Goooooogle Analytics

fancyfish

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลากัด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปลากัด แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ความหวังปลากัดสวยงามของไทย

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ผมหายหัวไปนาน...ไม่ใช่เพราะผมขี้เกียจนะ

how to fish fancy ...now มันไม่ใช่ข้อแก้ตัวของผมนะครับกับการที่ผมหายหัวไปนานไม่เข้ามาเขียนบทความอะไรเลยที่เกี่ยวกับปลาสวยงามในblogแห่งนี้
เพราะจริงๆผมก็ยังคงมุ่งมั่นทำอะไรๆเกี่ยวกับปลาสวยงามอยู่เหมือนเดิมเพียงแต่ตอนนี้ผมเข้าไปคลุกอยู่ใน
www.thaifancyfish.com
เลยไม่มีเวลามาเขียนบทความต่างๆในblogแห่งนี้

แต่วันนี้ผมพอจะมีเวลาหลังจากอู้งานประจำที่ต้องทำในวันเสาร์-อาทิตย์เลยรีบมานั่งเขียนblogก่อนที่จะหมดเวลาอย่างที่ผมเขียนไว้ในบทความแรกๆของblogนี้ว่าโดยส่วนตัวผมชอบปลากัดมาก
เพราะผมถือว่าปลากัดเป็นปลาไทยที่สามารถไปยืนประกาศตัวอยู่ในตลาดปลาสวยงามของโลกได้อย่างเต็มความภาคภูมิของคำว่าประเทศไทย

และตอนนี้มีความเคลื่อนไหวอยู่ในวงการคนเลี้ยงปลากัดสวยงามที่ได้มีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็น"สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม"
อันที่จริงสมาคมอนุรักษ์และพัฒนนาปลากัดสยามก็ตั้งกันมากว่า2-3ปีแล้วและได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงล้มลุกคลุกคลานกันมาตลอดด้วยเพราะขาดบุคลกรและเงินทุนหมุนเวียนดังนั้นการทำงานที่นี่จึงต้องทำด้วยใจ... ใจเท่านั้นเพราะไม่มีเงินเดือนไปไหนทำอะไรก็ต้องทุนส่วนตัว
จึงทำให้ที่ผ่านมาผลงานของสมาคมจึงน้อยและเงียบมากผิดกับความตั้งใจของเหล่าสมาชิกและผู้ที่คอยลุ้นอยู่ภายนอก

betta fish แม้นจะล้มๆลุกๆแต่ก็ต้องยอมรับจิตใจของกลุ่มผู้บริหารสมาคมทุกคนตั้งแต่ชุดแรกจนถึงปัจจุปันว่ามีจิตใจที่จะต่อสู้เช่นเดียวกับปลากัด
นักสู้จากสยามกระทั่งมาถึงวันนี้วันที่สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยามที่ผ่านลมฝนและพายุอุปสรรคเดินทางมาอีกก้าวที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนมากขึ้นตามลำดับภายใต้การนำของนายกสมาคม พลโท.ทวีเกียรติ โกไศยกานนท์ ความก้าวหน้าของสมาคมกับความตั้งใจที่จะพัฒนาและช่วยเหลือเกษตกรผู้เพาะเลี้ยงปลากัดให้ลืมตาอ้าปากได้ก็ใกล้ความจริงขึ้นไปอีกขั้นโดยมีข่าวที่ผมทราบจากเพื่อนๆว่าปลายปีนี้จะมีการเปิดตัวสมาคมอย่างเป็นทางการและก่อนสิ้นปีก็จะมีงานสำหรับคนรักปลากัดที่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ซึ่งนั่นหมายถึงงานที่เป็นของคนปลากัดเพื่อคนปลากัดอย่างแท้จริง

ทุกอย่างกำลังก้าวเดินเริ่มนับ1...2...3...ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยามเพียงลำพังอีกต่อไปแต่มันอยู่ที่เราคนไทยด้วยกันเองที่ช่วยเหลือ ประคับประคอง ปกป้องร่วมมือ หรือจะเตะตัดขาทำลายกันเอง ผมฝากเอาไว้ให้คิดเราคนไทยเก่งไม่แพ้ชาติไหนในโลกและปลากัดเป็นปลาของไทยแล้วเราคนไทยต้องยอมเป็นขี้ข้าเขาเพียงเพราะเราต้องการเงินหรือชื่อเสียงจอมปลอมจากต่างชาติมากว่าคำว่ารักและหวงแหนเพราะนี่คือสมบัติของแผ่นดิน





วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สงสารปลากัดไทย

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


"
ช่งนี้กระแสฟุตบอลโลกกำลังมาแรง เราคนไทยก็เชียร์กัน ไม่ว่าหญิงหรือชาย แม้นทีมชาติไทยของเราจะไม่มีโอกาสได้ลงแข่งขันกับเขาด้วย หากเปรียบกับกระแสความสนใจและรู้จักฟุตบอลสำหรับปลาสวยงามแล้ว คงเหมือนกับปลากัด ปลาที่คนไทยเราทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายต่างก็รู้จัก แต่จะมีสักกี่คนที่มีความรู้และเข้าใจเรื่องปลากัดอย่างจริงจัง คิดแล้วมันน่าเสียดายเหมือนเราเชียร์บอลโลกแต่เราไม่เคยสนใจบอลของทีมชาติไทยเลย ปล่อยให้ต่างชาติมามีบทบาทและอำนาจเหนือเรา เหมือนกับปลากัด Sime finght fish หรือ Betta fish ที่ต่างชาติรู้จักและชื่นชมกันไปทั่วโลก และมีการจัดตั้งเป็นสมาคมปลากัดมาออกกฏกติกาควบคุมเรา แล้วเราคนไทยก็ได้แต่นิ่งเฉย และมาในวันนี้มีกลุ่มคนที่พยามตั้ง"สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม" เพื่อสร้างมาตราฐานของปลากัดไทย แต่ก็ยังขาดแรงสนับสนุนทั้งจากภาครัฐและเรา...เราคนไทยด้วยกันเอง ผมจึงบอกว่ามันน่าเสียดายยังไงล่ะครับ เพราะหากเรานิ่งเฉยมันก็เหมือเรานั่งดูบอลโลกแล้วด่าบอลไทย แต่สำหรับปลากัดแล้ว นี่คือปลาของเราคนไทยที่คนทั่วโลกยอมรับ แล้วเราคนไทยยังทิ้งโอกาสนี้ให้ต่างชาติเขามาควบคุมเราอีก

วันนี้ผมจึงอยากจะเชิญชวนผู้ที่มีความรู้ ความสารถ หรือมีควานสนใจการเลี้ยงปลากัดหรือจะเป็นปลาสวยงามอย่างอื่นก็ได้ เข้ามาร่วมกันกับสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม เพื่อหาแนวทางในการพัฒนปลากัดไทยของเราให้โลกรู้จักมากกว่านี้และสำคัญที่สุดคือ ให้เขาเข้าใจถึงมาตราฐานปลากัดไทยโดยคนไทย"


หากเพื่อนๆท่านใดสนใจอยากจะสมัครเป็นสมาชิกสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม
ก็สามารถติดต่อไปได้ที่

www.plakadthai.org
โทร
087-0738299 คุณต่อ , 089-9801588 คุณต้น interfish

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เตรียมพร้อมบ่อรองปูนสำหรับเลี้ยงปลา

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

การเตรียมบ่อรองปูน เพื่อเลี้ยงปลาสวยงาม


ปลาสวยงาม thaifancyfish วันก่อนผมปรับปรุงโรงจอดรถหน้าบ้าน
เพราะช่วงนี้อากาศมันร้อนเหลือเกินจึงต้องทำหลังคาโรงจอดรถไว้สำหรับกันแดดให้กับรถคันงาม(ที่เล็งเอาไว้ว่าจะไปซื้อมาขับ...ฮา...)
ดังนั้นตอนช่างต้องไปซื้ออุปกรณ์สำหรับทำโรงจอดรถ(ที่กำลังจะซื้อในอนาคต)





ผมจึงฝากให้เขาซื้อบ่อรองปูนสำหรับเลี้ยงปลามาให้ด้วยตอนแรกลุงช่างแกไม่รู้จัก
ผมก็อธิบายว่ามันก็เหมือนบ่อส้มนั่นล่ะ
แต่เขาทำไว้สำหรับเลี้ยงปลา แกก็พยักหน้างึกๆเข้าใจๆ
แล้วลุงช่างก็เข้าใจจริงๆล่ะครับ เพราะแกซื้อรองส้วมมาให้
ฮื่อๆ...เลยเดือดร้อนต้องมานั่งโปกปูนปิดก้นบ่อส้วมเพื่อทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา


ปลาสวยงาม thaifancyfish
เอาล่ะครับมาเข้าประเด็นกันดีกว่า
สำหรับรองปูนหรือใครจะเรียกถังส้วมก็ไม่ผิดกติกาอะไร
เป็นอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลาสวยงามอีกอย่างที่เราคนไทยใช้กันผมไม่เห็นฝรั่งต่างชาติเขาใช้เลย
ฮิๆๆสงสัยกลัวจะเหม็น รองปูนนั้นส่วนใหญ่เราคนไทยมักจะใช้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามหรือใช้เป็นบ่ออนุบาลูกปลาอย่าง
ปลากัด ปลาหางนกยูง หรืออาจจะเป็นปลาทอง ปลาหมอสี ก็ได้
เพราะความสะดวกและราคาที่ประหยัด รองปูนลูกหนึ่ง 2-300 บาท เท่านั้น
มันจึงเป็นอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลาของฟาร์มปลาสวยงามหลายๆฟาร์ม
แม้นแต่บางคนที่ไม่ใช่ฟาร์มเลี้ยงปลาสวยงามก็ใช้รองปูนในการเลี้ยงปลาตัวเล็ก
อย่างปลาหางนกยูง ปลาสอด บางคนก็เอามาเลี้ยงไม้น้ำ บัวสวยงามต่างๆ
ดังนั้นเจ้ารองปูนถังส้วมนี้
ผมจึงถือว่ามันเป็นอุปกรณ์การเลี้ยงปลาอีกแบบหนึ่ง

