fancyfish

ผลกาค้นหาข้อมูลที่นี่

วันอังคาร, ตุลาคม 6, 2009

การเลี้ยงปลาตู้สวยงาม ตอน ตู้ปลาสวยงาม

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,

เป็นเรื่อน่าอายมากที่ผมไม่เข้ามาปรับปรุง Blog
ตั้งนานเพราะมัวแต่ทำงาน
จนไม่ได้เข้ามาปรับปรุงบล็อก
แต่พอมาเช็คจำนวนผู้เยี่ยมชม...ตายๆๆอายจริงๆเพราะมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมซ้ำเยอะมาก
โฮ่ๆๆไม่อยากแก้ตัวแต่ก็ต้องแก้ตัวว่า"งานมันเยอะครับ "



fish tank ปลาตู้สวยงาม

วันนี้ขอคุยเรื่องของการดูแลตู้ปลาสวยงามของเราให้ใสสะอาดปิ๊งๆ
ปลาตู้สวยงามของเราจะได้มีสุขภาพดีๆจิตใจแจ่มใสสีสันสวยงามบาดบาดใจเพื่อนๆที่มาเที่ยวบ้านเราและช่วงนี้อากาศมันเพี้ยนๆเพราะโลกใบนี้ที่เราอาศัยอยู่มันกำลังเดือดปุดๆ
โลกร้อนเพราะคนเราไม่ยอมช่วยกันดูแลธรรมชาติ
ผมได้แต่หวังนะครับว่าคนที่ชอบเลี้ยงปลาจะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงตรงนี้และช่วยกันบอกต่อให้คนอื่นๆได้ช่วยกันดูแลรักษาสภาวะของโลกอย่าให้โลกร้อนไปกว่านี้ครับ
นี่ไม่นอกเรื่องนะครับหากเราช่วยกันดูแลเรื่องโลกร้อนเท่ากับเราก็รักธรรมชาติอย่าให้ความมักง่ายของเรามาทำลายธรรมชาติที่สวยงามเลยครับ


สำหรับปลาตู้สวยงามนั้นก่อนอื่นเราต้องเข้าใจและคิดเสมอว่าตู้ปลานั้นไม่ใช่เพียงบ้านหลังเล็กๆสำหรับปลาสวยงามของเรา
เพราะบ้านของปลาสวยงามนั้นต้องมีความสวยงามและมีบรรยากาศใกล้เคียงกับธรรมชาติให้มากที่สุด
เพราะบ้านของปลาคือธรรมชาติและเรากำลังเขามาขังเอาไว้ในธรรมชาติจำลองตู้ปลาสวยงาม



เมื่อตอนที่ผมเองเริ่มเลี้ยงปลาสวยงาม ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องของตู้ปลามากนัก
เพราะคิดว่าตู้ปลามันก็เหมือนกันใช้เลี้ยงปลาอะไรแบบไหนก็ได้
ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่ามันไม่ถูกต้องหากเราต้องการเลี้ยงปลาตู้สวยงามเราควรต้องให้ความใส่ใจเรื่องบ้านของปลามากกว่าที่เราคิด
ไว้มากพอสมควร



ประการแรกในการจะเลี้ยงปลาสวยงามเราต้องคิดก่อนว่าเราจะเลี้ยงปลาอะไร
เมื่อคิดได้แล้วเราต้องหาข้อมูลของปลาสวยงามที่จะเลี้ยง
เพราะปลามีหลายสายพันธุ์และมีนิสัยที่ต่างกัน
เมื่อเราได้ข้อมูลของปลาที่จะเลี้ยงแล้วจึงค่อยหาตู้เลี้ยงปลา
ผมเน้นครับว่าหาตู้เลี้ยงปลา ไม่ใช่หาปลาก่อนนะครับ หาตู้มาก่อน...


