Goooooogle Analytics

fancyfish

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fancyfish แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fancyfish แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

การเลี้ยงปลาตู้สวยงามเพื่อการส่งออก

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

ตลาดการส่งออกปลาสวยงามการเติบโตที่หลายคนมองข้าม

ในเวลานี้สภาพเศรษฐกิจของโลกกำลังอยู่ในสภาวะตกต่ำ
และแน่นอนหลายๆคนก็กำลังประสพปัญหาเรื่องการเงิน (รวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วย ฮื่อๆๆ)
ครั้งเราจะมองหางานใหม่ที่ให้รายได้มากกว่าเดิมก็เห็นจะลำบาก
เพราะสมัยนี้แค่ไม่ต้องโดนให้ออกจากงานหรือลดเงินเดือนก็เป็นเรื่องน่าดีใจไม่น้อยอยู่แล้ว
บางคนก็คิดว่าจะออกไปทำงานส่วนตัว พอสอบถามกันไปมาก็วนเวียนอยู่กับเรื่องค้าขาย
แต่พอถามเรื่องเงินทุนสรุปจบกันที่อย่างมากก็เปิดท้ายละวะ...เพราะหากจะไปทำธุรกิจอย่างอื่นมันก็ต้องใช้เงินลงทุน
และจะไปทำงานอะไรดีล่ะ...เพราะอยากหารายได้เพิ่มแต่ยังไม่อยากออกจากงานประจำที่ทำอยู่
งั้นก็ไปขายตรงสิ...มีทั้งชั้นเดียว สองชั้น หลายๆชั้น ทแยงซ้าย ทแยงขวา
กินรวบหน้าหลังบนลงล่าง โอยนั่งเฉยๆก็รวยมีหลายคนสำเร็จแล้ว(สุดท้ายพอไปทำก็หน้ามืด
สินค้ากองเต็มบ้าน หากลูกค้าลูกทีมก็ไม่ได้คนจะซื้อก็ไม่มีเจ๊งสนิท...ฮา...)


แน่นอนสำหรับผมเองไม่ได้ค้านการทำธุรกิจไม่ว่าจะเป็นอะไรขออย่าผิดกฎหมายก็พอแล้ว
และสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องปลาสวยงามก็อย่านั่งนิ่งๆครับมาลองเพาะพันธุ์ปลาสวยงามขายกันดีกว่า
เพราะเมื่อเพาะพันธุ์ปลาสิ่งแรกก็คือเราจะสนุกและเพลิดเพลินไปกับปลาที่เรารัก
นอกจากนั้นเรายังสามารถทำเงินได้ด้วยโดยการเอาปลาไปขาย
ทีนี้หลายคนคงตั้งข้อสังเกตว่าการเพาะไม่ยากเท่าไหร่...แต่จะขายใคร ใครจะซื้อ
แต่หากผมบอกว่าเราก็ขายให้คนทั้งโลกเลยสิ..." เอ๋...จะเป็นไปได้เรอะ " คำตอบคือ
เป็นได้ครับเพียงแค่คุณมีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท
เพราะผมเชื่อว่าคุณๆที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกนี้ย่อมต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์
แล้วทำไมเราไม่ใช้มันทำงานหาเงินให้เราอีกทางล่ะครับ
เพราะปลาสวยงามนอกจากเราจะซื้อมาเลี้ยงแล้ว
หากเรามีพื้นที่พอที่จะเพาะพันธุ์ทำไมเราไม่ลองทำดูล่ะครับ
ทำแบบเล็กไม่ต้องใหญ่โตอะไร



จริงอยู่แม้นภาวะเศรษฐกิจของโลกกำลังแย่
แต่ปลาสวยงามก็ยังคงเติบโตได้แม้นจะไม่ใช่ตัวเลขที่สูงมากนัก
แต่มันเป็นตลาดที่โตไปเรื่อยๆเพราะสินค้าเป็นของมีชีวิตที่ตายได้ตามอายุไข
ดังนั้นจึงมีความต้องการอยู่เสมอ เพราะ
ปัจจุบันไทยเป็นประเทศส่งออกปลาสวยงามอันดับ
7 ของโลก
และไทยมีปัจจัยพื้นฐานในเรื่องความพร้อมทางศักยภาพการเลี้ยงและการพัฒนาสายพันธุ์
ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้ไทยไต่อันดับขึ้นไปได้อีกในอนาคตอันใกล้นี้
ซึ่งปัจจุบันประเทศที่นำเข้าปลาสวยงามหันมาสั่งซื้อปลาสวยงามจากไทยโดยตรงมากขึ้น
จากเดิมที่เป็นการสั่งซื้อผ่านทางสิงคโปร์ ดังนั้น
การเจาะขยายตลาดปลาสวยงามโดยตรงจะทำให้ปลาสวยงามของไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น
และได้รับการยอมรับมากขึ้นทั้งในด้านความหลากหลายของสายพันธุ์ ความสวยงาม
ราคาไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง และมีการพัฒนามาตรฐานการเลี้ยง
รวมทั้งการควบคุมคุณภาพและการกักกันโรคของปลาสวยงามในการส่งออก
ให้เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในการส่งออกปลาสวยงามในตลาดโลกมีแนวโน้มเข้มข้น
โดยคู่แข่งรายเดิมอย่างสิงคโปร์ก็ยังคงเร่งพัฒนาเพื่อรักษาตำแหน่งประเทศผู้ส่งออกปลาสวยงามอันดับหนึ่งของโลกต่อไป
ในขณะที่ไทยต้องเผชิญการแข่งขันกับคู่แข่งที่สำคัญอย่างมาเลเซียและเวียดนาม
ซึ่งทั้งสองประเทศต่างกำหนดแผนพัฒนาการผลิตและการตลาดปลาสวยงาม
โดยมีเป้าหมายในการเจาะขยายตลาดส่งออก
และเป็นศูนย์กลางการผลิตปลาสวยงามที่มีคุณภาพที่สำคัญของโลก