แต่รองปูนไม่ใช่อยู่ๆเราจะเอามาเลี้ยงปลาสวยงามของเราทันทีได้นะครับ
มันต้องมีการเตรียมตัวกันก่อน
และต้องเตรียมากกว่าการใช้ตู้เลี้ยงปลาสวยงามทั่วไป
ดังนั้นคุณต้องเตรียมตัวดังนี้

1.ต้องมองหาและจัดเตรียมสถานที่ในการที่จะวางรองปูนเสียก่อน


บ่อรองปูน ปลาสวยงาม thaifancyfish

เพราะอย่าลืมครับว่ารองปูนน่ะมันหนักครับ
ขนาดไม่ใส่น้ำยังหนักชนิดต้องช่วยกันยกสองสามคนขืนวางแล้วใส่น้ำเข้าไปแล้วเกิดอยากจะเปลี่ยนมุมนี่เรื่องยาวเลยครับ
ผมเคยมาแล้วตอนต้องย้ายบ้าน จะย้ายบ่อเดิมที่บ้านเก่ามาบ้านใหม่
ฮื่อๆงานช้างเพราะจะเสียเงินค่าขนย้ายเยอะจนต้องยกยกให้เจ้าของบ้านคนใหม่แบบเขาไม่เต็มใจรับ
ฮิๆเพราะมันตั้งเกือบเจ็ดสิบบ่อ ฮา....

2.ทำความสะอาดรองปูนเสียก่อนเลี้ยงปลา
การทำความสะอาดรองปูนสำหรับใช้เลี้ยงปลาสวยงามนั้น
ไม่ใช่แค่ล้างน้ำเฉยๆนะครับ แต่มันต้องแช่น้ำผสมด้วยน้ำส้มสายชู
โดยใส่น้ำให้เต็มบ่อ ในอัตราส่วนประมาณ 3:1 นั่นคือ น้ำสามส่วน
น้ำส้มสายชูหนึ่งส่วน ทิ้งไว้ประมาณหนึ่งอาทิตย์
เพื่อให้กรด-ด่างของบ่อรองปูนหมดไปเสียก่อน
จึงค่อยถ่ายน้ำออกและล้างทำความสะอาด
ตากบ่อให้แห้งแล้วเติมน้ำใหม่ลงไปทิ้งไว้อีก2-3วัน
จึงค่อยนำปลามาปล่อยลงไปเลี้ยงได้
หากคุณไม่ทำความสะอาดและกำจัดกรด-ด่างในบ่อรองปูนให้หมด
แล้วรีบร้อนนำปลามาปล่อยลงไป
ผมรับประกันครับว่ามันจะนอนหงายท้องพึ่งพุงไม่ยอมหายใจให้คุณดูในไม่กี่ชั่วโมง
แต่หากคุณบอกไม่อยากใช้น้ำส้มสายชูก็สามารถใช้ต้นกล้วยแทนได้ครับ
แต่ต้องตัดเป็นท่อนๆเยอะหน่อยแล้วแช่ลงไปในบ่อที่เติมน้ำจนเต็ม
ปล่อยทิ้งไว้สักสิบถึงสิบห้าวัน
สำหรับวิธีนี้เป็นแบบชาวบ้านสมัยก่อนๆนะครับเพราะว่าสะดวกและประหยัดเงินกว่าการไปซื้อน้ำส้มสายชู
แต่ก็ต้องทนกับกลิ่นหน่อย
ฮ่าๆๆเพราะกลิ่นนี่จะแรงโดยเฉพาะวันหลังที่ต้นกล้วยเริ่มเน่า อุๆๆ

3.บ่อรองปูนสำหรับเลี้ยงปลาสวยงามที่ดีควรจะมีระบบน้ำล้นและจุกสำหรับเปิดน้ำทิ้ง





ถังกรองน้ำสำหรับบ่อปลา


ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการดูแลและทำความสะอาด
โดยส่วนใหญ่บ่อรองปูนในการเลี้ยงปลาสวยงามนั้นเรามักจะวางไว้นอกบ้าน
ในที่ๆโล่งและแน่นอนมันจะต้องเจอกับแดด ลม และสำคัญคือฝน
เพราะหากฝนตกมากๆรองปูนเราไม่มีท่อน้ำล้นจะทำให้น้ำเต็มบ่อจนล้น
นั่นไม่ใช่ปัญหาอะไรแต่หากว่าปลาสวยงามของคุณมันไม่ไหลไปกับน้ำเสียก่อนล่ะ
มันคงเป็นหายนะแน่ๆโดยเฉพาะกับผู้ที่เลี้ยงปลาสวยงามเชิงธุรกิจ
ภายในเครื่องกรองน้ำบ่อปลาดังนั้นท่อน้ำล้นจึงจำเป็นสำหรับบ่อที่ใช้เลี้ยงปลาสวยงาม
ผมขอยกตัวอย่างที่บ้านของผมเอง
บ่อผมมีท่อน้ำล้นดังนั้นเวลาผมรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านผมก็จะถือโอกาสฉีดน้ำเข้าบ่อไปด้วย
ทำให้เกิดการถ่ายเทของน้ำ ข้อสำคัญมันสะดวก อิๆ
อีกอย่างหนึ่งในกรณีฝนตกหากบ่อของคุณเก็บน้ำฝนเอาไว้แต่ไม่การไหลเวียนออกของบริมาณน้ำใหม่และเก่า
ปลาของคุณก็อาจจะช็อคตายหรืออาจจะเกิดโรคต่างๆตามมา
ซึ่งหากปลาคุณป่วยเป็นโรคคุณต้องเข้าใจว่าในบ่อแบบที่ไม่การไหลเวียนของน้ำนั้น
โรคมันจะระบาดอย่างรวดเร็วและก่อนที่คุณจะรู้ตัวปลาสวยงามของคุณมันอาจจะตายหมดบ่อเรียบร้อย


4.ตบแต่งบ่อรองปูนให้ดูสวยแบบธรรมชาติ


thaifancyfish บ่อรองปูน ปลาสวยงาม

ปลาสวยงาม Thaifancyfish
ข้อดีของบ่อรองปูนสำหรับเลี้ยงปลาสวยงามอีกประการหนึ่งคือเรื่องของความสวยงามที่เราสามารถตบแต่งได้
ให้มีสภาพใก้ลเคียงกับแหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งบรรยากาศรอบๆบ่อและภายในบ่อ
จัดเป็นมุมพักผ่อนที่ดีอีกมุมหนึ่งของบ้าน คุณอาจจะทำระบบน้ำวน
ทำน้ำตกเพื่อฟังเสียงน้ำหรือปลูกต้นไม้รอบๆบ่อตั้งโต๊ะสำหรับนั่งจิบกาแฟก็ได้เพราะบริเวณที่ตั้งบ่อรองปูนมักจะเย็นสบายกว่าตู้ปลาทั่วไป

สรุปแล้วบ่อรองปูนถือเป็นอุปกรณ์ที่เลี้ยงปลาสวยงามได้ดีอีก
อย่างหนึ่ง และสามารถตบแต่งให้สวยงามได้
อีกทั้งยังสามารถใช้เลี้ยงปลาสวยงามในเชิงการค้าได้อย่างดี
เพราะมีต้นทุนที่ต่ำนั่นเอง






วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

ปลาสวยงาม อาชีพอิสระที่ทำได้ หากใจรัก

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


อาชีพอิสระ "เปิดร้านขายปลาสวยงาม"

ในภาวะที่บ้านเมืองกำลังสับสนวุ่นวาย หลายคนและหลายครอบครัวอาจจะมีปัญหาเรื่องการเงินบ้าง(ผมก็เป็น) หลายๆครั้งผมนั่งมองตัวเองว่าจะทำมาหากินอะไรดี เพราะชีวิตเราตอนนี้มันไม่ใช่เด็กๆที่เที่ยววิ่งเล่นโดยไม่ต้องสนใจอะไร เมื่อตอนที่พวกเรายังเป็นเด็ก ผมว่าพวกเราหลายคนคงไม่ต้องลำบากปากกัดตีนถีบอะไร จะมีเงินใช้มั้ย จะมีข้าวกินหรือเปล่า เราคงไม่ต้องคิด ปล่อยภาระเหล่านี้ให้พ่อแม่เราเขาเป็นคนคิด แต่มาถึงตอนนี้เราจะมานั่งเฉยเหมือนตอนเราเป็นเด็กคงไม่ได้อีกแล้ว เราหลายคนต้องรับผิดชอบตัวเอง ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ผมคงเป็นหนึ่งที่ตกอยู่ในสภาพแบบนั้น แม้นจะไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตใครมากมายแต่อย่างน้อยผมก็ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและลมหายใจของตัวเอง มาถึงวันนี้ผมมานั่งทบทวนว่าอาชีพอะไรที่ผมจะทำเพื่อหารายได้เลี้ยงดูตัวเอง ไม่เป็นภาระของพ่อแม่ อาชีพอะไรที่ผมรักและคิดว่าผมมีความสุขเมื่อได้ทำมัน และมันต้องไม่ใช้เงินลงทุนมากนัก อีกหนึ่งอาชีพที่เราคนไทยผู้ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากนัก และอาชีพนี้หากเราขยันหมั่นหาความรู้เพิ่มเติม อีกทั้งหากบ้านเรามีเนื้อที่พอประมาณ เราก็สามารถที่จะเพาะพันธุ์ปลาสวยงามของเราออกขายเอง เป็นการลดต้นทุนอย่างหนึ่งในการเปิดร้านเล็กๆ ดังนั้นผมจึงอยากจะลงแนะนำผู้ที่กำลังอยากจะทำร้านค้าเล็กๆลองมองดูอาชีพขายปลาสวยงามดูนะครับ ผมว่าอาชีพนี้ไม่ต้องลงทุนสูง และสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจได้อย่างหยั่งยืน

