองคลองบึง ตามแหล่งน้ำทั่วไปตามคันนาก็ยังสามารถหาได้ แต่ในสมัยนี้อาจจะหายากกว่าเดิมเพราะว่าสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยน เมื่อก่อนตอนผมเป็นเด็กการจะหาปลากัดก็จะหาได้ตลอดทุกฤดูแต่ให้ดีหน่อยก็ช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำเยอะและปลากัดจะชอบทำหวอดอยู่บริเวณริมน้ำ สังเกตเห็นง่ายมากแถมเจ้าของหวอดก็จะว่ายวนเวียนเป็นปลาหวงถิ่นอยู่แถวๆนั้นบางครั้งก็อยู่ใต้หวอด ผมใช้สวิงหรือบางครั้งก็ตระกร้าเล็กๆที่มีรูตักพรวดได้มาแล้วหนึ่งตัว... แต่บางครั้งก็ใช้มือจับก็ได้ครับค่อยๆวางมือลงน้ำทั้งสองข้างแล้วค่อยช้อนเข้าหากัน เจ้าปลากัดด้วยความเป็นปลานักสู้มันไม่ยอมถอยง่ายๆครับมันจะว่ายน้ำนิ่งๆเพื่อปกป้องอนาเขตและประกาศให้ศัตรูมันรู้ว่านี่ถิ่นตูนะเฟ้ย...มันก็เลยโดนจับมาง่ายๆด้วยประการฉะนี้แลแต่ในปัจจุปันปลากัดป่าหายากกว่าสมัยก่อน ดังนั้นจึงได้มีฟาร์มและผู้เพาะเลี้ยงปลากัดป่าเป็นอาชีพเกิดขึ้นมาแทน และยังได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความสวยงามละหลากหลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย


ปลากัดหม้อหรือบางครั้งก็เรียกปลาลูกหม้อ ปลากัดไทยครีบสั้น
เรียกกันเสียหลายชื่อ แต่ที่นิยมกันและเข้าใจกันง่ายสุดก็ปลากัดหม้อนี่ล่ะ ปลากัดหม้อจะมีความแตกต่างจากปลากัดป่าตรงที่ขนาดรูปร่างลำตัวโตกว่าปลาป่า ปากมีขนาดใหญ่และหนา สีเดิมของปลากัดหม้อก็จะเป็นสีเข้ม เช่น สีน้ำเงิน สีดำ สีเขียว สีแดง สีเทา สมัยก่อนนั้นนิยม
ใช้ในเกมการกัดปลา(ที่จริงสมัยนี้ก็ยังนิยม) เพราะมีความอดทนกว่าปลาป่า กัดเก่งและหนักกว่า จึงเป็นที่ถูกใจนักเลงปลากัดมาตลอด สำหรับปลากัดหม้อไม่ใช่ปลาที่มีอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแต่เป็นปลาที่คาดว่าจะมีการพัฒนาสายพันธุ์มาแต่โบราณโดยเน้นเรื่องเกมการกัดปลา แต่ในสมัยนี้ปลากัดหม้อได้ถูกพัฒนามาเป็นปลากัดสวยงามและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ อีกทั้งตอนนี้ปลากัดหม้อก็ยังถือเป็นปลาส่งออกที่มีอัตราการสั่งจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ปลากัดจีน หรือปลากัดไทยครีบยาว หรือที่ฝรั่งเรียกว่า"ปลากัดสยาม siamese fighting fish"

ปลากัดจีนเป็นปลาที่มีที่มาของชื่อหลากหลาย บางตำราก็ว่ามาจากชุดงิ้วของอุปรากรณ์จีน บ้างก็ว่ามาจากคนจีน บางคนก็บอกว่ามาจากเวียดนามแต่ที่แน่ๆปลากัดจีนเป็นปลาไทยชัวร์ครับ โดยคาดว่าเริ่มมาจากการที่มีผู้พยามพัฒนาคัดสายพันธุ์ปลากัดโดยเน้นความสวยงามเพื่อเอาไว้เลี้ยงดูเล่น มากกว่าที่จะเอามาเป็นปลานักสู้และเจ้าปลากัดจีนนี่ล่ะครับเป็นปลาที่ถูกจำหน่ายเป็นปลาสวยงามส่งออกมากที่สุด และในปัจจุปันปลากัดจีนก็ได้รับการพัฒนาออกมาจนแตกแยกออกเป็นอีกหลายหลายชนิด และมีความหลากหลายมาก จนเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงกันทั่วโลก
น่าภูมิใจมั้ยครับที่ปลากไทยแท้ๆได้รับความนิยมและโด่งดังไปทั่วโลก แล้วเราคนไทยล่ะ...ให้ค่าความสำคัญของความเป็นไทยนี้แค่ไหน


ครั้งหน้าคงจะมีเรื่องราวปลากัดมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ และสำหรับปลาสวยงามชนิดอื่นๆก็คงจะมีเรื่องเล่ามาคุยกันยังไงก็ติดตามกันเรื่อยๆนะครับ