ตลาดในประเทศ…เติบโตต่อเนื่อง


ความนิยมเลี้ยงปลาสวยงามในประเทศไทยขยายตัวอย่างมากในช่วงระยะ 10
ปีที่ผ่านมา
โดยนับว่าเป็นงานอดิเรกที่ได้รับความนิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย
เนื่องจากให้ทั้งความเพลิดเพลิน สามารถหามาเลี้ยงได้ง่าย เลี้ยงในพื้นที่จำกัดได้
ไม่มีเสียงและกลิ่นรบกวนผู้เลี้ยง และจากความนิยมเลี้ยงปลาสวยงามนี้เอง
ทำให้เกิดธุรกิจการซื้อขายปลาสวยงามแพร่หลายในประเทศ
ซึ่งไทยมีความพร้อมของสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม
เนื่องจากมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์
และแนวทะเลทอดยาวทั้งฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย
ทำให้มีพันธุ์ปลาหลากชนิดทั้งน้ำจืดและปลาทะเล
นอกจากการเติบโตของธุรกิจปลาสวยงามแล้ว
ยังก่อให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องตามมาอีกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ตกแต่งตู้ปลา ยารักษาโรค
และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกมาก

ศูนย์กลางขายส่งปลาสวยงามอยู่ที่ตลาดซันเดย์ ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร
เวลาการจำหน่ายตั้งแต่เที่ยงวันศุกร์จนถึงเช้าวันเสาร์
ในปัจจุบันมีการขายส่งปลาสวยงามในแต่ละสัปดาห์ราว 150,000 ตัว มูลค่าประมาณ
600,000 บาทต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 28 ล้านบาทต่อปี
ในส่วนของการจำหน่ายปลีกนั้นมูลค่าจะสูงกว่าการจำหน่ายส่งประมาณ 2 เท่าตัว
ทำให้มูลค่าการจำหน่ายปลาสวยงามเฉพาะที่เป็นปลาน้ำจืดในประเทศสูงถึงประมาณ
56 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ยังไม่รวมปลาสวยงามขนาดใหญ่หรือปลาที่มีราคาแพง
ซึ่งมักมีการจำหน่ายโดยตรงให้กับลูกค้า
ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าอีกหลายสิบล้านบาท
เนื่องจากปลาสวยงามที่จำหน่ายปลีกตามแหล่งต่างๆ
จะเป็นปลาที่นำเข้าจากต่างประเทศประมาณร้อยละ 40 ปลาลูกผสมร้อยละ 35
และปลาพื้นเมืองเพียงร้อยละ 25
ปลาสวยงามที่นำเข้าจากต่างประเทศมีทั้งน้ำจืดและปลาทะเล
โดยส่วนใหญ่จะเป็นปลาพื้นเมืองของประเทศนั้นๆ
ซึ่งมีสีสันที่แปลกแตกต่างกันออกไป บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
คาดว่ามูลค่าตลาดปลาสวยงามในประเทศประมาณ 100 ล้านบาท
และมีอัตราการขยายตัวไม่มากนักในแต่ละปี
เนื่องจากปลาสวยงามส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในประเทศเป็นปลาน้ำจืดที่ราคาไม่แพงมากนัก
ส่วนปลาทะเลสวยงามนั้นผู้เลี้ยงยังอยู่ในวงจำกัด
และเป็นผู้ที่มีรายได้สูงเท่านั้น เนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงอยู่ในเกณฑ์สูง
และต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด




สำหรับเกษตรกรที่เป็นทั้งผู้เพาะเลี้ยงและนำปลาสวยงามมาจำหน่ายเองที่ตลาดซันเดย์นั้นส่วนใหญ่จะเน้นจำหน่ายปลาที่มีอายุ
2-3 เดือน หรือขนาด 2 นิ้วขึ้นไป เนื่องจากเป็นช่วงที่ได้กำไรสูงสุด
ต้นทุนการเลี้ยงปลาสวยงามจะสูงในช่วงการอนุบาลลูกปลา
แต่เมื่อปลาโตขึ้นจนกินอาหารเม็ดได้อัตราการสูญเสียน้อยลง
และต้นทุนก็ต่ำลงด้วย
ราคาซื้อ-ขายปลาสวยงามแต่ละชนิดค่อนข้างใกล้เคียงกันคือปลากาเผือกและปลาทรงเครื่อง
2.50 บาท/ตัว ปลาหางไหม้และปลากาแดง 1.50 บาท/ตัว เป็นต้น
ยกเว้นปลาตะเพียนอินโดราคาจะสูงถึง 4 บาท/ตัว ส่วนปลาคาร์ฟที่คัดลักษณะและสีแล้วราคาตกประมาณ
5-6 บาท/ตัว แต่ถ้าเป็นลูกปลาคาร์ฟเกรดต่ำตัวละไม่ถึง 1 บาท ซึ่งปลาคาร์ฟที่จำหน่ายที่ตลาดซันเดย์เป็นการจำหน่ายให้ผู้เลี้ยงสมัครเล่นเท่านั้น
ถ้าเป็นปลาคาร์ฟที่มีราคาแพง ซึ่งต้องคัดปลาที่มีลักษณะดี
สีสันสวยราคาจะสูงกว่า 10,000 บาทต่อตัว




ตลาดส่งออก…ปี’51 เติบโตแบบก้าวกระโดด


ปัจจุบันไทยส่งออกปลาสวยงามไปสู่ประเทศต่างๆมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก
และมีผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องในธุรกิจปลาสวยงาม 60 บริษัท
โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2551 การส่งออกปลาสวยงามมีปริมาณ 2,508.29 ตัน
มูลค่า 444.55 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณการส่งออก 861.37 ตัน มูลค่า
252.97 ล้านบาทแล้ว ทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 191.2 และ
76.1 ตามลำดับ ประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้ว่าการส่งออกในช่วงครึ่งแรกปี 2551
จะเติบโตอย่างมาก แต่ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยนั้นลดลง กล่าวคือ
ราคาเฉลี่ยส่งออกในช่วงครึ่งแรกปี 2551 อยู่ที่ 177,232 บาท/ตัน
ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปี 2550 อยู่ที่ 293,683 บาท/ตัน
ซึ่งแสดงว่าราคาปลาสวยงามที่ไทยส่งออกนั้นมีราคาต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์
เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงในตลาดโลก
แม้ว่าการส่งออกปลาสวยงามในปี 2551
นั้นมีสัดส่วนการส่งออกปลาทะเลสวยงามมากขึ้น กล่าวคือ ในปี 2551
สัดส่วนการส่งออกปลาทะเลสวยงามคิดเป็นร้อยละ 40.1
ของการส่งออกปลาสวยงามทั้งหมด จากที่ในปี 2550 สัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 16.9
เท่านั้น



บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
คาดการณ์ว่าการส่งออกปลาสวยงามของไทยในปี 2551 จะแตะ 1,000 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับปี 2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 76.0
โดยการส่งออกนั้นแยกเป็นลูกปลาร้อยละ 9.4 ปลาทะเลร้อยละ 40.1
และปลาน้ำจืดร้อยละ 50.5 โดยปลากัดเป็นปลาสวยงามที่มีการส่งออกมากที่สุด
ส่วนปลาที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันคือ ปลาหางไหม้ ปลาน้ำผึ้ง
ปลาทรงเครื่อง ปลากาแดง ปลาเทศบาล ปลาปล้องอ้อย และปลาชะโด
เนื่องจากปลาเหล่านี้มีความสวยงามและมีลักษณะความแปลกเฉพาะตัวที่โดดเด่น




ประเทศคู่ค้าปลาสวยงามหลักของไทยอยู่ที่สหรัฐฯและสหภาพยุโรป
ซึ่งนิยมสั่งซื้อปลาสวยงามขนาดเล็กราคาต่ำ และส่วนใหญ่เป็นปลาพื้นบ้าน เช่น
ปลากัด ปลาคราฟท์ขนาดเล็ก 3-4 นิ้ว ปลาหางนกยูง ปลาทอง ปลาเทวดา ปลาปอมปาดัวร์
เป็นต้น
อย่างไรก็ตามพบว่ากลุ่มปลาพื้นเมืองของไทยก็กำลังเป็นที่นิยมในตลาดยุโรปกับสหรัฐฯ
และมีโอกาสขยายตลาดได้ดีอย่างต่อเนื่องในระยะยาวได้แก่
ปลาเล็บมือนางและปลาน้ำผึ้ง
เนื่องจากเป็นปลาที่กินตะไคร่น้ำในตู้ปลาเป็นอาหาร
ลูกค้าจึงนิยมสั่งซื้อเพื่อนำมาใช้ทำความสะอาดตู้ปลา
นอกจากนี้ตลาดยุโรปช่วงการสั่งเป็นฤดูกาล
โดยเฉพาะฤดูหนาวในระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม
เพราะไม่ได้ออกไปไหนก็จะหันเลี้ยงปลาเพื่อดูเล่น ส่วนตลาดสำคัญรองลงไปคือ
ตลาดญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะนำเข้าพรรณไม้น้ำและปลาที่มีคุณภาพดี
ปลาที่หายากและมีราคาสูง เช่น ปลาคราฟท์ ปลาอะโรวาน่า เป็นต้น นอกจากนี้
ผู้นำเข้าปลาสวยงามของสหรัฐฯและสหภาพยุโรปหันมานิยมนำเข้าปลาสวยงามที่ออกลูกเป็นตัว
ซึ่งปลาที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น ปลาสอด เซลบิลล์ ซันไลแพ็ทกี้
เป็นต้น
ซึ่งปลาเหล่านี้เพาะเลี้ยงง่ายมากในเมืองไทยนับว่าเป็นโอกาสของไทยในการส่งออกปลาสวยงามเหล่านี้




สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับตลาดสหรัฐฯคือ สหรัฐฯลดการนำเข้าปลาสวยงามจากไทย
สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เริ่มหันไปนำเข้าปลาสวยงามเพิ่มขึ้นจากฟิลิปปินส์
ญี่ปุ่น มาเลเซีย โคลัมเบีย จีนและเวียดนาม
ดังนั้นผู้ส่งออกปลาสวยงามของไทยต้องเริ่มจับตาคู่แข่งรายใหม่โดยเฉพาะเวียดนาม
ส่วนตลาดยุโรปมักจะสั่งซื้อปลาเป็นบางช่วงที่มีความต้องการสูงๆเท่านั้น
ทำให้ในบางครั้งมีสินค้าไม่เพียงพอกับความต้องการ



อย่างไรก็ตาม
ไทยยังมีโอกาสสร้างฐานลูกค้าใหม่และเพิ่มปริมาณมูลค่าการส่งออกปลาสวยงามในตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น
โดยเฉพาะปลาคราฟท์ เพราะประเทศคู่แข่งขันที่สำคัญๆคือ สิงคโปร์ มาเลเซีย
ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียประสบปัญหาโรคระบาดทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนสินค้า
ผู้ซื้อจึงต้องหันมาซื้อสินค้าจากไทยแทน
นอกจากนี้คนไทยยังมีฝีมือและแนวความคิดที่เป็นส่วนเพิ่มศักยภาพในการเพาะพันธุ์
การเลี้ยงและการปรับปรุงพันธุ์ปลาสวยงามให้มีคุณภาพดี มีสีสันสวยงาม
ได้มาตรฐานตามลักษณะที่ลูกค้าต้องการ
ตลาดสำคัญของปลาสวยงามที่ไทยส่งออกไปจำหน่ายนั้นมีหลายประเทศ




แนวโน้มในอนาคต


กระทรวงเกษตรฯมีการกำหนดยุทธศาสตร์การส่งออกปลาสวยงาม โดยตั้งเป้าว่าในปี
2553 มูลค่าการส่งออกปลาสวยงามจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาท
ซึ่งเน้นให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเช่นเดียวกับที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นแหล่งผลิตและส่งออกปลาสวยงามของไทย
โดยเตรียมขยายโครงการส่งออกปลาสวยงามไปยังจังหวัดพิจิตร
เนื่องจากมีความพร้อมในด้านแหล่งน้ำ
และความหลากหลายของพันธุ์ปลาน้ำจืดสวยงาม



ปลาสวยงามที่ไทยมีศักยภาพในการผลิตและกำลังเป็นที่ต้องการของต่างประเทศเป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่จะเป็นปลาจำพวกออกลูกเป็นตัวขนาดเล็ก เช่น ปลาสอด
และปลาสวยงามที่มีการนำเข้าจากทวีปอเมริกาใต้แล้วผู้ประกอบการไทยนำมาเพาะและขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายส่งออกต่างประเทศ
ลักษณะเป็นปลาขนาดเล็ก ครีบและหางมีสีสันสวยงาม
ลักษณะคล้ายปลาหางนกยูงของไทย อย่างไรก็ตาม
ในขณะนี้การผลิตปลาสวยงามดังกล่าวเพื่อการส่งออกของไทย
ยังประสบปัญหาไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ
ทำให้ไทยเสียโอกาสในการส่งออก
ดังนั้นถ้ามีการอนุญาตให้มีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ปลา
ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามของไทยเร่งปริมาณการผลิตลูกปลาเพื่อการส่งออกได้อย่างมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น





อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไทยยังเป็นรองหลายประเทศในการผลิตและส่งออกปลาสวยงาม
มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาดังต่อไปนี้