เปิดร้านขายปลาสวยงาม

เงินลงทุน ครั้งแรกประมาณ 20,000 - 30,000 บาท รายได้ ตู้เลี้ยงปลา เครื่องทำออกซิเจน ตู้พักปลา กระชอนช้อนปลา เครื่องดูด/ ถ่ายน้ำ เครื่องกรองน้ำ อาหารปลาและอุปกรณ์ประดับตู้ปลา แหล่งจำหน่ายพันธุ์ปลา/อุปกรณ์ บางบัว เขตบางเขน สวนจตุจักร วิธีดำเนินการ 1. หาซื้อตู้เลี้ยงปลาขนาดใหญ่ ประมาณ 2-3 ตู้ แล้วล้างน้ำให้สะอาด 2. นำตู้ปลาไปตั้งในที่จัดเตรียมไว้ บรรจุหิน ปะการังและต้นไม้น้ำ ตกแต่งให้สวยงาม ติดตั้งเครื่องกรองน้ำและเครื่องทำออกซิเจนลงในตู้ 3. ใส่น้ำลงในตู้ปลาให้เกือบเต็ม โดยใช้เครื่องดูดน้ำจากน้ำสะอาดที่เตรียมไว้แล้วในอีกภาชนะหนึ่ง 4. นำพันธุ์ปลาที่เป็นที่นิยมของตลาด เช่น ปลาเงินปลาทอง ปลาคราฟ ปลาบอลลูน ปลาเทวดา ฯลฯ มาใส่ในตู้พักปลา เพื่อปรับสภาพหลังการเคลื่อนย้าย 5. เมื่อปลาแข็งแรงดีแล้วใช้กระชอนค่อย ๆ ช้อนปลาลงในตู้ปลาที่จัดเตรียมไว้ในปริมาณที่เหมาะสมกับเนื้อที่ว่างของตู้ 6. ให้อาหารปลาเป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอ ในปริมาณที่พอเหมาะวันละ 1 ครั้ง หากปลากัดกันให้แยกออกหรือปลาเป็นโรค ให้แยกปลาไว้ต่างหากแล้วใช้ยารักษา และเปลี่ยนน้ำใหม่ในตู้ปลาหมั่นเปลี่ยนน้ำในตู้ปลาทุกวัน ตลาด/แหล่งจำหน่าย ย่านชุมชนหรือใกล้สถานศึกษา สถานที่ให้คำปรึกษา1. สถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงาม กรมประมง โทร. 0-2558-01722. ประมงจังหวัดทุกจังหวัด ข้อแนะนำ 1. ผู้ประกอบอาชีพนี้ควรเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของปลา โดยศึกษาจากหนังสือหรือสอบถามผู้มีความรู้ เพื่อสามารถเลี้ยงได้ถูกวิธีและแนะนำลูกค้าได้ 2. น้ำที่ใส่ในตู้ปลาหากจำเป็นต้องใช้น้ำประปา ควรรองน้ำทิ้งไว้ก่อนนำไปใช้ 3. ควรมีอุปกรณ์ประดับตู้ปลา อาหาร และยารักษาปลา จำหน่ายร่วมด้วยเพื่อเพิ่ม รายได้

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

ถึงเวลาหรือยัง กับมาตราฐานปลากัดไทย

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ถึงเวลาหรือยัง กับการสร้างมาตราฐานปลากัดไทย






ต้องยอมรับด้วยเหตุผลส่วนตัว ผมเองเป็นคนที่ชื่นชอบความสวยงามของ ปลากัด
มากกว่า ปลาสวยงาม ชนิดอื่น
และด้วยเหตุผลนี้เองที่นำผมเข้ามาสู่วงการปลาสวยงาม ไม่ใช่ในฐานะพ่อค้า
คนเพาะปลาขาย แต่มาในฐานะของคนที่ชอบ รัก และอยากให้คนอื่นรัก ชอบ
ปลาสวยงาม เหมือนกับเรา ดังนั้น


www.thaifancyfish.com


จึงเกิดขึ้น เพื่อเผยแพร่ข่าวสาร และข้อมูลการเลี้ยงปลาสวยงาม
รวมถึงเป็นที่ระบายความอัดอั้นตันใจของคนรักปลาทุกคน

อย่างที่ผมกล่าว โดยส่วนตัวผมชอบปลากัด และเลี้ยงปลากัดมากกว่าปลาสวยงามอื่นๆ แต่บางครั้งผมเองก็ยังคงสับสนกับคำว่าว่า ปลากัดสวยงาม เพราะทุกวันนี้เวลาที่ผมเดินเข้าไปในตลาดปลา ไม่ว่าจะที่ซันเดย์ หรือที่สนามหลวงสอง หรือแม้นแต่ตลาดปลาสวยงามแห่งอื่นๆ ผมก็ยังหาความเป็นหนึ่งเดียวของคำว่าปลากัดสวยงามไม่เจอ เพราะมันไร้ซึ่งมาตราฐานกำหนด ไม่มีความชัดเจนในเรื่องของสีสัน รูปทรง
หรือแม้นแต่ชื่อเรียก ล้วนแต่ทำกันไปแบบมุมใครมุมมัน หากเป็นแบบนี้สังคมปลากัดหรือแม้นแต่ปลาสวยงามชนิดอื่นๆ มันจะเดินไปในทิศทางไหน

โดยเฉพาะเมื่อมีการประกวดปลาสวยงาม จะยิ่งเห็นได้ชัดเจนในความไร้เอกภาพของปลากัด ไม่มีการกำหนดกฏเกณท์ ที่ชัดเจนทำให้มีเพียงพูดประกวดปลาหน้าเดิมๆเท่านั้นที่ส่งปลาเข้าประกวด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นร้านหรือฟาร์มไม่ก็เป็นผู้ส่งออกปลา
tran shipper ที่มีการจับปลาเพื่อส่งขายต่างประเทศเท่านั้น และเมื่อมีการตัดสินก็จะมีเสียงบ่นด่าต่อว่า ตามหลังกันมา ไม่เห็นว่าปลาตัวนี้สวยเลย ปลาพรรคพวกกัน ไม่ยุติธรรม หนักหน่อยก็กรรมการตาถั่ว มั่นนิ่ม


มันถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่วงการปลากัดสวยงามจะต้องมีการจัดทำมาตราฐานปลากัดสวยงามไทย ให้เป็นที่ชัดเจน เพราะจะได้เกิดความยุติธรรม และไม่มีปัญหาในการตัดสินของกรรมการ เมื่อมีรูปแบบและมาตราฐานของปลาที่ชัดเจนไม่ว่าจะเรื่องรูปทรงสีสัน ชื่อเรียกชนิดและสายพันธุ์ เมื่อไม่มีความสับสน เรื่องคำครหาก็จะเบาบางลง และที่สำคัญ คนที่จะเข้ามาเลี้ยงปลากัดสวยงามจะได้มีมุมมองที่ชัดเจนในเลือกซื้อปลา และขณะเดียวกันผู้เพาะปลากัด ก็จะได้มีแนวทางในการพัฒนาปลากัด ให้ตรงตามมาตราฐานเพื่อรองรับตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเอาปลามาเลขายให้เสียราคา ผู้ซื้อก็ไม่สับสนว่าปลาที่ซื้อมานั้นดีถูกต้องตามมาตราฐานสายพันธุ์หรือไม่ และเมื่อจะส่งเข้าประกวดกรรมการก็จะได้ตัดสินได้ง่ายขึ้น ไม่เกิดความสับสน หรือโอนเอียงไปเข้าข้างความรู้สึกชื่นชอบส่วนตัว

ทำไมผมต้องพุ่งเป้ามาที่ปลากัด ไม่ใช่เพราะผมชอบปลากัดมากกว่าปลาสวยงามชนิดอื่น
แต่เพราะปลากัดเป็นปลาสวยงามของไทยแท้ๆที่ขึ้นไปผงาดบนตลาดโลก และเป็นปลาสวยงามที่อยู่ในอันดับต้นๆของนักเลี้ยงปลาสวยงาม
และยังเป็นปลาสวยงามที่มีมูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของปรเทศ และด้วยชื่อ
Siamese fighting fish ปลานักสู้จากประเทศสยาม ยิ่งทำให้ผมรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่า มันคือตัวแทนของประเทศไทย ประเทศของพวกเรา










วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

แก้ไขวันประกวด LOGO สมาคมอนุรักษณ์และพัฒนาปลากัดสยาม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,




