Goooooogle Analytics

fancyfish

วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ปลาตู้สวยงาม อนาคตที่รอการสนับสนุน

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ปลาสวยงามอนาคตที่รอการสนับสนุน


ปลาสวยงาม
ปี2552กำลังจะผ่านไป ตลาดปลาสวยงามของไทยยังคงไม่หวือหวาเหมือนเช่นเคยเพราะขาดการ
สนับสนุนจากภาครัฐและการขาดความรู้ในเรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์ปลาสวยงามของผู้เพาะเลี้ยงเองด้วยแม้นว่าผู้ที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงามบางคนจะมีความรู้และพยามพัฒนาสายพันธุ์ปลาเพื่อให้สามารถจำหน่าย
ได้แต่ก็ยังติดปัญหาในหลายๆด้าน โดยเฉพาะแหล่งของเงินทุน
และตลาดที่จะจำหน่ายแม้นจะมีบริษัทหลายแห่งที่รับซื้อปลาสวยงามเพื่อจำหน่ายไปยังต่างประเทศแต่ก็เรียกกันว่ากดราคาจนผู้เพาะเลี้ยงหน้ามืด
ผู้เพาะเลี้ยงบางคนก็หาทางออกโดยการหาตลาดต่างประเทศเองแต่บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องของการขนส่งปลาออกไปต่างประเทศนอกจากนั้นปัญหาที่เป็นปัญหาหลักของคนไทยนั่นก็คือเรื่องของภาษาอังกฤษ
ทำให้บางครังเกิดคนคลาดเคลื่อนในการสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ
อีกทั้งช่องทางการค้าก็ถูกบีบด้วยเรื่องคุณภาพและมาตราฐานของปลาที่เราต้องส่งและอีกเรื่องคือความซื่อสัตย์ของผ้เพาะพันธุ์ปลาชาวไทยเองเราไม่สามารถแข่งขันกับใครได้หรอกครับหากเราไม่ซื่อสัตย์แม้นกับความคิดของเราเองต่อไปนี้ผมขอเขียนเรื่องหนักๆเพื่ออธิบายถึงธุรกิจเพาะพันธุ์ปลาสวยงามการเพาะพันธุ์ปลาสวยงามนั้นผมคิดว่าความสารถในการเพาะพันธุ์คนไทยไม่เป็นรองใครในโลกใบนี้
แต่ที่คนไทยเรามักจะมีปัญหากลับเป็นเรื่องของการศึกษา
การที่คนไทยไม่นิยมศึกษาหรืออ่านหนังสือแต่นิยมจะใช้คำว่าครูพักลักจำมากกว่า
และมื่อเกิดปัญหาเราจึงมักจนด้วยเกล้าไม่รู้จะแก้ไขกันยังไงและในช่วงที่ผ่านมาการเร่ง
การผลิตเพียงเพื่อปริมาณที่มากโดยความคิดดั้งเดิมว่าถึงราคาจะถูกก็ได้กำไรเยอะเพราะไดปริมาณความ
คิดที่ผมเองพยามคัดค้านมาโดยตลอดเพราะเราต้องคิดว่าเราไม่ใช่ผู้เดียวที่เพาะพันธุ์ปลาสวยงามแต่ยังมีอีกหลายประเทศที่เขาก็ทำธุรกิจด้านนี้อยู่
และหากเราคิดจะแข่งเพียงเรื่องราคาสุดท้ายไม่เราก็เขาเจ๊งหรือไม่ก็กอดคอกันเจ๊ง
อย่าลืมว่าปลาสวยงามเป็นสิ่งมีชีวิตเขามีวงจรอายุเมื่อตายผู้เลี้ยงก็ย่อมจะต้องหามาเลี้ยงเพิ่มเติมและแน่นอนเขาก็อยากได้สินค้าที่มีคุณภาพเพราะปลาตู้สวยงามนั้นในบางครั้งมันก็เป็นสื่อที่โชว์ถึงฐานะและรสนิยมของผู้เลี้ยงแน่นอนว่าคนทุกคนย่อมอยากแสดงว่าตัวเองเป็นคนมีระดับกันทั้งนั้นแล้วคนมีระดับย่อมอยากจะได้สิ่งที่ดีมีระดับคุ้มค่าและสมราคาที่เขาต้องจ่ายการต่อสู้ในโลกของธุรกิจไม่ว่าจะด้านไหนล้วนแต่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าไม่ใช่จะ
ยัดเยียดอะไรก็ได้ให้กับลูกค้าเพราะเมื่อลูกค้ามีทางเลือกเขาก็ย่อมเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด
และทุกวันนี้โอกาสเป็นของผู้
ซื้อและย่อมมีสิทธิ์เลือกแล้วผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามพวกคุณกำลังทำอะไร?



ปลาตู้สวยงาม

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

การเลี้ยงปลาตู้สวยงาม ตอน ตู้ปลาสวยงาม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

เป็นเรื่อน่าอายมากที่ผมไม่เข้ามาปรับปรุง Blog
ตั้งนานเพราะมัวแต่ทำงาน
จนไม่ได้เข้ามาปรับปรุงบล็อก
แต่พอมาเช็คจำนวนผู้เยี่ยมชม...ตายๆๆอายจริงๆเพราะมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมซ้ำเยอะมาก
โฮ่ๆๆไม่อยากแก้ตัวแต่ก็ต้องแก้ตัวว่า"งานมันเยอะครับ "



fish tank ปลาตู้สวยงาม

วันนี้ขอคุยเรื่องของการดูแลตู้ปลาสวยงามของเราให้ใสสะอาดปิ๊งๆ
ปลาตู้สวยงามของเราจะได้มีสุขภาพดีๆจิตใจแจ่มใสสีสันสวยงามบาดบาดใจเพื่อนๆที่มาเที่ยวบ้านเราและช่วงนี้อากาศมันเพี้ยนๆเพราะโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่มันกำลังเดือดปุดๆ
โลกร้อนเพราะคนเราไม่ยอมช่วยกันดูแลธรรมชาติ
ผมได้แต่หวังนะครับว่าคนที่ชอบเลี้ยงปลาจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงตรงนี้และช่วยกันบอกต่อให้คนอื่นๆได้ช่วยกันดูแลรักษาสภาวะของโลกอย่าให้โลกร้อนไปกว่านี้ครับ
นี่ไม่นอกเรื่องนะครับหากเราช่วยกันดูแลเรื่องโลกร้อนเท่ากับเราก็รักธรรมชาติอย่าให้ความมักง่ายของเรามาทำลายธรรมชาติที่สวยงามเลยครับ


สำหรับปลาตู้สวยงามนั้นก่อนอื่นเราต้องเข้าใจและคิดเสมอว่าตู้ปลานั้นไม่ใช่เพียงบ้านหลังเล็กๆสำหรับปลาสวยงามของเรา
เพราะบ้านของปลาสวยงามนั้นต้องมีความสวยงามและมีบรรยากาศใกล้เคียงกับธรรมชาติให้มากที่สุด
เพราะบ้านของปลาคือธรรมชาติและเรากำลังเขามาขังเอาไว้ในธรรมชาติจำลองตู้ปลาสวยงาม



เมื่อตอนที่ผมเองเริ่มเลี้ยงปลาสวยงาม ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องของตู้ปลามากนัก
เพราะคิดว่าตู้ปลามันก็เหมือนกันใช้เลี้ยงปลาอะไรแบบไหนก็ได้
ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่ามันไม่ถูกต้องหากเราต้องการเลี้ยงปลาตู้สวยงามเราควรต้องให้ความใส่ใจเรื่องบ้านของปลามากกว่าที่เราคิด
ไว้มากพอสมควร



ประการแรกในการจะเลี้ยงปลาสวยงามเราต้องคิดก่อนว่าเราจะเลี้ยงปลาอะไร
เมื่อคิดได้แล้วเราต้องหาข้อมูลของปลาสวยงามที่จะเลี้ยง
เพราะปลามีหลายสายพันธุ์และมีนิสัยที่ต่างกัน
เมื่อเราได้ข้อมูลของปลาที่จะเลี้ยงแล้วจึงค่อยหาตู้เลี้ยงปลา
ผมเน้นครับว่าหาตู้เลี้ยงปลา ไม่ใช่หาปลาก่อนนะครับ หาตู้มาก่อน...