-ควรเร่งปรับระเบียบและกฎหมายการนำเข้าปลาบางสายพันธุ์เพื่อมาเพาะพันธุ์ภายในประเทศก่อนการส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ

ทั้งที่ไทยเองก็มีศักยภาพในการเพาะพันธุ์ปลาอยู่แล้ว เช่น ปลานีออน
ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ชนิดปลาที่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูง นอกจากเหนือจาก
ปลากัด ปลาหางนกยูง ปลาน้ำผึ้ง และปลากินตะไคร่น้ำ
ในขณะที่ปัจจุบันจีนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลานีออนที่ใหญ่ที่สุดในโลก




-หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออกปลาสวยงามมีเพียงสถาบันวิจัยสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ
กรมประมง
ซึ่งภาระหน้าที่ของสถาบันฯ ดังกล่าวมีเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการดูแลในด้านการตรวจสอบรับรองมาตรฐานฟาร์ม
การควบคุมและป้องกันโรคระบาด การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์สัตว์น้ำสวยงาม
ดังนั้นควรมีการประสานงานให้หน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยเหลือในด้านการส่งเสริมการส่งออก
โดยเฉพาะการจัดงบประมาณสนับสนุนในการออกร้าน
หรืองานแสดงมหกรรมสัตว์น้ำในต่างประเทศ
เพื่อให้ลูกค้าในต่างประเทศได้เห็นศักยภาพและสิทธิภาพของผู้ประกอบการไทยมากยิ่งขึ้น




-ยังไม่มีการเก็บแยกข้อมูลชนิดของปลาสวยงามไว้อย่างชัดเจน เช่น
มีการรายงานปริมาณการส่งออกเป็นน้ำหนักเท่านั้น เพิ่งเริ่มแยกเป็นลูกปลา
ปลาน้ำจืดสวยงาม และปลาทะเลสวยงาม ในปี 2550
แต่ก็ยังไม่มีการแยกชนิดหรือตระกูลปลาสวยงามที่ส่งออก เป็นต้น
ดังนั้นถ้าต้องการใช้ข้อมูลในด้านการส่งออกให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจปลาสวยงามควรมีการเก็บแยกชนิดของปลาสวยงามที่ส่งออก
และรายงานปริมาณการส่งออกเป็นตัวแทนการรายงานเป็นน้ำหนัก
ทั้งนี้จะทำให้เห็นทิศทางการพัฒนาการเพาะเลี้ยงได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ
การเก็บปริมาณการผลิตแยกชนิดของปลาสวยงาม
ทำให้ทราบถึงสถานการณ์ในปัจจุบันและแนวทางการขยายปริมาณการผลิตในอนาคต



โดยปัจจุบันวงการค้าปลาสวยงามแยกการผลิตปลาสวยงามออกเป็นดังนี้



กลุ่มแรกเป็นปลาที่มีปริมาณและคุณภาพเพียงพอแล้ว ได้แก่ ปอมปาดัวร์สายพันธุ์เดิม
หางนกยูงสายพันธุ์เดิม หมอสีสายพันธุ์เดิม และปลาไทยบางชนิด





กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มปลาที่มีปริมาณผลผลิตยังไม่เพียงพอได้แก่ ปอมปาดัวร์สายพันธุ์ใหม่
หางนกยูงสายพันธุ์ใหม่ ปลาไทยชนิดใหม่ ซึ่งได้แก่ ปลาหมอสีสายพันธุ์ใหม่
ปลากัด ปลาเทวดา กลุ่มปลากระดี่ ปลาคาร์ฟเกรดเอ ปลาทองเกรดบี




ส่วนกลุ่มที่สามเป็นปลาสวยงามที่ต้องปรับปรุงคุณภาพ ได้แก่
ปลาทองเกรดเอ ปลาคาร์ฟเกรดบี-ซี นอกจากนี้
การแยกชนิดปลาสวยงามที่ส่งออกให้ชัดเจนจะทำให้ทราบว่าปลาสวยงามชนิดใดมีการส่งออกมาก
ปลาสวยงามชนิดใดกำลังเริ่มเป็นที่นิยม
รวมทั้งทำให้ทราบว่าประเทศคู่แข่งของปลาสวยงามแต่ละชนิดนั้นเป็นประเทศใด
เช่น ปลาหางนกยูงนั้นไทยต้องแข่งกับสิงคโปร์และศรีลังกา
ส่วนคู่แข่งที่กำลังมาแรงคือ มาเลเซีย เป็นต้น
ธุรกิจปลาสวยงามนั้นยังมีช่องว่างทางการตลาดที่สามารถแทรกตัวขยายธุรกิจได้
โดยเฉพาะปลาสวยงามที่เป็นปลาน้ำจืด
สำหรับปลาสวยงามที่เป็นปลาทะเลนั้นปัจจุบันไทยกำหนดไม่ให้ส่งออกและนำเข้า
แต่ไทยควรเริ่มพิจารณาธุรกิจการส่งออกปลาทะเลสวยงาม
เนื่องจากปัจจุบันไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีในการเพาะเลี้ยงปลาทะเลสวยงามในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว
ปัจจุบันสำหรับประเทศที่ครองตลาดส่งออกปลาทะเลสวยงามคือฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย
ในส่วนแหล่งที่มีการซื้อขายปลาทะเลสวยงามคือแถบลุ่มแม่น้ำอะเมซอน โคลัมเบีย
มลรัฐฟลอริดาในสหรัฐฯ และสิงคโปร์



การพัฒนาทั้งทางด้านการผลิตและการตลาดปลาสวยงามของไทย
และปัญหาอุปสรรคดังที่กล่าวมาแล้ว
ถ้าหากทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันและมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาธุรกิจปลาสวยงามอย่างชัดเจน
ทั้งในด้านบทบาทของแต่ละฝ่ายที่จะเอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจปลาสวยงาม
นับว่าจะช่วยเพิ่มทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออกปลาสวยงามให้เป็นสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มสดใส
เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกปลาสวยงามของไทยให้สามารถแข่งขันกับประเทศต่างๆที่กำลังเร่งพัฒนาธุรกิจปลาสวยงามเพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดโลกทั้งปัจจุบันและอนาคต