ประกาศแก้ไข
การประกวด
LOGO สมาคมปลากัดสยาม


ปลากัดสยาม
ประกาศเปลี่ยนแปลง
"เรื่องการประกวดโลโก้
ของสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม"ทางสมาคมขอเปลี่ยนแปลง
วันเวลาในการประกวดออกแบบโลโก้ โดยเลื่อนระยะ
เวลาออกไปอีก
ด้วยเหตุผลของทางสมาคม และด้วยภาวะทางการเมือง
ที่ยังคงมีความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้ โดยจะเลื่อนระยะเวลาการตัดสินออกไป
โดยกำหนดปิดรับสมัครผลงานวันสุดท้าย
30 กันยายน 2553
และตัดสินผลการประกวดในเดือน ตุลาคม 2553
ทั้งนี้ทางสมาคมจึงได้แจ้งและประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน


....
สำหรับผมแล้วโดยส่วนตัวถือว่าดีครับ
เพราะหลายคนจะได้มีเวลาสร้างผลงานได้อย่างเต็มที่ และอีกอย่าง
ผลงานที่จัดส่งไปประกวดนั้น ทางสมาคมเขาก็ไม่กำหนดครับ
จะส่งคนละกี่ชิ้นก็ได้ ไม่มีปัญหา ยังไงว่างๆก็ลองออกแบส่งไปประกวดกันครับ
บอกแล้วงานนี้เงินรางวัลชนะเลิศ 10,000
บาทครับ...หากมีข้อสงสัยก็กรี๊งกร๊างถามคุณ ต้น
interfish
ที่ 089-9801588 ...คุณต้นบอกมาว่ายินดีรับสาย



งานนี้เดี๋ยวผมคิดว่าจะส่งผลงานเข้าประกวดสักสิบชิ้น ฮ่าๆๆๆ ตั้ง 10,000
กินขนมได้เป็นเดือน ยังไงขอตัวไปหัดออกแบบก่อนนะคร้าบบบบ....



บ๋าย...บาย....


ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่

087-0738299 คุณต่อ , 089-9801588
คุณต้น
interfish


สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

FAIRY BASSLET ปลาทอง แห่งท้องทะเล

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ปลาทอง FAIRY BASSLET
กฏเกณฑ์บางอย่างของโลกใต้ท้องทะเลนั้นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากกฏเกณฑ์บนโลกของเรา ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คือในเรื่องของเพศ บนโลกของเรานั้นสิ่งมีชีวิตทั้งหลายถูกแบ่งออกเป็นหญิงและชายตั้งแต่กำเนิด และความเป็นหญิงหรือชายนั้นก็จะติดตัวของเราไปจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต แต่ในโลกใต้ทะเลนั้นมีหลาย ๆ ชีวิตที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้มีชีวิตที่แปลกออกไป

ผมอยากจะเล่าถึงอีกชีวิตหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติที่แตกต่างไปจากพวกเรา

ถ้ามีโอกาสได้ดำน้ำลงไปในแนวปะการัง โดยเฉพาะในแถบหมู่เกาะสิมิลัน
เราก็จะพบกับฝูงปลาสีสวยตัวเล็ก ๆ ที่มีลักษณะคล้าย ๆ
กับปลาทองที่พบเห็นทั่วไปในตู้เลี้ยงปลา
ฝูงปลานั้นมักจะว่ายวนเวียนอยู่เหนือแนวปะการังสีสันสดใสในบริเวณน้ำตื้น ๆ

และถ้าสังเกตให้ดี ๆ ก็จะเห็นว่า
ในกลุ่มของปลาเหล่านั้นประกอบไปด้วยปลาที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน แต่ไม่เหมือนกันอยู่
๒-๓ ชนิดด้วยกัน

ฝูงปลาเหล่านี้ก็คือฝูงปลา Fairy basslet
ที่ในหนังสือโครงการใต้ทะเลจุฬาภรณ์ ๓๖ ระบุชื่อภาษาไทยว่าปลาทอง

ปลาทอง นับเป็นปลาที่อยู่ในตระกูลใกล้เคียงกันกับปลากะรัง
หรือที่เรามักจะเรียกว่าปลาเก๋า คือจัดอยู่ในวงศ์ Serranidae
เหมือน ๆ กัน แต่ปลาทองนั้นจะมีขนาดลำตัวเมื่อโตเต็มที่เพียงประมาณ ๑๐ เซนติเมตรเท่านั้น ในขณะที่ปลากะรังเมื่อโตเต็มวัย อาจมีขนาดลำตัวมากกว่า ๑ เมตร !!!


ปลาทองนั้นพบมากทั่วไปในมหาสมุทรอินเดีย ดำรงชีวิตด้วยการลอยตัวอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เหนือแนวปะการัง เพื่อจับกินแพลงก์ตอนที่ล่องลอยปะปนมากับกระแสน้ำ ในฝูงของปลาทองแต่ละฝูงนั้น ประกอบไปด้วยปลา ๓ กลุ่มด้วยกัน คือ ปลาตัวเมียที่มีสีเหลืองอมส้ม ปลาตัวเมียนี้จะมีขนาดลำตัวโตไม่เกิน ๗ เซนติเมตร และนับเป็นปลาที่มีจำนวนมากกว่า ๙๐ เปอร์เซนต์ ในแต่ละฝูง

ปลากลุ่มที่ ๒ คือ
ปลาตัวผู้ที่มีลำตัวสีม่วงแดง มีแถบสีเหลืองบนลำตัว และบนครีบหลังมีกระโดงยื่นยาวออกไป ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ปลาตัวผู้มีขนาดลำตัวที่ใหญ่ขึ้นมาโดยเฉลี่ยประมาณ ๑๒ เซนติเมตร

ส่วนปลากลุ่มที่ ๓ คือ
ปลาตัวเมียในขณะที่กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นตัวผู้ คือจะมีลักษณะกึ่งกลางระหว่างปลาตัวเมียและตัวผู้ ขึ้นอยู่กับว่าในขณะนั้นมันได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปถึงขั้นไหน ในบางครั้งเราจึงอาจจะเห็นปลาทองตัวสีเหลืองอมส้มที่มีครีบหลังยื่นยาวออกมาเหมือนกับปลาตัวผู้ ปะปนอยู่ในกลุ่มของปลาตัวเมีย

ในฝูงของปลาทองฝูงหนึ่ง ๆ นั้น จะมีอัตรส่วนระหว่างปลาตัวเมียและปลาตัวผู้ประมาณ ๑๐ : ๑ เมื่อมีจำนวนสมาชิกตัวเมียในฝูงเพิ่มขึ้น จำนวนของสมาชิกตัวผู้ก็จะเพิ่มขึ้นตาม โดยปลาตัวเมียบางตัวที่แข็งแรงในฝูงนั้นจะปรับตัวเองขึ้นมาให้เป็นตัวผู้ เพื่อให้สมดุลกับอัตราส่วนของสมาชิกในฝูง

สรุปว่าเมื่อแรกเกิดปลาทองทุกตัวจะเป็นปลาตัวเมีย แต่เมื่อเติบโตขึ้นจนเต็มวัยแล้วจะมีปลาเพียงบางตัวเท่านั้นที่จะปรับตัวเองให้กลายเป็นปลาตัวผู้ เมื่อปลาตัวผู้ในฝูงมีจำนวนลดลงหรือมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้น

แม้จะฟังดูแปลก ๆ แต่ผมก็เชื่อว่าธรรมชาตินั้นมีเหตุผลสำหรับทุก ๆ กฎเกณฑ์บนโลกใบนี้



วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปลาสวยงามวันนี้ ต่างจากวันวาน

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ปลาสวยงามวันนี้ ต่างจากวันวาน



วันว่างของผมเองมีค่อนข้างน้อยด้วยเพราะงานที่ต้องทำแบบไม่มีวันหยุด ที่เขียนแบบนี้ไม่เกินเลยนะเพราะวันหยุด ไม่มีจริงๆ เสาร์-อาทิตย์ ก็ยังต้องทำงาน เฮ้อ...เหนื่อยเหมือนกันนะ ฮิๆๆที่บ่นแบบขอความเห็นใจเล็กน้อย เพราะช่วงนี้ผมเองไม่ค่อยจะปรับปรุงเวปไซด์

เมื่อตอนผมยังเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยก เที่ยววิ่งเล่นอยู่ตามทุ่งนา ท้องร่องคูคลอง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีเกมคอมให้เล่นหรือแม้นแต่เกมกดจอขาว-ดำก็ไม่มี(อูย...คนอ่านเริ่มจะนับอายุคนเขียนแล้วล่ะสิ) ดังนั้นการไปไปช้อนจับปลาเอามาเลี้ยงเล่นจึงเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เด็กต่างจังหวัดอย่างผมชื่นชอบ ต้องบอกก่อนว่าสมัยผมเป็นเด็กนั้นโดยพื้นเพแล้ว ผมเป็นคนปักษ์ใต้ แต่เพราะคุณพ่อรับราชการผมจึงไปอยู่หลายพื้นที่ ไม่ว่าจะภาคอีสานหรือภาคเหนือ และไม่ว่าผมจะไปอยู่ที่ไหน ปลา เป็นสิ่งที่ผมมักจะจับมาเลี้ยงเสมอ จนบางครั้งพ่อแม่ก็ชื่นชมด้วยเสียบ่นบนด่า เพราะว่าปลาที่จับมาเลี้ยงส่วนใหญ่มักจะไม่ยอมหายใจโดยการประท้วงอดอาหารจนตาย ทำให้เด็กบ้านนอกอย่างผมอยากรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามว่าเขาเลี้ยงกันแบบไหนปลาถึงจะไม่ตาย แต่ก็ไม่แหล่งข้อมูลให้คันหามากนักนอกจากคนที่เขาเลี้ยงอยู่ก่อนบอกเล่าให้ฟัง ซึ่งบางเรื่องก็ฟังแล้วก็มีประโยชน์อยู่บ้างแต่บางเรื่องไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
ดูเป็นนิยายมากกว่า แต่เพราะช่วงนั้นผมไม่มีช่องทางอื่นในการหาความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามจึงต้องทนฟังนิยายไป...แต่บางครั้งก็สนุกดี...ฮา...