หลังจากที่ได้ตู้มาก็ให้นำตู้ปลามาทำความสะอาด
เพราะตู้อาจจะสกปรกมีเชื้อโรคที่ไม่เป็นมิตรกับปลาแอบแฝงอยู่
ดังนั้นเราจึงต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนจะใส่น้ำทิ้งไว้เพื่อตรวจดูว่าตู้ใบที่ซื้อมานั้นมันรั่วหรือซึมตรงไหนบ้าง(หากรั่วซึมจะได้นำไปเปลี่ยนกับทางร้าน)
เมื่อจัดการตู้ปลาเสร็จก็มาดูพวกอุปกรณ์ตบแต่งตู้ปลา
เพราะอุปกรณ์ที่ซื้อมาเราต้องนำมาล้างหรือแช่น้ำด่างทับทิมไว้เพื่อฆ่าเชื้อโรคแอบแฝงให้หมดก่อนที่จะนำลงไปประดับตบแต่งตู้ปลาสวยงามของเรา
หลังจากตบแต่งติดตั้งระบบกรองน้ำปลาตู้สวยงามต่างๆแล้วก็ให้นำไปตั้งในจุดที่เราต้องการโชว์ตู้ปลาสวยงามใบเก่งของเราก่อนใส่น้ำเข้าไป
อย่าใส่น้ำก่อนเคลื่อนย้ายตู้นะครับเพราะมันอาจจะหนัก ฮี่ๆๆ ผมเคยซื่อบื้อมาแล้ว



เอาล่ะครับเมื่อทุกอย่างพร้อมตู้ปลาพร้อมใส่น้ำพร้อมก็ให้ทำใจเย็นๆอีกสัก2-3วัน
จึงค่อยเอาปลาสวยงามมาปล่อยลงไป ว้าว...เท่านี้เอง
และหลังจากนี้เราก็ต้องมาคอยดูแลทำความสะอาดตู้ปลาของเราเป็นระยะๆนะครับอย่าปล่อยให้สกปรก
เพราะสิ่งสกปรกอาจจะมีเชื้อโรคที่พร้อมจะเล่นงานปลาสวยงามของเราให้กลายเป็นปลาขี้โรคเนื้อเปื่อยได้
ดังนั้นเมื่อเราเลี้ยงไปสักระยะให้เปลี่ยนน้ำอาทิตย์ละครั้งก็ยังดีครับ
ไม่ต้องเปลี่ยนที่เยอะๆจนหมดตู้หรอกครับเพียงถ่ายน้ำเก่าออกบางส่วนแล้วเติมใหม่เข้าไป
เราต้องไม่ลืมว่าน้ำในตู้ปลาของเรามันไม่ได้หมุนเวียนแม้นเราจะมีระบบกรองที่ดีก็ตาม
แต่เชื้อโรคที่อยู่จากของเสียต่างๆในตู้ปลาก็ไม่ได้หายไปไหน
ดังนั้นการถ่ายน้ำใหม่จึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ปลาสดชื่น
มีสีสันสวยงามและปราศจากเชื้อโรค
ส่วนการเปลี่ยนน้ำทั้งตู้ก็ให้ทำเมื่อน้ำมันสกปรกมากจริงๆ
ผมไม่พูดกำหนดระยะเวลาเพราะว่าปลาที่ทุกคนเลี้ยงองค์ประกอบต่างๆอาจจะไม่เหมือนกัน
ขอให้ใช้ความสังเกตเอาครับหากมันดูแย่ก็ควรจะเปลี่ยนน้ำทั้งตู้
สำหรับการเปลี่ยนน้ำตู้ปลาสวยงามทั้งตู้นั้นอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะกับตู้ที่มีขนาดใหญ่
หากเปลี่ยนเองไม่ได้ก็ใช้บริการของมืออาชีพดีกว่าครับ

วันอังคาร, กันยายน 8, 2009

เกลือกับปลา สิ่งที่นักเลี้ยงปลาควรรู้

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


เกลือกับปลา สิ่งนักเลี้ยงปลาควรรู้



Image Hosted by Upload.TARAD.comนักเลี้ยงปลาสวยงามบางคนเลี้ยงปลาด้วยความเชื่อผิด ๆ
เชื่อเพราะว่าเป็นเรื่องที่บอกต่อ ๆ กันมา โดยไม่ได้ไตร่ตรองเหตุผล
แล้วก็นำไปปฏิบัติอย่างผิด ๆ บางครั้งก็ขัดกับหลักวิชาการ
ก่อให้เกิดผลเสียกับปลาทั้งระยะสั้นและระยะยาว
หรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่าเป็นการทารุณปลาโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่น
การแช่ปลาในน้ำเกลือเข้มข้น หรือการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
บางคนนำปลาในบ่อที่ไม่ได้เจ็บป่วยขึ้นมาจากบ่อเลี้ยง นำมาแช่เกลือเดือนละ 1-2 ครั้ง
นานประมาณ 30 วินาที มีผลทำให้ปลาแสดงอาการทุรนทุราย
โดยอ้างเหตุผลว่าการทำเช่นนั้นเป็นการล้างตัวปลาให้ปลอดจากเชื้อโรค
หรือบางคนก็อ้างว่าทำให้ปลาผิวพรรณดี

เกลือเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของผู้เลี้ยงปลาสวยงาม เพราะราคาถูก
แต่มีประโยชน์มาก เช่น ช่วยลดความเครียดให้ปลา ทำให้ปลาสดชื่น
ทำให้พิษของแอมโมเนียในน้ำลดลง และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคบางชนิดอีกด้วย
แต่ถ้าใช้อย่างผิด ๆ ก็เหมือนดาบสองคมที่จะย้อนมาทำลายปลาได้เหมือนกัน

ผลเสียที่นำปลามาแช่น้ำเกลือ เช่น การแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีค่าความเค็มมากกว่า
20 ppt ขึ้นไปมีผลเสียต่อปลา คือ ความเค็มของเกลือเข้มข้นจะทำลายเซลล์ผิวของปลา
ทำให้ปลาสูญเสียเมือก ซึ่งเป็นเกราะช่วยป้องกันโรค เหงือกปลาจะฉีกขาดมีเลือดซึมและ
อาจจะทำให้ปลาตายได้

เรารู้ได้อย่างไรว่าเราต้องใช้เกลือเมื่อไหร่
ทางวิชาการเราอาจต้องใช้เกลือในการรักษาปลาที่มีบาดแผลบริเวณลำตัว เช่น
การตกเลือดที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อโปรโตซัวบริเวณบาดแผล
สามารถรักษาได้โดยแช่ปลาในน้ำเกลือที่มีความเค็มประมาณ 3-5 ppt จนกว่าแผลจะหาย
และยังช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัวบางชนิดได้ บาดแผลก็จะไม่ลุกลาม
ทำให้ปลามีสุขภาพดีขึ้น
การใช้เกลือรักษาบาดแผลที่ไม่ลุกลามมากจะได้ผลดีเทียบเท่ากับการใช้ยาหรือสารเคมี

Image Hosted by Upload.TARAD.comการใส่เกลือลงในบ่อเลี้ยงปลาเป็นประจำ
ผู้เลี้ยงปลาสวยงามนิยมใส่เกลือลงไปหลังจากเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อฆ่าเชื้อโรค
หรือตามแต่โอกาสจะอำนวย การใช้เกลือช่วยในการรักษาบาดแผล
น้ำที่เลี้ยงมีค่าความเค็มระหว่าง 3-5 ppt (เกลือ 3.5 กก./ น้ำ 1 ตัน) หรือ เกลือ
3-5 ขีด / น้ำ 100 ลิตร จึงจะมีผลในการรักษา แต่น้ำมีค่าความเค็มต่ำกว่าที่กำหนด
ยังไม่มีการอ้างอิงทางวิชาการว่าจะเป็นประโยชน์หรือโทษต่อปลา
เกลือที่สะสมจะทำให้จุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในน้ำตายระบบกรองมีปัญหา
แอมโมเนียในบ่อจะสูง และปลาอาจจะตายได้

การใช้ยาหรือสารเคมีรักษาปลา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ดังนั้นควรป้องกันปัญหาโดยวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อให้สะอาด
หมั่นทำความสะอาดระบบกรองและวัสดุกรองอย่างน้อยเดือนละครั้ง ให้อาหารที่ดีแก่ปลา
สังเกตพฤติกรรมของปลา เพียงเราเอาใจใส่ดูแลปลาของเราอย่างใกล้ชิด
ปลาของเราก็จะมีสุขภาพที่ดีได้

วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 20, 2009

การเลี้ยงปลาตู้สวยงาม ธุรกิจร้านค้าออนไลน์

siamese fighting fish,betta fish,fancyfish,Fighting fish,Betta splendens,fancy fish,gold fish,arowana,pet,pet shop,dog,dog training,cat,ปลาสวยงามของไทย,ปลากัด,ปลาหางนกยูง,ปลาหมอสี,ปลาทอง,ปอมปาดัวร์,อะโรวาน่า,ข่าวสารปลาสวยงาม,การเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม,ธุรกิจปลาสวยงาม,


ในปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าของโลกยุคดิจิตอลการค้าในโลกยุคออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในธุรกิจแทบทุกชนิดไม่เว้นแม้นแต่ธุรกิจปลาสวยงาม อินเทอร์เน็ต เป็นทางเลือกหนึ่งของการดำเนินธุรกิจการค้าปลาสวยงาม ซึ่งสะดวกโดยสามารถติดต่อลูกค้าทั่วโลกคล้าย ๆ กับการส่งจดหมายถึงตัวลูกค้าทำให้การค้าสะดวกและรวดเร็วมาก แต่มีข้อจำกัดคือ ต้องมีความพร้อมด้านอุปกรณ์ ได้แก่

1. เครื่องคอมพิวเตอร์ สะดวกในการใช้งาน
2. โทรศัพท์ 1 สาย เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต
3. เครื่องพิมพ์ (Printer) พิมพ์ข้อความที่ส่งมาเก็บไว้
4. กล้องถ่ายภาพดิจิตอล
5. มีความรู้ภาษาอังกฤษพอสมควร หว๋ายๆๆพอพูดถึงข้อนี้หลายคนคงทำหน้าเบ้เพราะว่าไม่เก่งภาษาอังกฤษ อันที่จริงภาษาอังกฤษที่ใช้ผ่านอินเทอร์เน็ตใช้ศัพท์ไม่เกิน 200 ตัว โดยท่องวันละ 20 ตัว สิบวันก็ค้าขาย ได้อยู่ที่ตัวเรากล้าและรู้จักเริ่มต้น ความกล้าจะทำให้การค้าขายประสบผลสำเร็จ อย่ากลัวว่าการใช้คอมพิวเตอร์ยาก
คำศัพท์ยาก ฝึกหัด 2-3 ชั่วโมงก็เป็นแล้ว
ราคาเครื่องชุดคอมพิวเตอร์หมื่นกว่าบาทสามารถใช้งานได้แล้ว
ถ้าเป็นเครื่องมือสองประมาณ 5,000-6,000 บาท กล้องถ่ายภาพดิจิตอล 20,000 บาท
เพียงเท่านี้สามารถดำเนินธุรกิจการค้าขายได้


"อินเทอร์เน็ต" ไม่ใช่แค่แชตหรือเล่นเกมออนไลน์แต่"อินเตอร์เน็ต"ใช้หาเงินได้จากการขายสินค้าออนไลน์การค้าขายต้องส่งสินค้าให้เค้าดูว่า เรามีปลาสวยงามชนิดใดบ้าง นำใส่ไปในอินเทอร์เน็ตเข้าสู่บ้านลูกค้าได้ทั่วโลก สำหรับวิธีการดำเนินงานโดยทำแบบตัวอย่างสินค้า เป็นอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Brochure) ส่งไปให้คนที่สนใจซื้อหรือส่งตรงไปยังลูกค้า

ขั้นต่อไปเราควรมีเวปไซด์เป็นของตัวเองเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ในปัจจุบันการทำเวปไซด์ขายของออน ไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกแล้วครับหากคุณทำเองไม่เป็นก็สามารถใช้บริการเวปฟรีซึ่งจะมีระบบการจัดการการขายสินค้าไว้ให้เราแบบพร้อมสรรพดั่งมืออาชีพ เช่น ตลาด ดอท คอม หรือ we loveshopping.com หรือเวปอื่นๆก็ได้แต่ผมขอแนะนำให้คุณจดโดเมนของตัวเองจะดีกว่าครับเพราะจะทำให้ลูกค้าจดจำเราได้ง่ายกว่า นอกจากนั้นช่องทางขายปลาสวยงาม พรรณไม้น้ำ หรือที่เกี่ยวกับปลาสวยงาม เราสามารถขายได้โดยตรงที่Aquabid.com มีแผนกมากมายตั้งแต่ปลาทุกชนิดในโลก พรรณไม้น้ำ อุปกรณ์ อาหาร ยา เราสามารถเข้าไปขายได้โดยพิมพ์Aquabid.com แต่ก่อนเข้าไปซื้อขายใน Aquabid.com ต้องจดทะเบียนก่อน กดที่ New registrationถ้าขายกด User Agreement คือเรากับบริษัท Aquabid.com ตรงนี้ไม่เสีย สามารถใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจดทะเบียน กรอกรายละเอียดทุกช่องเสร็จเรียบร้อย ก็แสดงว่าเราเป็นสมาชิก