Reference :
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, บจก



จากข้อมูลที่ได้นำมาแสดงให้ดูหมายความว่าตลาดปลาสวยงามยังคงสดใสอยู่ในระดับที่เป็นไปได้
แม้นจะมีคู่
แข่งเพิ่มมากขึ้นแต่ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติของเราที่มีอยู่ย่อมทำให้เราสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรงในธุรกิจนี้
และหากใครมีคอมพิวเตอร์เราก็สามารถเปิดตลาดขายปลาสวยงามออนไลน์ต่อชาวโลกได้อย่างไม่อยากเย็นอะไร
ทั้งจากการทำเวปไซด์เองหรือการใช้บริการเวปฟรีต่างๆ
เพราะบนโลกออนไลน์ตอนนี้ตลาดการค้าออนไลน์กำลังเจริญเติบโตสวนกระแสภาวะเศรษฐกิจโลก
บริษัทยักษ์ระดับโลกต่างลงมาทำตลาดด้านนี้กันมากขึ้น
อีกทั้งความสะดวกรวดเร็วที่สามารถเข้าถึงลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนนี่เอง
ทำให้ผมคิดว่าเราในฐานะคนชอบเลี้ยงปลาหากต้องการจะทำเงินจากสิ่งที่เรารักก็ไม่ใช่เรื่องอยากเลย
ไว้วันหลังผมจะมาเล่าวิธีการทำการค้าออนไลน์บนโลกอินเตอร์เน็ทให้ฟังครับ
อย่าลืมคลิกเข้ามาดูมาชมกันบ่อยๆและอุดหนุนช่วยเหลือโฆษณากันบ้างนะครับ


วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

การเลี้ยงปลาตู้สวยงาม เรื่องตู้ปลา fish

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม


หายหน้าหายตาไปเพราะมีเรื่องอื่นๆให้ทำเยอะครับเลยไม่มีเวลามาปรับปรุงบล็อกนี้สักเท่าไหร่
เอาล่ะคราวนี้ตั้งใจแล้วว่าจะพยามปรับปรุงข้อมูลข่าวสารของบล็อกนี้ทุกเดือนเพื่อจะได้ไม่เงียบเหงา
และอย่างที่เคยบอกไว้นะครับหากใครมีข้อมูลเด็ดเรื่องปลาสวยงามหรือสัตว์เลี้ยงก็สามารถแนะนำหรือเมล์มาคุยกันได้เพราะผมเองก็ไม่ใช่พหูสูตอะไรที่จะรอบรู้หรือไปทุกเรื่อง เอาเป็นว่าพอจะรู้อะไรก็เอามาเล่าแนะนำกันในบล็อกนี้ก็แล้วกัน


ครั้งที่แล้วผมพูดถึงเรื่องของอุปกรณ์เริ่มต้นในการเลี้ยงปลาที่เราต้องเตรียมเอาไว้นั่นคือตู้ปลา
และครั้งนี้จะมาคุยกันต่อเรื่องตู้ปลาเพราะมันยังไม่จบ(เรื่องเยอะจังแฮะ)



เมื่อเราได้ตู้ปลาที่จะเลี้ยงปลาแล้วเราก็ต้องหาอุปกรณ์เสริมซึ่งโดยปกติทางร้านจะมีมาให้
นั่นก็คือโฟม หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องใช้แผ่นโฟมด้วย ก็อยากจะบอกกันว่ามันจำเป็นเพราะโฟมนั้นมีหน้าที่ในการกระจายแรงกดของน้ำในตู้ปลา บางครั้งพื้นที่ๆเราวางตู้ปลาไม่ว่าจะเป็นขาตั้ง หรือบนชั้นต่างๆที่เรานำตู้ปลาไปวางอาจจะไม่ราบเรียบเป็นระนาบเดียวกันหรืออาจมีรอยนูน
เอียง ไม่เสมอกัน หากเรานำตู้ปลาไปวางก็จะเกิดแรงกดทับบริเวณนั้นเป็นจุดเดียว และไม่มีอะไรมารองรับแรงกดตรงนั้นตู้ปลาราคาแพงของเราก็จะแตก ดังนั้นโฟมจึงเป็นตัวรองรับน้ำหนักและแรงกดทับที่อาจจะไม่สม่ำเสมอกันนั่นเอง
ตรงนี้อาจจะมีคนถามว่าเราไม่ใช้โฟมได้มั้ย เอาพวกผ้าหรืออะไรที่นุ่มๆมารองแทน ผมคิดว่ามันก็คงได้แต่ไม่เหมาะครับ เพราะโฟมเป็นวัสดุที่ขึ้นรูปมามีความแข็งแรงแต่อ่อนนุ่มและปรับตัวเองได้ตามแรงกดที่เกิดขึ้น ต่างจากวัสดุอย่างอื่นข้อสำคัญโฟมราคาไม่แพงครับ ดังนั้นเมื่อเราซื้อตู้ปลาแล้วก็ควรจะเอาโฟมมาด้วยแต่มีข้อเตือนกันนิด นั่นคือหากตู้ปลาเรามีขนาดใหญ่และเราจะตบแต่งใส่วัสดุลงไปทำให้ตู้มีน้ำหนักมากขึ้นควรใช้โฟมที่หนาๆหน่อยนะครับ หรือหากไม่ชัวร์ก็ใช้สองชั้นเลยก็ได้ไม่ว่ากัน

และอุปกรณ์อีกอย่างที่เกี่ยวกับตู้ปลานอกจากจะใช้เพื่อความจำเป็นแล้วก็ยังเพื่อความสวยงามด้วย นั่นก็คือฝาปิดตู้ปลา สำหรับตู้ปลาธรรมดาที่เราหาซื้อตามร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงปลามักจะมีมาให้แต่จะเป็นแบบฝาปิดธรรมดา ซึ่งที่จริงก็ใช้ได้ครับ เพราะประโยชน์หลักของมันคือเอาไว้กันฝุ่นละลองและกันปลากระโดดออกมาตากอากาศนอกตู้ฮี่ๆๆ...(อย่างของผมเลี้ยงปลาฉลามหางไหม้ไว้ในบ่อแบบรองปูน พอเผลอจริงแล้วสะเพร่าไม่หาอะไรมาวางป้องกัน พี่ปลาแกออกมานอนตากแดดเล่นซะงั้น...)