HMในช่วงที่ผมเริ่มเลี้ยงปลาสวยงามแบบเป็นเรื่องเป็นราวนั้น
ปลาอย่างแรกที่ผมเริ่มเลี้ยงก็คือปลากัด แต่ในสมัยนั้นผมอยู่ทางอีสาน
เมื่อมีเวลาว่างผมก็จะรวมกลุ่มกับเพื่อนไปหาช้อนปลากัดมาเลี้ยง
บางครั้งก็เอามากัดกันบ้างตามประสาเด็กบ้านนอก ปลาของใครกัดชนะก็เดินกร่างกันเลย
ส่วนเพื่อนที่แพ้ก็ต้องเลี้ยงขนม



ผมละจากการเลี้ยงปลาสวยงามไประยะหนึ่งด้วยเหตุผลที่ต้องเรียนมหาวิทยาลัยและทำงานเมื่อเรียนจบจนกระ ทั่งได้มีโอกาสเจอกับญาติที่อยู่ต่างจังหวัด (ลืมบอกไปตอนนี้ผมเป็นกลายเป็นคนกรุงเต๊บ ฮิๆๆ) เขามาชวนผมให้เลี้ยงปลากัดสวยงาม และนั่นคืออีกครั้งที่ผมเห็นปลากัดว่ามันเปลี่ยงแปลงไปขนาดไหน ความคิดตอนนั้นคือ โอ๊ววววว...แม่เจ้าอะไรมันจะงามขนาดนั้น ปลากัดเปลี่ยนไป สวยขึ้น สง่าขึ้น แพงขึ้น และหาจากธรรมชาติได้ยากขึ้น(เวรกรรม)

ผมเขามาคลุกคลีกับปลากัดและปลาสวยงามอีกครั้งอย่างง่ายดายเหมือนคนเคยติดยาแล้วกลับมาเสพใหม่ ในช่วงนั้นผมก็ได้พบกับเพื่อนในวงการปลากัดท่านหนึ่ง คือคุณนธี ซึ่งเป็นคนเพาะและพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดยักษ์ ในยุคนั้นอินเตอร์เน็ทเริ่มเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตคนไทย ผมจึงนำเสนอเรื่องราวของปลากัดยักษ์ที่คุณนธีพัฒนาขึ้นมาเป็นคนแรกของประเทศ...เอ...หรือของโลก เพราะคุณนธีคือคนแรกที่พัฒนาปลากัดยักษ์แบบเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งในยุคแรกๆเมื่อเข้าสู่อินเตอร์เน็ท ก็มีแต่เสียงด่าว่าเป็นปลาค้างบ่อ ปลาแก่ หรืออะไรก็แล้วแต่บรรดากูรู(กูรู้ไปหมด)จะอดอ้างภูมิปัญญา ผมเองก็ได้รับอนิสงฆ์เสียงด่าจากกูรูเหล่านี้ด้วย เพราะดันเอาเรื่องปลากัดยักษ์ไปเปิดในโลกอินเตอร์เน็ทบนเวปบอร์ดต่างๆซึ่งบรรดากูรูก็เข้ามาโพสข้อความความคิดเห็นซึ่งส่วนใหญ่คือโจมตี แม้นตอนนั้นพวกคุณนธีและผมจะพยามทำกิจกรรมของปลากัดยักษ์ไม่ว่าประกวดหรือตั้งชมรมแต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบเพราะเราคนไทยด้วยกันเอง นั่นทำให้ผมท้อและถอยออกจากวงการปลาสวย งามไปช่วงหนึ่ง

CT แต่วันนี้ผมกลับมาอีกครั้งก็บอกแล้วเหมือนคนติดยา
ที่เลิกไม่ได้ผมตั้งใจว่าจะเดินหน้าเรื่องปลาสวยงามไทยโดยเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงามอย่างถูกวิธี
รวมถึงการทำการตลาดสำหรับผู้ที่อยากเดินบนเส้นทางธุรกิจปลาสวยงาม โดยผ่านเวปไซด์

www.thaifancyfish.com

ผมไม่บังอาจประกาศว่าผมเป็นกูรู (กูรู้ไปหมด)
เพียงแต่ผมเป็นแค่คนที่สนใจเรื่องการเลี้ยงปลาสวยงาม
และอยากให้วงการปลาสวยงามของไทยเป็นวงการที่ผู้คนทั่วโลกต่างชื่นชมยกย่องว่าเราคือเบอร์หนึ่งของโลก
www.thaifancyfish.comอย่าลืมว่าปลาสวยงามของเราวันนี้แม้นจะเติบโตแต่ก็ไม่แข็งแรง เพราะการช่วยเหลือจากภาครัฐนั้นน้อยมาก แล้วเราผู้ที่นิยมปลาสวยงามไทยจะมาทำตัวเป็นกูรู ถล่มคนไทยด้วยกันเองทำไม ปลาสวยงามวันนี้สวยงามขึ้นกว่าวันวาน แต่ใจคนไทยกลับถดถอยเสื่อมลง

นายปลา

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

ขอเชิญร่วมประกวดโลโก้สมาคมปลากัดสยาม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

ปลากัดสยามประกวดLOGOสมาคมปลากัดสยาม




สำหรับผู้ที่สนใจและมีความสามารถในการออกแบบโลโก้
ก็สามารถติดต่อได้กับทางสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดสยาม
กระซิบกันนิดหน่อยงานนี้เงินรางวัลไม่น้อยนะครับ...ขอบอก...
ส่งผลงานประกวดได้ที่ นิตยสารแฟนซีฟิช ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ

ประกวดโลโก้สมาคมปลากัดสยาม



ปลากัด
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่

087-0738299 คุณต่อ , 089-9801588
คุณต้น
interfish

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

เกลือกับปลา สิ่งที่นักเลี้ยงปลาควรรู้

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


เกลือกับปลา สิ่งนักเลี้ยงปลาควรรู้



Image Hosted by Upload.TARAD.comนักเลี้ยงปลาสวยงามบางคนเลี้ยงปลาด้วยความเชื่อผิด ๆ
เชื่อเพราะว่าเป็นเรื่องที่บอกต่อ ๆ กันมา โดยไม่ได้ไตร่ตรองเหตุผล
แล้วก็นำไปปฏิบัติอย่างผิด ๆ บางครั้งก็ขัดกับหลักวิชาการ
ก่อให้เกิดผลเสียกับปลาทั้งระยะสั้นและระยะยาว
หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเป็นการทารุณปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น
การแช่ปลาในน้ำเกลือเข้มข้น หรือการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
บางคนนำปลาในบ่อที่ไม่ได้เจ็บป่วยขึ้นมาจากบ่อเลี้ยง นำมาแช่เกลือเดือนละ 1-2 ครั้ง
นานประมาณ 30 วินาที มีผลทำให้ปลาแสดงอาการทุรนทุราย
โดยอ้างเหตุผลว่าการทำเช่นนั้นเป็นการล้างตัวปลาให้ปลอดจากเชื้อโรค
หรือบางคนก็อ้างว่าทำให้ปลาผิวพรรณดี

เกลือเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม เพราะราคาถูก
แต่มีประโยชน์มาก เช่น ช่วยลดความเครียดให้ปลา ทำให้ปลาสดชื่น
ทำให้พิษของแอมโมเนียในน้ำลดลง และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดอีกด้วย
แต่ถ้าใช้อย่างผิด ๆ ก็เหมือนดาบสองคมที่จะย้อนมาทำลายปลาได้เหมือนกัน

ผลเสียที่นำปลามาแช่น้ำเกลือ เช่น การแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีค่าความเค็มมากกว่า
20 ppt ขึ้นไปมีผลเสียต่อปลา คือ ความเค็มของเกลือเข้มข้นจะทำลายเซลล์ผิวของปลา
ทำให้ปลาสูญเสียเมือก ซึ่งเป็นเกราะช่วยป้องกันโรค เหงือกปลาจะฉีกขาดมีเลือดซึมและ
อาจจะทำให้ปลาตายได้

เรารู้ได้อย่างไรว่าเราต้องใช้เกลือเมื่อไหร่
ทางวิชาการเราอาจต้องใช้เกลือในการรักษาปลาที่มีบาดแผลบริเวณลำตัว เช่น
การตกเลือดที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อโปรโตซัวบริเวณบาดแผล
สามารถรักษาได้โดยแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีความเค็มประมาณ 3-5 ppt จนกว่าแผลจะหาย
และยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัวบางชนิดได้ บาดแผลก็จะไม่ลุกลาม
ทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้น
การใช้เกลือรักษาบาดแผลที่ไม่ลุกลามมากจะได้ผลดีเทียบเท่ากับการใช้ยาหรือสารเคมี

Image Hosted by Upload.TARAD.comการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
ผู้เลี้ยงปลาสวยงามนิยมใส่เกลือลงไปหลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค
หรือตามแต่โอกาสจะอำนวย การใช้เกลือช่วยในการรักษาบาดแผล
น้ำที่เลี้ยงมีค่าความเค็มระหว่าง 3-5 ppt (เกลือ 3.5 กก./ น้ำ 1 ตัน) หรือ เกลือ
3-5 ขีด / น้ำ 100 ลิตร จึงจะมีผลในการรักษา แต่น้ำมีค่าความเค็มต่ำกว่าที่กำหนด
ยังไม่มีการอ้างอิงทางวิชาการว่าจะเป็นประโยชน์หรือโทษต่อปลา
เกลือที่สะสมจะทำให้จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในน้ำตายระบบกรองมีปัญหา
แอมโมเนียในบ่อจะสูง และปลาอาจจะตายได้