เมื่อจดทะเบียนแล้วก็ใช้บริการได้ เช่น ขายปลา 1 ตัวหรือ 10 ตัว ต้องมีรูปภาพสินค้าข้อแม้ ถ้าขายปลาทีละตัวต้องถ่ายภาพตัวที่ต้องการขาย มิใช่ลงภาพปลาตัวอื่น การค้าขายต้องซื่อสัตย์กรอกข้อความใน Aquabid.com ว่าปลาตัวนี้ราคาเท่าไหร่ จัดส่งไปทั่วโลกหรือไม่ ใครเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งปลา การขายใน Aquabid.com เหมือนการประมูลขายของ
Image Hosted by Upload.TARAD.com
เช่น ตั้งราคา 10 เหรียญ ครั้งละ 1 เหรียญ หรือสูงกว่านี้
อยู่ที่การตั้งราคาโดยกำหนดราคาไว้ 5วัน ใครพบก็ประมูล ปลาสวย ๆตั้งราคา 0 เหรียญ จริง ๆ ราคาอาจถึง 100
เหรียญเมื่อสิ้นสุดกำหนดเวลาก็ต้องแจ้งมาว่าลูกค้าคือใครแล้ว E-mail ไปให้ทราบว่าเป็นผู้ประมูลได้

การค้าขายผ่านอินเทอร์เน็ตจะให้ลูกค้าจ่ายเงินมาก่อน
บวกค่าขนส่งอีกครบจำนวนการส่งเงินต้องมีข้อตกลงจะรับเงินวิธีใด
1. การโอนเงิน โดยผ่านธนาคาร บอกชื่อสกุล หมายเลขบัญชี ชื่อธนาคาร
การโอนเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ
เมื่อเงินถึงบัญชีแล้วผู้ขายอาจกำหนดเงื่อนไขว่ารับเงินแล้วภายใน 7
วันจะส่งสินค้าให้ การรับเงินไปแล้วต้องซื่อสัตย์ส่งปลาที่ตั้งแสดงขายไปให้

2. Money Order เหมือนการโอนเงินธนาณัติ ผู้จ่ายเงินต้องไปไปรษณีย์ แผนกธนาณัติ เมื่อได้ใบเสร็จใส่จดหมายส่งมาก็ไปสำนักงานไปรษณีย์แผนก EMS รับเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

3. Western Union สำหรับธนาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้าบางแห่งมีรับบริการ
Western Union หรือตามสำนักงานไปรษณีย์เดี๋ยวนี้ก็มีบริการของWestern Union
เช่นกัน โดยสามารถส่งเงินได้ภายใน 1 วินาที เหมือนกับการส่งเงินผ่าน E-mail
ซึ่งผู้จ่ายมีเงินในธนาคารหรือเครดิต การ์ด บอกชื่อ สกุลของเราให้ Western
Union ซึ่งจะโอนเงินมาให้ทันที การส่งเงินพร้อมหมายเลข 10
หลักเป็นรหัสลับห้ามบอกผู้ใด แล้วไปที่เคาน์เตอร์แจ้งเจ้าหน้าที่ Western Union
ควบคู่กับหมายเลขรหัสลับโดยได้รับเงินสุทธิตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินนั้น

4. Paypal ในสมัยก่อนประเทศไทยไม่มีระบบนี้แต่ในปัจจุบันนี้สามารถใช้บริการของPaypalได้แล้วครับ
รายละเอียดการใช้ก็สามารถหาหนังสืออ่านได้ครับ
ตอนนี้มีหลายเล่นพิมพ์ออกมาขายตามร้านหนังสืออย่างซีเอ็ด บีทูเอส
ซึ่งเราสามารถให้ลูกค้าในต่างประเทศโอนเงินเข้าบัญชี Paypal ของเราได้ทันที
ซึ่งสะดวกมาก