แต่สำหรับผู้ที่ต้องการมากว่าเหตุผลที่บอกก็มีฝาปิดตู้ปลาที่จำหน่ายแยกออกไปนอกจากประโยชน์หลักๆแล้วฝาพวกนี้จะมีความสวยงามกว่าแบบสำเร็จที่ให้มากับตู้ปลา และสามารถใช้เก็บอุปกรณ์อย่างอื่นได้อีกด้วย อย่างเช่นปั๊มลม สายไฟ ซึ่งทำให้ดูไม่เกะกะรกสายตาและฝาบางอันก็สามารถติดหลอดไฟได้ สำหรับหลอดไฟนี่วันหลังผมจะมาคุยให้ฟังว่านอกจากมันจะมีประโยชน์ที่ทำให้สวยงามแล้วมันยังมีประโยชน์อะไรอีกสำหรับตู้ปลาของเราอีกบ้าง




เอาล่ะครับวันนี้หมดมุขแค่นี้ก่อนแล้วกันนะเอาไว้วันหลังจะหาเรื่องเด็ดเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาตู้มาเล่าให้ฟัง อย่างที่บอกครับหากใครมีข้อมูลมีเรื่องเด็ดๆเกี่ยวกับการเลี้ยงปลาก็แนะนำกันได้โดยจะเมล์มาก็ได้ หรือจะให้คอมเม้นท์ในบล็อกก็ได้













วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2551

นิสัยของปลา






siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

ในสมัยที่ผมเริ่มเลี้ยงปลาใหม่ๆ ความเข้าใจเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงปลานั้นค่อนข้างน้อย ดังนั้นเวลาจะเลี้ยงปลาอะไรพอเห็นว่าถูกใจผมก็จะซื้อมาเลี้ยง พอรุ่งขึ้นที่ปลาที่ผมซื้อมานั้นตายเสียส่วนใหญ่ ที่เหลืออยู่ก็ประเภทเจียนอยู่เจียนไป แล้วมันเพราะอะไรกันล่ะ....ทำไมปลาที่ซื้อมาเลี้ยงมันถึงตาย...มันตายได้ไงกัน
สิ่งเหล่านี้ผมว่ามันอยู่ในความสงสัยของผู้ที่เริ่มเลี้ยงปลากันเกือบทุกคน แล้วเราจะต้องทำอย่างไรก่อนที่จะเริ่มต้นเลี้ยงปลาดีล่ะ...เลี้ยงยังไงไม่ให้ปลาที่เลี้ยงตาย ประเด็นแรกสำหรับการเลี้ยงปลาตู้สวยงามนั้นหลายคนอาจจะสงสัยว่า เราต้องเตรียมอะไรบ้าง อย่างแรกที่ผมอยากจะแนะนำนั่นก็คือ คุณต้องศึกษาทำความเข้าใจในเรื่องของปลาที่ต้องการจะเลี้ยงด้วย เพราะว่าปลานั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งโดยปกติผู้ที่เลี้ยงปลามักชอบเลี้ยงปลาหลายชนิดไว้ในตู้เดียวกัน ทั้งนี้เพื่อความสวยงามและแปลกตา แต่เราต้องเข้าใจนะครับว่าปลาแต่ละชนิดมีความแตกต่างกันทั้งด้านนิสัยและเรื่องของอาหารการกิน ดังนั้นหากเราไม่ทำความเข้าใจเรื่องนิสัยของปลา เราก็จะพบกับปัญหา เช่น ปลาเกิดความสามัคคีในกลุ่มจึงชอบยกพวกตีกับกลุ่มอื่นหรือไม่ก็รุมอัดชาวบ้าน...ฮี่ๆ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะครับ
ผมเขียนมาแบบนี้หลายคนอาจจะบอกว่าส่วนใหญ่จะบอกว่าฉันรู้เรื่องพวกนี้แล้ว ใช่ครับ...คนส่วนใหญ่รู้เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ประเด็นจริงๆที่ผมจะพูดถึงไม่ใช่เรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็กเท่านั้น แต่ผมกำลังจะพูดถึงนิสัยของปลาในการหากินต่างหาก เราเคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมปลาที่เราเลี้ยงมันถึงอ้วนผอมไม่เหมือนกัน ทั้งที่เราก็คิดว่าเราให้อาหารมันได้อย่างพอเพียง นั่นเป็นเพราะปลามีนิสัยที่ต่างกันในการหาอาหาร
สำหรับผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงปลาสวยงามนั้น ไม่ว่าจะเป็นปลาหางนกยูง ปลาทอง ปลาหมอสี ปลาเทวดา ปลากัด หรือปลาอื่นๆ ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าปลาแต่ละชนิดมีนิสัยที่ต่างกันอย่างไร โดยหลักการง่ายๆ ปลาแบ่งกลุ่มลักษณะนิสัยออกเป็น 4 กลุ่ม 3 ระดับการหากิน
นิสัยของปลา
ปลานิสัยดีรักสงบ ปลากลุ่มนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง รักสงบไม่ทำร้ายกันเอง ไม่ชอบอยู่ตัวคนเดียวโดดๆเพราะกลัวเหงา(ฮี่ๆ)หากอยู่ตัวเดียวจะชิงเหงาตายจึงควรเลี้ยงเป็นฝูงเพื่อไม่ให้เหงาจนตาย สำหรับปลากลุ่มนี้หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นควรหาปลาที่มีขนาดเท่าๆกัน
ปลานิสัยหวงถิ่น เป็นปลากลุ่มประเภทที่ถิ่นข้าใครอย่าแหยม เป็นปลาที่ชอบปักหลักเป็นที่เป็นทาง มักมีอณาเขตเป็นของตัวเอง ปลากล่มนี้ไม่ชอบอยู่ร่วมกับปลาชนิดอื่น นิสัยโดยส่วนตัวไม่ดุร้ายนะแต่หากใครข้ามถิ่นเข้ามาก็มีเรื่อง
ปลานิสัยก้าวร้าว ปลาพวกนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงแล้วไปยกพวกตีกับคนอื่นโฮ่ๆๆ ... (ปลาช่วงกลหรือไงฟะ) แต่พอวันไหนว่างๆไม่รู้จะไปหาเรื่องกับใครก็จะหันมาอัดกันเองคลายเครียด ดังนั้นปลากลุ่มนี้หากจะเลี้ยงรวมกับปลาอื่นควรจะหากปลาที่ตัวใหญ่กว่ามาเลี้ยง
ปลานิสัยดุร้าย พวกปลากลุ่มนี้เป็นนักเลงตัวจริงครับ และมักจะเป็นปลากินเนื้อ ไม่ชอบอยู่ร่วมกับใครหน้าไหน ชอบเป็นพระเอกฉายเดี่ยววันแมนโชว์ ปลาพวกนี้นอกจะหาเรื่องอัดชาวบ้านแล้วแม้นแต่พวกเดียวกันมันก็ไม่เว้น ดังนั้นปลาพวกนี้จึงมักเป็นนักโทษขังเดี่ยวเลี้ยงตัวเดียว แต่หากจะเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น ที่มีความสามารถหลบหลีกว่องไว และตู้ที่เลี้ยงควรมีขนาดที่ใหญ่เพื่อมีพื้นที่ในการหลบหนี อีกทั้งการให้อาหารก็ควรให้อย่างพอเพียงเพื่อป้องกันการแย่งอาหารกัน
การหากินของปลา
ปลาที่หากินตามผิวน้ำ
ปลากลุ่มนี้จะหากินตามผิวน้ำจนถึงกลางน้ำ ชอบกินพวกตัวอ่อนของแมลง หรือพวกสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ตามผิวน้ำ บางชนิดก็กินพืช ปลากลุ่มนี้จะไม่ลงไปหากินที่พื้นน้ำ
ปลาที่หากินตามพื้นน้ำ ปลากลุ่มนี้ไม่ชอบขึ้นมาผิวน้ำบ่อยนัก เป็นที่เวลาเลี้ยงอย่างตามบ่อหรือแหล่งน้ำธรรมชาติเราจะไม่ค่อยเห็นตัว ส่วนใหญ่จะขึ้นมาแค่กลางน้ำ หรืออย่างมากก็ขึ้นมาฮุบอากาศที่ผิวน้ำแล้วมุดต๋อมลงน้ำกลับไป
ปลาที่หากินทุกระดับ ปลากลุ่มนี้หากินทุกระดับของผิวน้ำ เหมือนพวกเร่ร่อนที่หากินไปทั่ว ตรงไหนมีอาหารอุดมสมบรูณ์ก็จะไปหากินที่นั่น โดยมาชอบว่ายอยู่กลางน้ำเพื่อค่อยดูเหยื่อ
เห็นมั้ยครับว่าปลานั้นก็มีนิสัยส่วนตัวซึ่งตรงจุดนี้หากเราเข้าใจก็สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้อย่างสบายขึ้น การให้อาหารก็สามารถเลือกอาหารที่มีความเหมาะสมกับปลา ไม่ต้องค่อยระแวงว่าวันนี้จะตายกี่ตัว...และทำไมมันถึงตาย...ขอให้มีความสุขในการเลี้ยงปลาครับ