การใช้ยาหรือสารเคมีรักษาปลา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ดังนั้นควรป้องกันปัญหาโดยวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อให้สะอาด
หมั่นทำความสะอาดระบบกรองและวัสดุกรองอย่างน้อยเดือนละครั้ง ให้อาหารที่ดีแก่ปลา
สังเกตพฤติกรรมของปลา เพียงเราเอาใจใส่ดูแลปลาของเราอย่างใกล้ชิด
ปลาของเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

นิสัยของปลา






siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

ในสมัยที่ผมเริ่มเลี้ยงปลาใหม่ๆ ความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงปลานั้นค่อนข้างน้อย ดังนั้นเวลาจะเลี้ยงปลาอะไรพอเห็นว่าถูกใจผมก็จะซื้อมาเลี้ยง พอรุ่งขึ้นที่ปลาที่ผมซื้อมานั้นตายเสียส่วนใหญ่ ที่เหลืออยู่ก็ประเภทเจียนอยู่เจียนไป แล้วมันเพราะอะไรกันล่ะ....ทำไมปลาที่ซื้อมาเลี้ยงมันถึงตาย...มันตายได้ไงกัน
สิ่งเหล่านี้ผมว่ามันอยู่ในความสงสัยของผู้ที่เริ่มเลี้ยงปลากันเกือบทุกคน แล้วเราจะต้องทำอย่างไรก่อนที่จะเริ่มต้นเลี้ยงปลาดีล่ะ...เลี้ยงยังไงไม่ให้ปลาที่เลี้ยงตาย ประเด็นแรกสำหรับการเลี้ยงปลาตู้สวยงามนั้นหลายคนอาจจะสงสัยว่า เราต้องเตรียมอะไรบ้าง อย่างแรกที่ผมอยากจะแนะนำนั่นก็คือ คุณต้องศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องของปลาที่ต้องการจะเลี้ยงด้วย เพราะว่าปลานั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งโดยปกติผู้ที่เลี้ยงปลามักชอบเลี้ยงปลาหลายชนิดไว้ในตู้เดียวกัน ทั้งนี้เพื่อความสวยงามและแปลกตา แต่เราต้องเข้าใจนะครับว่าปลาแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านนิสัยและเรื่องของอาหารการกิน ดังนั้นหากเราไม่ทำความเข้าใจเรื่องนิสัยของปลา เราก็จะพบกับปัญหา เช่น ปลาเกิดความสามัคคีในกลุ่มจึงชอบยกพวกตีกับกลุ่มอื่นหรือไม่ก็รุมอัดชาวบ้าน...ฮี่ๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ
ผมเขียนมาแบบนี้หลายคนอาจจะบอกว่าส่วนใหญ่จะบอกว่าฉันรู้เรื่องพวกนี้แล้ว ใช่ครับ...คนส่วนใหญ่รู้เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ประเด็นจริงๆที่ผมจะพูดถึงไม่ใช่เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็กเท่านั้น แต่ผมกำลังจะพูดถึงนิสัยของปลาในการหากินต่างหาก เราเคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมปลาที่เราเลี้ยงมันถึงอ้วนผอมไม่เหมือนกัน ทั้งที่เราก็คิดว่าเราให้อาหารมันได้อย่างพอเพียง นั่นเป็นเพราะปลามีนิสัยที่ต่างกันในการหาอาหาร
สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงปลาสวยงามนั้น ไม่ว่าจะเป็นปลาหางนกยูง ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาเทวดา ปลากัด หรือปลาอื่นๆ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าปลาแต่ละชนิดมีนิสัยที่ต่างกันอย่างไร โดยหลักการง่ายๆ ปลาแบ่งกลุ่มลักษณะนิสัยออกเป็น 4 กลุ่ม 3 ระดับการหากิน
นิสัยของปลา
ปลานิสัยดีรักสงบ ปลากลุ่มนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง รักสงบไม่ทำร้ายกันเอง ไม่ชอบอยู่ตัวคนเดียวโดดๆเพราะกลัวเหงา(ฮี่ๆ)หากอยู่ตัวเดียวจะชิงเหงาตายจึงควรเลี้ยงเป็นฝูงเพื่อไม่ให้เหงาจนตาย สำหรับปลากลุ่มนี้หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นควรหาปลาที่มีขนาดเท่าๆกัน
ปลานิสัยหวงถิ่น เป็นปลากลุ่มประเภทที่ถิ่นข้าใครอย่าแหยม เป็นปลาที่ชอบปักหลักเป็นที่เป็นทาง มักมีอณาเขตเป็นของตัวเอง ปลากล่มนี้ไม่ชอบอยู่ร่วมกับปลาชนิดอื่น นิสัยโดยส่วนตัวไม่ดุร้ายนะแต่หากใครข้ามถิ่นเข้ามาก็มีเรื่อง
ปลานิสัยก้าวร้าว ปลาพวกนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงแล้วไปยกพวกตีกับคนอื่นโฮ่ๆๆ ... (ปลาช่วงกลหรือไงฟะ) แต่พอวันไหนว่างๆไม่รู้จะไปหาเรื่องกับใครก็จะหันมาอัดกันเองคลายเครียด ดังนั้นปลากลุ่มนี้หากจะเลี้ยงรวมกับปลาอื่นควรจะหากปลาที่ตัวใหญ่กว่ามาเลี้ยง
ปลานิสัยดุร้าย พวกปลากลุ่มนี้เป็นนักเลงตัวจริงครับ และมักจะเป็นปลากินเนื้อ ไม่ชอบอยู่ร่วมกับใครหน้าไหน ชอบเป็นพระเอกฉายเดี่ยววันแมนโชว์ ปลาพวกนี้นอกจะหาเรื่องอัดชาวบ้านแล้วแม้นแต่พวกเดียวกันมันก็ไม่เว้น ดังนั้นปลาพวกนี้จึงมักเป็นนักโทษขังเดี่ยวเลี้ยงตัวเดียว แต่หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น ที่มีความสามารถหลบหลีกว่องไว และตู้ที่เลี้ยงควรมีขนาดที่ใหญ่เพื่อมีพื้นที่ในการหลบหนี อีกทั้งการให้อาหารก็ควรให้อย่างพอเพียงเพื่อป้องกันการแย่งอาหารกัน
การหากินของปลา
ปลาที่หากินตามผิวน้ำ
ปลากลุ่มนี้จะหากินตามผิวน้ำจนถึงกลางน้ำ ชอบกินพวกตัวอ่อนของแมลง หรือพวกสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ตามผิวน้ำ บางชนิดก็กินพืช ปลากลุ่มนี้จะไม่ลงไปหากินที่พื้นน้ำ
ปลาที่หากินตามพื้นน้ำ ปลากลุ่มนี้ไม่ชอบขึ้นมาผิวน้ำบ่อยนัก เป็นที่เวลาเลี้ยงอย่างตามบ่อหรือแหล่งน้ำธรรมชาติเราจะไม่ค่อยเห็นตัว ส่วนใหญ่จะขึ้นมาแค่กลางน้ำ หรืออย่างมากก็ขึ้นมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำแล้วมุดต๋อมลงน้ำกลับไป
ปลาที่หากินทุกระดับ ปลากลุ่มนี้หากินทุกระดับของผิวน้ำ เหมือนพวกเร่ร่อนที่หากินไปทั่ว ตรงไหนมีอาหารอุดมสมบรูณ์ก็จะไปหากินที่นั่น โดยมาชอบว่ายอยู่กลางน้ำเพื่อค่อยดูเหยื่อ
เห็นมั้ยครับว่าปลานั้นก็มีนิสัยส่วนตัวซึ่งตรงจุดนี้หากเราเข้าใจก็สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้อย่างสบายขึ้น การให้อาหารก็สามารถเลือกอาหารที่มีความเหมาะสมกับปลา ไม่ต้องค่อยระแวงว่าวันนี้จะตายกี่ตัว...และทำไมมันถึงตาย...ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลาสวยงาม ธรรมชาติใกล้ตัว






siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,
เคยสังเกตหรือไม่ว่าเวลาเราเดินผ่านตู้ปลาเรามักจะหยุดดูเสมอๆบางครั้งก็ยืนจ้องดูอยู่นาน บางครั้งก็ยืนดูสักครู่แต่แปลกใจมั้ยทำไมคนเราจึงชอบหยุดดู ทั้งที่บางคนก็ไม่ได้ชอบเลี้ยงปลาเลย นั่นเป็นเพราะว่าปลาสวยงามมีสีสันที่สามารถดึงดูดใจผู้คนที่พบเห็น ช่วยทำให้มีความรู้สึกสบายใจและสดชื่น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนหลายคนเมื่อเดินผ่านตู้ปลามักจะหยุดมองอย่างน้อยก็เว้บหนึ่ง ปลานับเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต่างจากสัตว์เลี้ยงทั่วไปเพราะมันไม่รบกวนจิตใจคนเลี้ยงและไม่เคยทำความสกปรกในบ้านที่เลี้ยงและไม่มีกลิ่นที่น่าอึดอัดไม่เคยส่งเสียงน่ารำคราญให้กับผู้เลี้ยงและเพื่อนบ้าน และด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้เองครับทำให้มีผู้ที่นิยมเลี้ยงปลาสวยงามเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเติบโต แล้วปลาสวยงามแบบไหนล่ะที่คนไทยนิยมเลี้ยงอันนี้หากพูดกันมันก็ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนเพราะมันแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคลเพราะบางคนก็เลี้ยงปลาหลายชนิดบางคนก็เลี้ยงปลาชนิดเดียว แต่บางคนก็เลี้ยงปลาตามกระแสตลาด ดังนั้นปลาสวยงามที่เป็นที่นิยมของตลาดจึงไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน บางคนชอบปลาใหญ่บางคนชอบปลาตัวเล็กๆน่ารักโดยส่วนตัวแล้วผมชอบปลาทุกชนิดนั่นล่ะครับแต่ที่เน้นหน่อยก็เห็นจะเป็นปลากัดเพราะความผูกพันในวัยเด็กและอีกอย่างปลากัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยทำให้ที่บ้านผมมีปลากัดอยู่เยอะทีเดียว เริ่มจากหนึ่งตัวสองตัวไปเรื่อยๆ เพาะเองบ้างซื้อเขาบ้างจนช่วงที่ปลากัดมีมากสุดในบ้านก็ราวๆ3-4000ตัว เพราะผมเพาะเอง บ่อเพาะก็มีอยู่70 บ่อ เลี้ยงเยอะจนที่บ้านบอกไปทำมาหากินโดยการขายปลาเลยดีกว่ามั้ย แต่ผมไม่ได้เลี้ยงแค่ปลากัดนะครับยังมีปลาหางนกยูง ปลาหมอสี ปลาปอม ปลาสอด ปลาคราฟ ... ว้า...นอกเรื่องปลาสวยงามกันไปเยอะ เอาล่ะครับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับปลาสวยงามในเมืองไทยที่นิยมเลี้ยงกันนั้น เวลานี้เห็นจะอินเทรนหน่อยก็ต้องปลาหมอสี โดยเฉพาะปลาครอสบรีด ตอนนี้จัดได้ว่าเป็นปลากระแสแรงมากในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา เรียกว่าแซงปลากัดและปลาทองรันชูที่เคยฮิตติดกระแสกับเขาอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วทำไมน้อทำไมเจ้าปลาหมอสีถึงได้มาแรงแซงปลาเลือดเดือดอย่างปลากัด และเจ้าปลากระปุ๊กลุกอย่างปลาทองรันชูไปได้ เหตุผลส่วนหนึ่งเท่าที่ผมพอจะนึกออกนั่นก็น่าจะเป็นเพราะปลาหมอสีนั้นมีขนาดที่ใหญ่ สีสันสดใส มีท่าทางน่ารักๆซึ่งดูขัดกับรูปร่างที่ดูโหดๆ แถมบางตัวมีนิสัยขี้เล่น สามารถเล่นกับผู้เลี้ยง โดยให้จับตัวได้หรือว่ายตามมือ กินอาหารจากมือ อะไรแบบนี้ อีกทั้งเป็นที่น่าท้าทายสำหรับนักพัฒนาสายพันธุ์ปลาด้วย เพราะปลาหมอสีครอสบรีดสามารถพัฒนาทั้งรูปทรง สีสัน ขนาด โหนกหัว ให้มีลักษณะแปลกใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด อีกทั้งขายได้ราคา (อันนี้เหตุผลใหญ่ที่สุด) ยิ่งเป็นปลาที่มีมาตราฐานสีสันแดงแจ่ม ตบมาร์คกิ้งเด่นๆล่ะก็ราคากระโดดกันไปหลักหมื่นถึงหลักหลายหมื่นทีเดียว บวกกับความเชื่อเรื่องโชครางและเสริมฮวงจุ้ยโหงวเฮ้งของคนจีนอีกทำให้ปลาหมอสีกลายเป็นปลาที่นิยมกันอย่างรวดเร็วในประเทศแถบเอเชีย ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ทำให้บรรดานักเพาะนักพัฒนาสายพันธุ์ปลาต่างก็ลงมาเล่นปลาหมอสีกัน เรียกว่าบางรายเลิกเพาะปลาที่ตัวเองเคยเพาะมาก่อนเพื่อเน้นที่จะเพาะปลาหมอสีออกสู่ตลาดกันเป็นล่ำเป็นสัน กระทั่งเวลานี้เราลองไปเดินตลาดปลาดูสิครับเราจะเห็นร้านปลาแทบทุกร้านจะมีเจ้าปลาหมอสีครอสบรีดขายจนแทบจะไม่เห็นปลาหมอสีธรรมชาติเลย มีแต่ปลาหมอสีครอสบรีด แต่สัจจะธรรมมันก็มีอยู่จริงในโลกว่า"สิ่งที่แน่นอน คือ...สิ่งที่ไม่แน่นอน" เพราะวันหน้าคงมีปลาชนิดอื่นขึ้นมาขอท้าชกชิงตำแหน่งแชมป์ปลาสวยงามยอดนิยมของเมืองไทยเจ้าเจ้าปลาหมอสีอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นปลาตัวไหนที่จะขึ้นมาท้าชิง...


วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลาสวยงามของไทยที่ส่งออกมากที่สุด

ตลาดปลาสวยงามทั่วโลกที่ผ่านมา คนไทยเราแม้นแต่รัฐบาลเองก็ไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก แต่หากผมจะบอกว่าตลาดปลาสวยงามทั่วโลกนั้นมีมูลค่ามากกว่า
6,000 ล้านดอลลาร์ ว้าว...ก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยใช่มั้ย โดยตลาดปลาสวยงามใหญ่ๆของโลกนั้นได้แก่ สหรัฐอเมริกา , ยุโรป, กลุ่มตะวันออก , สิงคโปร์ ,ฮ่องกงและ
ที่อื่นๆอีกทั่วโลก หากแต่ว่าในสถาณะการณ์ปัจจุปันที่ผ่านมาหลายสิบปีนี้ รัฐบาลไม่เคย
ให้ความสนใจกับจำนวนเงินมหาศาลเหล่านี้ปล่อยให้ประเทศสิงคโปร์เป็น
ผู้คว้าพุงปลานี้ไปกินโดยตั้งตัวเองเป็นตัวกลางรับซื้อปลาสวยงามจากผู้ผลิตชาวไทยไปส่งออกทั่วโลก...น่าเสียดาย สำหรับประเทศไทยหากจะย้อนมองดูตัวเอง ประเทศไทยนับเป็นประเทศผู้ผลิตปลาสวยงามรายใหญ่เพราะเรามีความพร้อมทั้งเรื่องพื้นที่ สภาพดินฟ้าอากาศที่ เหมาะสมในการเพาะเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์ปลาและมีบุคลากรที่มีความพร้อม( แต่ขาดการสนับสนุนตลอด ) แต่หากมีคำถามว่าแล้วปลาอะไรของไทยล่ะที่ส่ง ออกมากเป็นอันดับต้นๆของปลาสวยงาม หลายคนคงนึกถึงปลาราคาแพงอย่าง ปอมปาดัวร์ อะโรวาน่า ปลาหมอสี ...หากจะบอกไปหลายคนคงอึ้งว่าที่จริงแล้วปลา สวยงามที่ส่งออกมากและทำเงินเข้าประเทศปีละสิบหลายร้อยล้านบาทนั้นกลับเป็นปลาตัวเล็กๆอย่างปลากัด ปลากัดนับว่าเป็นปลาพื้นบ้านของไทยที่ได้รับการยอมรับจากนักเลี้ยงปลาสวยงามทั่วโลกว่าเป็นปลาที่มีความสวยงามและมีเสน่ห์ในตัวเอง อีกทั้งปลากัดเป็นปลา ที่เพาะพันธุ์ง่ายและเป็นปลาที่ค่อนข้างมีน้ำอดน้ำทนดีเยี่ยมต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ดังนั้นจึงมีผู้ที่นิยมเพาะเลี้ยงปลากัดเป็นอาชีพกันมากมาย และในปัจจุปันปลา
กัดก็ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนมีความหลากหลายทั้งรูปทรงและสีสันให้มีความสวยงาม และในต่างประเทศเองก็มีความนิยมในการเลี้ยงปลากัดกันมากจนถึงขั้นมีการก่อตั้งเป็นสมาคมผู้นิมปลากัด(IBC) และมีการจัดการประกวดปลากัดสวยงามกัน ตลอดทั้งปีเรียกว่าเดินสายประกวดกันทั่วโลก แต่เราคนไทยกลับให้คุณค่าความสวยงามของปลากัดเป็นเพียงปลาของนักเลงการพนันชาวบ้านคนกลุ่มล่าง ขาดการ สนับสนุนแบบนี้แล้วปลาไทยที่มีชื่อไทยในตลาดโลกจะเป็นอย่างไร หรือเราต้องรอให้ต่างชาติเขาเอาปลาไทยของเราไปหากินกันจนร่ำรวยแล้วค่อยกลับมาคิดได้ว่า นี่มันปลาของเรานี่หว่า....เพราะถึงเวลานั้นมันก็สายเกินไปแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ตำนานปลากัดไทย