หลังจากที่ได้ตู้มาก็ให้นำตู้ปลามาทำความสะอาด
เพราะตู้อาจจะสกปรกมีเชื้อโรคที่ไม่เป็นมิตรกับปลาแอบแฝงอยู่
ดังนั้นเราจึงต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนจะใส่น้ำทิ้งไว้เพื่อตรวจดูว่าตู้ใบที่ซื้อมานั้นมันรั่วหรือซึมตรงไหนบ้าง(หากรั่วซึมจะได้นำไปเปลี่ยนกับทางร้าน)
เมื่อจัดการตู้ปลาเสร็จก็มาดูพวกอุปกรณ์ตบแต่งตู้ปลา
เพราะอุปกรณ์ที่ซื้อมาเราต้องนำมาล้างหรือแช่น้ำด่างทับทิมไว้เพื่อฆ่าเชื้อโรคแอบแฝงให้หมดก่อนที่จะนำลงไปประดับตบแต่งตู้ปลาสวยงามของเรา
หลังจากตบแต่งติดตั้งระบบกรองน้ำปลาตู้สวยงามต่างๆแล้วก็ให้นำไปตั้งในจุดที่เราต้องการโชว์ตู้ปลาสวยงามใบเก่งของเราก่อนใส่น้ำเข้าไป
อย่าใส่น้ำก่อนเคลื่อนย้ายตู้นะครับเพราะมันอาจจะหนัก ฮี่ๆๆ ผมเคยซื่อบื้อมาแล้ว



เอาล่ะครับเมื่อทุกอย่างพร้อมตู้ปลาพร้อมใส่น้ำพร้อมก็ให้ทำใจเย็นๆอีกสัก2-3วัน
จึงค่อยเอาปลาสวยงามมาปล่อยลงไป ว้าว...เท่านี้เอง
และหลังจากนี้เราก็ต้องมาคอยดูแลทำความสะอาดตู้ปลาของเราเป็นระยะๆนะครับอย่าปล่อยให้สกปรก
เพราะสิ่งสกปรกอาจจะมีเชื้อโรคที่พร้อมจะเล่นงานปลาสวยงามของเราให้กลายเป็นปลาขี้โรคเนื้อเปื่อยได้
ดังนั้นเมื่อเราเลี้ยงไปสักระยะให้เปลี่ยนน้ำอาทิตย์ละครั้งก็ยังดีครับ
ไม่ต้องเปลี่ยนที่เยอะๆจนหมดตู้หรอกครับเพียงถ่ายน้ำเก่าออกบางส่วนแล้วเติมใหม่เข้าไป
เราต้องไม่ลืมว่าน้ำในตู้ปลาของเรามันไม่ได้หมุนเวียนแม้นเราจะมีระบบกรองที่ดีก็ตาม
แต่เชื้อโรคที่อยู่จากของเสียต่างๆในตู้ปลาก็ไม่ได้หายไปไหน
ดังนั้นการถ่ายน้ำใหม่จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ปลาสดชื่น
มีสีสันสวยงามและปราศจากเชื้อโรค
ส่วนการเปลี่ยนน้ำทั้งตู้ก็ให้ทำเมื่อน้ำมันสกปรกมากจริงๆ
ผมไม่พูดกำหนดระยะเวลาเพราะว่าปลาที่ทุกคนเลี้ยงองค์ประกอบต่างๆอาจจะไม่เหมือนกัน
ขอให้ใช้ความสังเกตเอาครับหากมันดูแย่ก็ควรจะเปลี่ยนน้ำทั้งตู้
สำหรับการเปลี่ยนน้ำตู้ปลาสวยงามทั้งตู้นั้นอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะกับตู้ที่มีขนาดใหญ่
หากเปลี่ยนเองไม่ได้ก็ใช้บริการของมืออาชีพดีกว่าครับ

วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552

เกลือกับปลา สิ่งที่นักเลี้ยงปลาควรรู้

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


เกลือกับปลา สิ่งนักเลี้ยงปลาควรรู้



Image Hosted by Upload.TARAD.comนักเลี้ยงปลาสวยงามบางคนเลี้ยงปลาด้วยความเชื่อผิด ๆ
เชื่อเพราะว่าเป็นเรื่องที่บอกต่อ ๆ กันมา โดยไม่ได้ไตร่ตรองเหตุผล
แล้วก็นำไปปฏิบัติอย่างผิด ๆ บางครั้งก็ขัดกับหลักวิชาการ
ก่อให้เกิดผลเสียกับปลาทั้งระยะสั้นและระยะยาว
หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเป็นการทารุณปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น
การแช่ปลาในน้ำเกลือเข้มข้น หรือการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
บางคนนำปลาในบ่อที่ไม่ได้เจ็บป่วยขึ้นมาจากบ่อเลี้ยง นำมาแช่เกลือเดือนละ 1-2 ครั้ง
นานประมาณ 30 วินาที มีผลทำให้ปลาแสดงอาการทุรนทุราย
โดยอ้างเหตุผลว่าการทำเช่นนั้นเป็นการล้างตัวปลาให้ปลอดจากเชื้อโรค
หรือบางคนก็อ้างว่าทำให้ปลาผิวพรรณดี

เกลือเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม เพราะราคาถูก
แต่มีประโยชน์มาก เช่น ช่วยลดความเครียดให้ปลา ทำให้ปลาสดชื่น
ทำให้พิษของแอมโมเนียในน้ำลดลง และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดอีกด้วย
แต่ถ้าใช้อย่างผิด ๆ ก็เหมือนดาบสองคมที่จะย้อนมาทำลายปลาได้เหมือนกัน

ผลเสียที่นำปลามาแช่น้ำเกลือ เช่น การแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีค่าความเค็มมากกว่า
20 ppt ขึ้นไปมีผลเสียต่อปลา คือ ความเค็มของเกลือเข้มข้นจะทำลายเซลล์ผิวของปลา
ทำให้ปลาสูญเสียเมือก ซึ่งเป็นเกราะช่วยป้องกันโรค เหงือกปลาจะฉีกขาดมีเลือดซึมและ
อาจจะทำให้ปลาตายได้

เรารู้ได้อย่างไรว่าเราต้องใช้เกลือเมื่อไหร่
ทางวิชาการเราอาจต้องใช้เกลือในการรักษาปลาที่มีบาดแผลบริเวณลำตัว เช่น
การตกเลือดที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อโปรโตซัวบริเวณบาดแผล
สามารถรักษาได้โดยแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีความเค็มประมาณ 3-5 ppt จนกว่าแผลจะหาย
และยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัวบางชนิดได้ บาดแผลก็จะไม่ลุกลาม
ทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้น
การใช้เกลือรักษาบาดแผลที่ไม่ลุกลามมากจะได้ผลดีเทียบเท่ากับการใช้ยาหรือสารเคมี

Image Hosted by Upload.TARAD.comการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
ผู้เลี้ยงปลาสวยงามนิยมใส่เกลือลงไปหลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค
หรือตามแต่โอกาสจะอำนวย การใช้เกลือช่วยในการรักษาบาดแผล
น้ำที่เลี้ยงมีค่าความเค็มระหว่าง 3-5 ppt (เกลือ 3.5 กก./ น้ำ 1 ตัน) หรือ เกลือ
3-5 ขีด / น้ำ 100 ลิตร จึงจะมีผลในการรักษา แต่น้ำมีค่าความเค็มต่ำกว่าที่กำหนด
ยังไม่มีการอ้างอิงทางวิชาการว่าจะเป็นประโยชน์หรือโทษต่อปลา
เกลือที่สะสมจะทำให้จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในน้ำตายระบบกรองมีปัญหา
แอมโมเนียในบ่อจะสูง และปลาอาจจะตายได้

การใช้ยาหรือสารเคมีรักษาปลา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ดังนั้นควรป้องกันปัญหาโดยวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อให้สะอาด
หมั่นทำความสะอาดระบบกรองและวัสดุกรองอย่างน้อยเดือนละครั้ง ให้อาหารที่ดีแก่ปลา
สังเกตพฤติกรรมของปลา เพียงเราเอาใจใส่ดูแลปลาของเราอย่างใกล้ชิด
ปลาของเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้