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลาสวยงาม ธรรมชาติใกล้ตัว






siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,
เคยสังเกตหรือไม่ว่าเวลาเราเดินผ่านตู้ปลาเรามักจะหยุดดูเสมอๆบางครั้งก็ยืนจ้องดูอยู่นาน บางครั้งก็ยืนดูสักครู่แต่แปลกใจมั้ยทำไมคนเราจึงชอบหยุดดู ทั้งที่บางคนก็ไม่ได้ชอบเลี้ยงปลาเลย นั่นเป็นเพราะว่าปลาสวยงามมีสีสันที่สามารถดึงดูดใจผู้คนที่พบเห็น ช่วยทำให้มีความรู้สึกสบายใจและสดชื่น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนหลายคนเมื่อเดินผ่านตู้ปลามักจะหยุดมองอย่างน้อยก็เว้บหนึ่ง ปลานับเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต่างจากสัตว์เลี้ยงทั่วไปเพราะมันไม่รบกวนจิตใจคนเลี้ยงและไม่เคยทำความสกปรกในบ้านที่เลี้ยงและไม่มีกลิ่นที่น่าอึดอัดไม่เคยส่งเสียงน่ารำคราญให้กับผู้เลี้ยงและเพื่อนบ้าน และด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้เองครับทำให้มีผู้ที่นิยมเลี้ยงปลาสวยงามเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ธุรกิจการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามเติบโต แล้วปลาสวยงามแบบไหนล่ะที่คนไทยนิยมเลี้ยงอันนี้หากพูดกันมันก็ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนเพราะมันแล้วแต่ความชื่นชอบของแต่ละบุคลเพราะบางคนก็เลี้ยงปลาหลายชนิดบางคนก็เลี้ยงปลาชนิดเดียว แต่บางคนก็เลี้ยงปลาตามกระแสตลาด ดังนั้นปลาสวยงามที่เป็นที่นิยมของตลาดจึงไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน บางคนชอบปลาใหญ่บางคนชอบปลาตัวเล็กๆน่ารักโดยส่วนตัวแล้วผมชอบปลาทุกชนิดนั่นล่ะครับแต่ที่เน้นหน่อยก็เห็นจะเป็นปลากัดเพราะความผูกพันในวัยเด็กและอีกอย่างปลากัดเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายใช้พื้นที่น้อยทำให้ที่บ้านผมมีปลากัดอยู่เยอะทีเดียว เริ่มจากหนึ่งตัวสองตัวไปเรื่อยๆ เพาะเองบ้างซื้อเขาบ้างจนช่วงที่ปลากัดมีมากสุดในบ้านก็ราวๆ3-4000ตัว เพราะผมเพาะเอง บ่อเพาะก็มีอยู่70 บ่อ เลี้ยงเยอะจนที่บ้านบอกไปทำมาหากินโดยการขายปลาเลยดีกว่ามั้ย แต่ผมไม่ได้เลี้ยงแค่ปลากัดนะครับยังมีปลาหางนกยูง ปลาหมอสี ปลาปอม ปลาสอด ปลาคราฟ ... ว้า...นอกเรื่องปลาสวยงามกันไปเยอะ เอาล่ะครับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับปลาสวยงามในเมืองไทยที่นิยมเลี้ยงกันนั้น เวลานี้เห็นจะอินเทรนหน่อยก็ต้องปลาหมอสี โดยเฉพาะปลาครอสบรีด ตอนนี้จัดได้ว่าเป็นปลากระแสแรงมากในช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมา เรียกว่าแซงปลากัดและปลาทองรันชูที่เคยฮิตติดกระแสกับเขาอยู่ช่วงหนึ่ง แล้วทำไมน้อทำไมเจ้าปลาหมอสีถึงได้มาแรงแซงปลาเลือดเดือดอย่างปลากัด และเจ้าปลากระปุ๊กลุกอย่างปลาทองรันชูไปได้ เหตุผลส่วนหนึ่งเท่าที่ผมพอจะนึกออกนั่นก็น่าจะเป็นเพราะปลาหมอสีนั้นมีขนาดที่ใหญ่ สีสันสดใส มีท่าทางน่ารักๆซึ่งดูขัดกับรูปร่างที่ดูโหดๆ แถมบางตัวมีนิสัยขี้เล่น สามารถเล่นกับผู้เลี้ยง โดยให้จับตัวได้หรือว่ายตามมือ กินอาหารจากมือ อะไรแบบนี้ อีกทั้งเป็นที่น่าท้าทายสำหรับนักพัฒนาสายพันธุ์ปลาด้วย เพราะปลาหมอสีครอสบรีดสามารถพัฒนาทั้งรูปทรง สีสัน ขนาด โหนกหัว ให้มีลักษณะแปลกใหม่ได้อย่างไม่สิ้นสุด อีกทั้งขายได้ราคา (อันนี้เหตุผลใหญ่ที่สุด) ยิ่งเป็นปลาที่มีมาตราฐานสีสันแดงแจ่ม ตบมาร์คกิ้งเด่นๆล่ะก็ราคากระโดดกันไปหลักหมื่นถึงหลักหลายหมื่นทีเดียว บวกกับความเชื่อเรื่องโชครางและเสริมฮวงจุ้ยโหงวเฮ้งของคนจีนอีกทำให้ปลาหมอสีกลายเป็นปลาที่นิยมกันอย่างรวดเร็วในประเทศแถบเอเชีย ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ทำให้บรรดานักเพาะนักพัฒนาสายพันธุ์ปลาต่างก็ลงมาเล่นปลาหมอสีกัน เรียกว่าบางรายเลิกเพาะปลาที่ตัวเองเคยเพาะมาก่อนเพื่อเน้นที่จะเพาะปลาหมอสีออกสู่ตลาดกันเป็นล่ำเป็นสัน กระทั่งเวลานี้เราลองไปเดินตลาดปลาดูสิครับเราจะเห็นร้านปลาแทบทุกร้านจะมีเจ้าปลาหมอสีครอสบรีดขายจนแทบจะไม่เห็นปลาหมอสีธรรมชาติเลย มีแต่ปลาหมอสีครอสบรีด แต่สัจจะธรรมมันก็มีอยู่จริงในโลกว่า"สิ่งที่แน่นอน คือ...สิ่งที่ไม่แน่นอน" เพราะวันหน้าคงมีปลาชนิดอื่นขึ้นมาขอท้าชกชิงตำแหน่งแชมป์ปลาสวยงามยอดนิยมของเมืองไทยเจ้าเจ้าปลาหมอสีอย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นปลาตัวไหนที่จะขึ้นมาท้าชิง...


วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ปลากัดไทย มรดกไทย มรดกโลก



ตลอดชีวิตของผมตั้งแต่เกิดมานี่จำได้ว่าผูกพันอยู่กับสัตว์เลี้ยงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว นก ไก่ ปลา รวมถึงสัตว์แปลกๆอีกหลายชนิด จะบอกว่าเคยลองเลี้ยงมาแทบจะทุกอย่าง เป็นเพราะเป็นคนรักสัตว์ด้วยเลยทำให้ที่บ้านผมต้องเลี้ยงสัตว์ไว้ตลอด ตัวหนึ่งตาย ตัวอื่นก็เข้ามาใหม่ เลี้ยงกันจนบางครั้งผมก็งงเหมือนกันว่าจะเลี้ยงทำไมมากมาย แต่หากจะนับว่าสัตว์ที่ผมชื่นชอบมากเป็นพิเศษคงจะมีอยู่ไม่กี่ชนิด ก็ได้แก่ ปลาและแมว อันที่จริงสัตว์สองชนิดนี้มันไม่ควรเลี้ยงคู่กันสักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นล่ะครับ ผมชอบ

ปลากัด ปลาที่คนไทยเราคุ้นเคยกันมาแต่โบราณ เป็นเกมกีฬากิจกรรมยามว่างหลังจากการทำสวนไร่นาเสร็จแล้ว ปลากัดเป็นปลาที่แปลกและมีเสน่ห์เพราะมันมีทั้งความสวยงามและก้าวร้าวอยู่ในตัวของมันเอง ดังนั้นการเลี้ยงปลากัดจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ส่วนอีกกลุ่มก็เลี้ยงเพื่อเป็นเกมกีฬากัดปลา ซึ่งทั้งสองกลุ่มก็มีวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไป และนั่นคือความสนุกในการเลี้ยงปลากัด แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้เลี้ยงกลุ่มไหน คุณก็เป็นคนที่ชื่นชอบปลากัดเหมือนกัน

ปลากัด Fighting fish มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens Regan.เป็นปลาพื้นเมืองดั้งเดิมของประเทศไทย ปลากัดเป็นปลาที่ชอบอยู่ตามแหล่งน้ำนิ่ง ชอบว่ายน้ำช้าๆบริเวณผิวน้ำ อาศัยอยู่ในแหล่น้ำไม่ว่าจะเป็นหนอง บึง แอ่งน้ำ ลำคลอง รวมถึงอ่างเก็บน้ำบริเวณที่น้ำตื้นๆและค่อนข้างใส
ปลากัดเป็นปลาขนาดเล็ก หัวเล็ก มีกระดูกที่ด้านหน้าของตาเรียบ และมีอวัยวะพิเศษในการหายใจนอกจากเหงือก ซึ่งเรียกกันว่า Labyrinth organ ซึ่งอยู่ในโพรงอากาศช่องหลังเหงือก มีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อมีรอยหยักและมีเส้นเลือดฝอยมาหล่อเลี้ยง ซึ่งทำให้ปลากัดสามารถอยู่ในน้ำที่มีสภาพออกซิเจนน้อยได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันอยู่ในน้ำสกปรกไร้ออกซิเจนได้อย่างที่หลายคนเข้าใจ
การเพาะเลี้ยงปลากัดของคนไทยนั้นมีมานานมากราวๆ150ปี ซึ่งเป็นการละเล่นที่ชายชาวสยามในสมัยก่อนให้ความสำคัญเท่าๆกับไก่ชน จนมีสำนวนเรียกกันว่า นักเลงไก่ชนและนักเลงปลากัด แต่ในสมัยก่อนนั้นการเล่นพนันกัดปลาไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมายนะครับแต่การจะเล่นกัดปลาก็ต้องได้รับอนุญาตจากทางการเหมือนกันไม่ใช่จะเล่นยังไงก็ได้
ดังนั้นปลากัดจึงเป็นปลาสวยงามที่มีคนเพาะเลี้ยงมากที่สุดของไทยและเป็นปลาที่มีมูลค่าการส่งออกนำเงินเข้าประเทศปีหนึ่งหลายสิบล้านบาท ... วันนีเอาไว้แค่นี้ก่อนครั้งหน้าผมจะมาอับเดทข้อมูลเรื่องนี้อีกครับ