ปลากัดป่า Betta splendensหรือบางคนเรียกว่าปลากัดลูกทุ่ง

อันนี้สุดแล้วแต่จะเรียกกันนะครับ สำหรับปลากัดป่าลำตัวจะค่อนข้างบาง มีสีน้ำตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียว ปลาป่านี่ถือว่าเป็นปลาที่มีมานานตามธรรมชาติในสมัยก่อนนักเลงปลากัดก็นิยมเอามาใช้เลี้ยงกัดในเกมกัดปลาเหมือนกัน เพราะมีความปราดเปรียวและว่องไวแต่เรื่องน้ำอึดน้ำทนในการกัดแล้วอาจจะน้อยกว่าปลากัดหม้อ ปลากัดป่าเป็นปลาที่หาง่าย(ในสมัยก่อนนะ)โดยสามารถหาได้ตามห้วยหนองคลองบึง ตามแหล่งน้ำทั่วไปตามคันนาก็ยังสามารถหาได้ แต่ในสมัยนี้อาจจะหายากกว่าเดิมเพราะว่าสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยน เมื่อก่อนตอนผมเป็นเด็กการจะหาปลากัดก็จะหาได้ตลอดทุกฤดูแต่ให้ดีหน่อยก็ช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำเยอะและปลากัดจะชอบทำหวอดอยู่บริเวณริมน้ำ สังเกตเห็นง่ายมากแถมเจ้าของหวอดก็จะว่ายวนเวียนเป็นปลาหวงถิ่นอยู่แถวๆนั้นบางครั้งก็อยู่ใต้หวอด ผมใช้สวิงหรือบางครั้งก็ตระกร้าเล็กๆที่มีรูตักพรวดได้มาแล้วหนึ่งตัว... แต่บางครั้งก็ใช้มือจับก็ได้ครับค่อยๆวางมือลงน้ำทั้งสองข้างแล้วค่อยช้อนเข้าหากัน เจ้าปลากัดด้วยความเป็นปลานักสู้มันไม่ยอมถอยง่ายๆครับมันจะว่ายน้ำนิ่งๆเพื่อปกป้องอนาเขตและประกาศให้ศัตรูมันรู้ว่านี่ถิ่นตูนะเฟ้ย...มันก็เลยโดนจับมาง่ายๆด้วยประการฉะนี้แลแต่ในปัจจุปันปลากัดป่าหายากกว่าสมัยก่อน ดังนั้นจึงได้มีฟาร์มและผู้เพาะเลี้ยงปลากัดป่าเป็นอาชีพเกิดขึ้นมาแทน และยังได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความสวยงามละหลากหลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย


ปลากัดหม้อหรือบางครั้งก็เรียกปลาลูกหม้อ ปลากัดไทยครีบสั้น
เรียกกันเสียหลายชื่อ แต่ที่นิยมกันและเข้าใจกันง่ายสุดก็ปลากัดหม้อนี่ล่ะ ปลากัดหม้อจะมีความแตกต่างจากปลากัดป่าตรงที่ขนาดรูปร่างลำตัวโตกว่าปลาป่า ปากมีขนาดใหญ่และหนา สีเดิมของปลากัดหม้อก็จะเป็นสีเข้ม เช่น สีน้ำเงิน สีดำ สีเขียว สีแดง สีเทา สมัยก่อนนั้นนิยม
ใช้ในเกมการกัดปลา(ที่จริงสมัยนี้ก็ยังนิยม) เพราะมีความอดทนกว่าปลาป่า กัดเก่งและหนักกว่า จึงเป็นที่ถูกใจนักเลงปลากัดมาตลอด สำหรับปลากัดหม้อไม่ใช่ปลาที่มีอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแต่เป็นปลาที่คาดว่าจะมีการพัฒนาสายพันธุ์มาแต่โบราณโดยเน้นเรื่องเกมการกัดปลา แต่ในสมัยนี้ปลากัดหม้อได้ถูกพัฒนามาเป็นปลากัดสวยงามและกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ อีกทั้งตอนนี้ปลากัดหม้อก็ยังถือเป็นปลาส่งออกที่มีอัตราการสั่งจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นทุกปี

ปลากัดจีน หรือปลากัดไทยครีบยาว หรือที่ฝรั่งเรียกว่า"ปลากัดสยาม siamese fighting fish"

ปลากัดจีนเป็นปลาที่มีที่มาของชื่อหลากหลาย บางตำราก็ว่ามาจากชุดงิ้วของอุปรากรณ์จีน บ้างก็ว่ามาจากคนจีน บางคนก็บอกว่ามาจากเวียดนามแต่ที่แน่ๆปลากัดจีนเป็นปลาไทยชัวร์ครับ โดยคาดว่าเริ่มมาจากการที่มีผู้พยามพัฒนาคัดสายพันธุ์ปลากัดโดยเน้นความสวยงามเพื่อเอาไว้เลี้ยงดูเล่น มากกว่าที่จะเอามาเป็นปลานักสู้และเจ้าปลากัดจีนนี่ล่ะครับเป็นปลาที่ถูกจำหน่ายเป็นปลาสวยงามส่งออกมากที่สุด และในปัจจุปันปลากัดจีนก็ได้รับการพัฒนาออกมาจนแตกแยกออกเป็นอีกหลายหลายชนิด และมีความหลากหลายมาก จนเป็นที่นิยมเพาะเลี้ยงกันทั่วโลก
น่าภูมิใจมั้ยครับที่ปลากไทยแท้ๆได้รับความนิยมและโด่งดังไปทั่วโลก แล้วเราคนไทยล่ะ...ให้ค่าความสำคัญของความเป็นไทยนี้แค่ไหน


ครั้งหน้าคงจะมีเรื่องราวปลากัดมาเล่าสู่กันฟังอีกครับ และสำหรับปลาสวยงามชนิดอื่นๆก็คงจะมีเรื่องเล่ามาคุยกันยังไงก็ติดตามกันเรื่อยๆนะครับ


วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลากัดไทย มรดกไทย มรดกโลก



ตลอดชีวิตของผมตั้งแต่เกิดมานี่จำได้ว่าผูกพันอยู่กับสัตว์เลี้ยงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว นก ไก่ ปลา รวมถึงสัตว์แปลกๆอีกหลายชนิด จะบอกว่าเคยลองเลี้ยงมาแทบจะทุกอย่าง เป็นเพราะเป็นคนรักสัตว์ด้วยเลยทำให้ที่บ้านผมต้องเลี้ยงสัตว์ไว้ตลอด ตัวหนึ่งตาย ตัวอื่นก็เข้ามาใหม่ เลี้ยงกันจนบางครั้งผมก็งงเหมือนกันว่าจะเลี้ยงทำไมมากมาย แต่หากจะนับว่าสัตว์ที่ผมชื่นชอบมากเป็นพิเศษคงจะมีอยู่ไม่กี่ชนิด ก็ได้แก่ ปลาและแมว อันที่จริงสัตว์สองชนิดนี้มันไม่ควรเลี้ยงคู่กันสักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นล่ะครับ ผมชอบ

ปลากัด ปลาที่คนไทยเราคุ้นเคยกันมาแต่โบราณ เป็นเกมกีฬากิจกรรมยามว่างหลังจากการทำสวนไร่นาเสร็จแล้ว ปลากัดเป็นปลาที่แปลกและมีเสน่ห์เพราะมันมีทั้งความสวยงามและก้าวร้าวอยู่ในตัวของมันเอง ดังนั้นการเลี้ยงปลากัดจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนอีกกลุ่มก็เลี้ยงเพื่อเป็นเกมกีฬากัดปลา ซึ่งทั้งสองกลุ่มก็มีวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไป และนั่นคือความสนุกในการเลี้ยงปลากัด แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เลี้ยงกลุ่มไหน คุณก็เป็นคนที่ชื่นชอบปลากัดเหมือนกัน

ปลากัด Fighting fish มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens Regan.เป็นปลาพื้นเมืองดั้งเดิมของประเทศไทย ปลากัดเป็นปลาที่ชอบอยู่ตามแหล่งน้ำนิ่ง ชอบว่ายน้ำช้าๆบริเวณผิวน้ำ อาศัยอยู่ในแหล่น้ำไม่ว่าจะเป็นหนอง บึง แอ่งน้ำ ลำคลอง รวมถึงอ่างเก็บน้ำบริเวณที่น้ำตื้นๆและค่อนข้างใส
ปลากัดเป็นปลาขนาดเล็ก หัวเล็ก มีกระดูกที่ด้านหน้าของตาเรียบ และมีอวัยวะพิเศษในการหายใจนอกจากเหงือก ซึ่งเรียกกันว่า Labyrinth organ ซึ่งอยู่ในโพรงอากาศช่องหลังเหงือก มีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อมีรอยหยักและมีเส้นเลือดฝอยมาหล่อเลี้ยง ซึ่งทำให้ปลากัดสามารถอยู่ในน้ำที่มีสภาพออกซิเจนน้อยได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันอยู่ในน้ำสกปรกไร้ออกซิเจนได้อย่างที่หลายคนเข้าใจ
การเพาะเลี้ยงปลากัดของคนไทยนั้นมีมานานมากราวๆ150ปี ซึ่งเป็นการละเล่นที่ชายชาวสยามในสมัยก่อนให้ความสำคัญเท่าๆกับไก่ชน จนมีสำนวนเรียกกันว่า นักเลงไก่ชนและนักเลงปลากัด แต่ในสมัยก่อนนั้นการเล่นพนันกัดปลาไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายนะครับแต่การจะเล่นกัดปลาก็ต้องได้รับอนุญาตจากทางการเหมือนกันไม่ใช่จะเล่นยังไงก็ได้
ดังนั้นปลากัดจึงเป็นปลาสวยงามที่มีคนเพาะเลี้ยงมากที่สุดของไทยและเป็นปลาที่มีมูลค่าการส่งออกนำเงินเข้าประเทศปีหนึ่งหลายสิบล้านบาท ... วันนีเอาไว้แค่นี้ก่อนครั้งหน้าผมจะมาอับเดทข้อมูลเรื่องนี้อีกครับ