5. แคชเชียร์เช็ก ลูกค้าทำส่งมาให้ การใช้แคชเชียร์เช็ก
ต้องเป็นลูกค้าเก่าที่ไว้วางใจได้ปัญหาเมื่อรับแคชเชียร์เช็กธนาคารเรียกเก็บ 45
วัน เงินกว่าจะเข้าบัญชีธนาคารหักค่าธรรมเนียม 20% ผู้รับเงิน 10% รวม 30%
วิธีการนี้ไม่นิยมใช้ วิธีที่ดีที่สุดโอนผ่านธนาคาร ใช้เวลา 2-3 วัน
ค่าโอนก็ไม่แพงมากนัก
วิธีการรับเงินจะใช้วิธีที่สะดวกเช่นกันแต่ต้องเป็นลูกค้าที่ไว้ใจได้จริงๆเท่านั้นครับ


วิธีการขนส่งปลา
หลังจากได้รับเงินเรียบร้อยแล้วก็จัดส่งปลาตามสัญญา
ถ้าเป็นปลาหางนกยูง บรรจุถุงพลาสติกถุงละ 1 ตัว ขนาดถุงไม่ให้ใหญ่นัก
เช่นเดียวกับปลากัดเพื่อลดค่าขนส่ง ก่อนอื่นต้องดูว่าลูกค้าอยู่ประเทศไหน

โดยกำหนดแบ่งเป็น 6 โซน คือ
1. ทวีปอเมริกา และแถบแคนาดา
2. ยุโรป
3. เอเชีย
4. ลาตินอเมริกา
5. ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
6. แอฟริกา

การแบ่งโซนลูกค้าเพื่อง่ายต่อการคิดราคาค่าขนส่ง เช่น ประเทศอเมริกาค่อนข้างใหญ่ บางจุดอยู่ห่างไปรษณีย์ ระยะเวลาการเดินทางถึงสนามบินปลายทางใช้เวลากี่วัน เช่น ไปแคนาดา อเมริกาใช้เวลา 4 วันทำการ ไม่รวมวันเสาร์และอาทิตย์ กล่าวคือ ส่งวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงกลางสัปดาห์ โดยจับปลาต้นหรือปลายสัปดาห์ คือวันจันทร์หรือวันศุกร์ ส่วนยุโรปใช้เวลา 3 วัน ส่งวันศุกร์ได้รับวันจันทร์ เอเชียใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ปลาถึงมือลูกค้าได้ยกเว้นเกาะกวมใกล้ฟิลิปปินส์แต่อยู่ในอเมริกาใช้เวลา10 วันที่กล่าวมาเป็นการส่งต่างประเทศด้วยพัสดุไปรษณีย์ ส่วนบางประเทศในกลุ่มลาตินอเมริกันเปรู ไม่มีข้อตกลง

การส่งต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 วิธี

1. เครื่องบิน สายการบินต้นทาง (Airport) ถึงสนามบินปลายทาง (Airport)
2. พัสดุไปรษณีย์ (Parcel Post)
เป็นการขนส่งสินค้าที่ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งมีมูลค่าไม่เกิน 1,000 เหรียญสหรัฐฯ บางประเทศให้ถึง 5,000 เหรียญสหรัฐฯ การส่งไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ค่อนข้างยากกว่าจะส่งได้ต้องตกลงกับลูกค้าต้องมีคนรับที่มีใบอนุญาตนำเข้าและมีห้องกักกันโรคได้ 7 วัน ซึ่งได้รับอนุญาตจากรัฐบาลออสเตรเลีย รัฐบานิวซีแลนด์ 3. ใบรับรองฟาร์ม ที่ส่งต้องเป็นฟาร์มปลอดโรคด้วย มี 9 ประเทศที่ไม่สามารถนำเข้าปลาสวยงามยกเว้นฟาร์มที่มีใบปลอดโรคเท่านั้นจึงจะส่งได้ อาทิ ใบรับรองฟาร์มจากกรมประมงของประเทศไทย อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮังการี เชกโกสโลวาเกีย สเปน กรีก โมร๊อกโก อิสราเอล สำหรับการส่ง EMSประเทศไทยมีข้อตกลงกับประเทศต่าง ๆ 130 ประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีของอเมริกา UPS ของ USPS FEDEX ซึ่งสามารถติดต่อกับบริษัทเหล่านี้ได้ ต่างประเทศมองดูประเทศไทยด้อยพัฒนาการส่งออกต้องทำความรู้จักไปรษณีย์ต่างประเทศเพื่อให้รู้ว่าเราส่งปลาสวยงามก่อนส่งจดทะเบียนส่งออกที่กรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัดพื้นที่เสียค่าธรรมเนียม 100 บาท (บุคคลธรรมดา) 150 บาท (นิติบุคคล)ใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (Health Certificate) จากสถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมงนำตัวอย่างปลาส่งตรวจเช้าเย็นได้รับอย่างช้า 3 วันทำการ ปลาที่ส่งตรวจต้องส่งเป็นชุดเดียวกับที่ส่งออก(กรุณาซื่อสัตย์กับกรมประมงด้วย)จำนวนปลาตามระเบียบกำหนด เช่น ส่ง 20 ตัว นำปลามาตรวจ 2 ตัว
4. ใบแจ้งรายการสินค้า (invoice) แจ้งว่าสินค้าที่ส่งไปเป็นอะไรบ้าง มีราคาบอก ส่งให้ใคร ใครสั่ง นำใบแจ้งรายการสินค้า พร้อมทั้งใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำใส่ของพลาสติกผนึกไว้ข้างกล่องที่ส่งปลา หากไม่ใส่ซองพลาสติกเมื่อถูกน้ำจะฉีกขาดได้
5. Packing list บอกรายละเอียดของสินค้าการขนส่งถูกต้องกับระยะทางเช่น อเมริกา 7 วัน ยุโรป 5 วันการบรรจุปลาขึ้นกับอุณหภูมิและฤดูกาลของแต่ละประเทศถ้าเป็นช่วงฤดูร้อนไม่มีปัญหา ส่วนฤดูหนาว การบรรจุปลาจะแตกต่างกัน โดยตรวจสอบอุณหภูมิ เช่น อเมริกา คือ U.S.A.com ซึ่งพยากรณ์อากาศล่วงหน้า 5-7 วัน กดที่ weather กดเบอร์ Zip code กด Florida ต่อด้วยหมายเลขเมืองที่ต้องการ เช่น 6131 เมฆจัดอุณหภูมิ 76 องศาฟาเรนไฮต์ ความชื้น 87% ลม 9 ไมล์ต่อชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อความไม่ประมาทเพราะการขนส่งปลาสวยงามเป็นสินค้าที่อ่อนไหว หากรู้อุณหภูมิเพื่อปรับการบรรจุปลาในถุงพลาสติกที่ทนต่อความเย็นหรือความร้อน ต้องมีการตรวจสอบสภาพอุณหภูมิอากาศก่อน เพื่อเตรียมกล่องโฟมใส่ Heat pack เป็นต้น


เกี่ยวกับคุณสมบัติที่ต้องการส่งออกมีอะไรบ้าง

1. ความซื่อสัตย์ในการจัดส่ง ต้องส่งสินค้าดี
ไม่ส่งปลาป่วยหรือปลาคนละตัว จะทำให้ผู้ค้ารายอื่น ๆ ไม่สามารถขายปลาได้
2. การกำหนดราคาอย่างยุติธรรม
ก่อนการเสนอราคาขายต้องตรวจสอบราคาขายของผู้อื่นเท่าไหร่ เช่น Aquafish ฯลฯ หลังจากเปรียบเทียบคุณภาพ ราคาแล้วจึงตั้งราคาขายของเรา ทั้งนี้ไม่ควรเสนอราคาต่ำกว่าผู้อื่นซึ่งตั้งขายในขณะนั้น ควรเสนอราคาสูงกว่าเล็กน้อย เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าสินค้าของเราดีกว่าอยากจะรับบริการต่อไป เมื่อลูกค้าติดแล้วก็ไม่ไปซื้อคนอื่น

การค้าทางอินเตอร์เน็ต ผู้ขายจะไม่เห็นหน้าลูกค้าเลย ฉะนั้นควรมีจิตวิทยาก็ควรส่งเมล์สอบถามความเป็นอยู่ของปลาว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องบ่อยมากนักก็ได้ครับเพราะลูกค้าอาจรำคาญและข้อสำคัญสำหรับการค้าขายออนไลน์นั้นเราต้องมีความซื่อสัตย์ให้มากที่สุด